
จากกรณีวันที่ 26 ม.ค. 66 เวลา 22.00 น. ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งเหตุยิงกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณหน้าวัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จุดเกิดเหตุพบมีรองเท้าตกอยู่กลางถนน และเจอลูกระเบิดปิงปองตกอยู่จำนวน 1 ลูก และเศษระเบิดที่ระเบิดแล้ว โดยคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ต่างแยกย้ายหลบหนีกันไปคนทิศคนละทาง



เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บที่ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน บริเวณริมคลองลัดหลวงข้างโรงเรียนวัด ทราบชื่อเวลาต่อมาคือ นายปัญญา ธรรมจรรยางาม หรือ ทิพย์ อายุ 34 ปี ถูกยิงเข้าด้านหลังจำนวน 11 แผล, ขณะที่ นายสนใจ คุณแก้ว อายุ 30 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่แขนข้างขวาตรงข้อศอกจำนวน 1 แผล เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลก่อนเร่งรัดนำส่งโรงพยาบาลบางจาก

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและนำตัวผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.พระประแดง ส่วนอาวุธที่ใช้ลงมือคาดว่าเบื้องต้นน่าจะเป็นปืนไทยประดิษฐ์ลูกซอง ยังไม่ทราบขนาด เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดจากปัญหาของผู้หญิงที่มีเรื่องกันเพราะไม่ชอบหน้ากัน ระหว่างกลุ่มเด็กผู้หญิงฝ่ายพระประแดง น.ส.พู่ และกลุ่มฝ่ายราษฎร์บูรณะ น.ส.มุก ได้มีการท้าทายทางเฟซบุ๊ก จนมาถึงวันนี้ซึ่งนัดเคลียร์ใจปัญหาและลงมือตบกัน จนแต่ละฝ่ายได้โทรเรียกผู้ชายมาช่วยเหลือและเกิดเหตุยิงกันขึ้นดังกล่าว

วันที่ 27 ม.ค. 66 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางลงพื้นที่ไปยังวัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุของคืนวันที่ 26 ม.ค. 66 เวลาประมาณ 21.28 น. พบว่ามีกลุ่มเด็กผู้หญิงมารวมตัวกันที่ข้างรั้ววัด จากนั้นจะเป็นช่วงลักษณะได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน โดยเป็นชนวนเหตุเริ่มต้น ที่ผู้หญิงนัดเคลียร์ใจกัน โดยการนัดตบ 5:5 ก่อนที่จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องด้วยความตกใจ วิ่งผ่านกล้องเพื่อหลบหนีเข้าไปในลานจอด
จากนั้นจะเห็นกลุ่มผู้ชายไล่กวดกัน โดยกลุ่มของคนเจ็บมากัน 5 คน ขณะที่กลุ่มคนก่อเหตุ ในมือจะเห็นทั้งอาวุธปืนและมีด วิ่งตามหลัง 3 คน หลังจากที่วิ่งผ่านกล้องตัวดังกล่าวไปแล้ว จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด โดยกลุ่มของคนเจ็บจะวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือภายในวัด
ขณะที่กลุ่มคนก่อเหตุ 3 คน หลังจากยิงเสร็จจะวิ่งสวนกลับออกมา จนทำให้กล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ และจากกล้องตัวดังกล่าวจะได้ยินเสียงช่วงท้ายหลังจากที่เห็นคนก่อเหตุ 3 คน วิ่งผ่านกล้องไปจะได้ยินเสียงคล้ายทุบสิ่งของเสียงดัง ปรากฏว่ากลุ่มคนก่อเหตุได้ย้อนกลับไปทุบรถมอเตอร์ไซค์ของฝั่งคนเจ็บที่จอดอยู่ข้างวัด โดยมีกล้องวงจรปิดจับเสียงเอาไว้ได้

นอกจากนี้ ยังมีกล้องวงจรปิดภายในวัดอีกหลายตัวจับภาพและเสียงปืนที่กลุ่มก่อเหตุยิงแล้ว จะเห็นว่ากลุ่มของคนเจ็บ 4 คน วิ่งหลบเข้ามาในวัดพร้อมกับพูดว่า “โอย ๆ โดยยิง” และพากันวิ่งจากบริเวณซุ้มประตูของวัดไปซ่อนตัวอยู่ท้ายวัด
ทั้งนี้กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าวัด จับภาพได้ต่อช่วงเวลาประมาณ 21.46 น. ตำรวจเริ่มมาถึงที่เกิดเหตุ แล้วจะเห็นว่ากลุ่มเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นฝ่ายของคนเจ็บ เดินเข้าไปหารถตำรวจเพื่อให้การกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เวลา 15.00 น. ที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พนักงานสอบสวนได้มีการเรียก น.ส.พู่ กับพวกบางคนเข้ามาให้การเพิ่มเติม เกี่ยวกับความสนิทและรวมถึงความเกี่ยวข้องกับกลุ่มมือปืนและมือมีด เพื่อที่จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานก่อนออกหมายจับในวันนี้


ทีมข่าวได้คุยกับ น.ส.มุก กลุ่มคนเจ็บ ในฐานะต้นเรื่องที่เป็นชนวนเหตุนัดตบเพื่อเคลียใจกัน เจ้าตัวมอบแชตสนทนาให้ทีมข่าวดู จากการตรวจสอบพบเป็นแชตการพูดคุยกันเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 66 โดยฝ่ายของ น.ส.พู่ คู่กรณ๊ มีการโพสต์สตอรี่ แต่ น.ส.มุก ไปเผลอกดสติ๊กเกอร์ จึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันผ่านแชต ทำนองว่า “ขอโทษ มือลั่น ไม่ได้ตั้งในกด ทำไมกดไม่ได้หรือยังไง” จนเป็นเหตุนัดออกมาตบกันที่วัด

น.ส.พู่ เปิดใจว่า ตนเองยอมรับว่าเป็นคนทักไปถามฝั่งของ น.ส.มุก เกี่ยวกับการมากดไลก์สตอรี่เฟซบุ๊ก ซึ่งตนเองแปลกใจว่าไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักเป็นการส่วนตัวทำไมต้องมากดไลก์ เพราะมันเป็นภาพส่วนตัวของตนเองที่มีการลงโพสต์ แต่ปรากฏว่าหลังจากที่มีการพูดคุยกันก็มีการใช้คำพูดที่ทำให้เกิดการท้าทาย จนเป็นเหตุจึงตัดสินใจที่จะมานัดเคลียร์ใจกันในคืนวันเกิดเหตุ


ส่วนชนวนเหตุก่อนหน้านี้ ส่วนตัวยอมรับว่ามีปัญหากับตัว น.ส.มุก เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ และในคืนนั้นได้มีการนัดหมายเจอกันตัวของ น.ส.มุก ก็มีการยกพวกมาเจอถึงพระประแดงตนเองจึงได้มีการเช็กอินบอกพิกัด ได้มาเจอกันในแถวละแวกบ้าน และหลังจากเจอกันต่างคนต่างตบเพื่อเคลียร์ใจกันให้จบจะได้ไม่ต้องมีปัญหาคาใจกัน
กรณีที่กลุ่มของ น.ส.มุก มองว่ากลุ่มเด็กผู้ชายไม่ต่ำกว่า 10 คน ที่อยู่ด้วยในคืนวันเกิดเหตุเป็นกลุ่มที่รู้จักกับตนเองและเตรียมการที่จะก่อเหตุนั้น ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตนเองไม่ได้รู้จักกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้รู้จักกับมือปืนหรือมือมีด ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร และวันนี้ก็ได้เดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับพนักงานสอบสวนและให้การอย่างตรงไปตรงมาว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชายไล่ยิงไล่ปาระเบิด และตนเองก็ไม่ได้มีการเตรียมเอากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวมาเพื่อจะทำร้ายใคร แต่ในทางกลับการตนเองมองว่ากลุ่มของ น.ส.มุก มากกว่าที่เตรียมกลุ่มผู้ชายมาหาเรื่อง จนเป็นเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย

น.ส.มุก ฝ่ายคนเจ็บ เผยว่า สำหรับชนวนเหตุที่ทำให้ตนเองและ น.ส.พู่ ต้องมีการนัดเคลียร์ใจข้างวัด เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ ตนเองเผลอไปกดสตอรี่ของ น.ส.พู่ ทำให้เจ้าตัวเกิดความไม่พอใจว่าทำไมตนเองต้องไปยุ่งกับสตอรี่หรือไปกดถูกใจทำไม จึงได้มีการส่งข้อความมาพูดคุยกับตนเอง จึงเป็นที่มาของการนัดหมายเคลียร์ใจกัน

ก่อนหน้านี้ยอมรับว่า ช่วงก่อนสิ้นปี 65 ตอนที่ น.ส.พู่ กำลังมีปัญหาทางคดี ซึ่งเจ้าตัวมีแฟนหนุ่มคือ นายเอิร์ธ แต่ปรากฏว่าเป็นช่วงที่ทั้งคู่เลิกรากัน นายเอิร์ธ ได้มาจีบกับตนเอง ซึ่งทำให้ตัวของ น.ส.พู่ เกิดความไม่พอใจ คิดว่าตนเองไปแย่งแฟน ทั้งที่ทั้งคู่เลิกรากันแล้วจึงเป็นเหตุที่ทำให้ตนเองกับเจ้าตัวมีปัญหากัน ประกอบกับช่วงระยะหลัง ต่างคนต่างท้าทายและพูดกันไปมาทำนองว่า “มึงแหละสก๊อย” จึงทำให้ในวันเกิดเหตุนัดหมายเพื่อที่จะเคลียร์ใจกันในประเด็นความเข้าใจผิดทั้งหมดให้จบลงด้วยดี โดยการนัดหมายเคลียร์พร้อมกับตบจากนั้นจึงได้มีการนัดหมายเจอกันที่ข้างวัด
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ กลุ่มของตนเองเดินทางกันไป 5 คน ประกอบด้วย มุก นิว แม้ป กิ้ง นุ่น รวม 5 คน ซึ่งกลุ่มของตนเองอาศัยอยู่ฝั่งราษฎร์บูรณะ ขณะที่กลุ่มของ น.ส.พู่ คู่กรณี มีผู้หญิงมากัน 5 คน ประกอบด้วย พู่ ไฟร์ เอิร์น และอีก 2 คน จำชื่อไม่ได้ โดยฝั่งของ น.ส.พู่ มาในนามของเจ้าถิ่นคือฝั่งพระประแดง และในวันที่เจอกันข้างวัดตามนัดหมายปรากฏว่าฝั่งของน.ส.พู่ มีกลุ่มวัยรุ่นผู้ชายมาด้วยอีกไม่ต่ำกว่า 10 คน

หลังจากเผชิญหน้ากัน ได้มีการนัดหมายเคลียร์ใจกันยอมรับว่ามีการตบกันจริง แต่เป็นการตบกันตัวต่อตัวระหว่างตนเองกับ น.ส.พู่ คู่กรณี หลังจากมีการตบตีกันผ่านไป 1 ยก ซึ่งตนเองและคู่กรณีก็อยู่ในอาการเหนื่อยและเพลีย ประกอบกลับเริ่มได้รับบาดเจ็บสะบักสะบอม แต่กลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกันอยากจะมีส่วนร่วมจึงขอต่อยก 2 แต่ตนเองกับคู่กรณีก็ยืนยันว่าพอแล้วเพราะไม่ไหวเนื่องจากอ่อนเพลีย
ซึ่งในระหว่างที่ตนเองตบตีกันเสร็จแล้วกำลังจะแยกย้ายกัน ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชายเริ่มเหิมเกิม ทำนองเหมือนไม่พอใจ อยากให้ตบตีกันอีก ตนเองจึงมองว่าฝั่งของตนเองที่มาจากฝั่งราษฎร์บูรณะมีเพียงผู้หญิงล้วน จึงได้ตัดสินใจที่จะยกหูโทรศัพท์โทรหาแฟนหนุ่มคือ นายทิพย์ เพื่อที่จะให้เข้ามาคุมเชิงและดูว่าจะเกิดอันตรายขึ้นหรือไม่ จึงได้ตัดสินใจที่จะโทรเรียกให้มาหา

โดยผ่านไปไม่ถึง 15 นาที แฟนหนุ่มของตนเองก็ได้เดินทางมากับกลุ่มเพื่อน เมื่อมาถึงยังไม่ทันได้พูดคุยอะไร ปรากฏว่ากลุ่มวัยรุ่นที่เป็นฝั่งของคู่กรณีที่รออยู่แล้วได้มีการเขวี้ยงปาระเบิดปิงปองก่อนที่จะไล่ยิงกัน จนเป็นเหตุทำให้แฟนหนุ่มของตนเองถูกลูกกระสุนปืนซึ่งเป็นเปิดลูกปราย ยิงเข้าที่บริเวณแผ่นหลังและแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บกว่า 11 นัด รวมถึงเพื่อนที่มาด้วยกันกับแฟนของตนเองก็ถูกยิงเข้าที่แขนซ้ายด้วย
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองไม่คิดว่าจากเรื่องของผู้หญิงตบตีหรือนัดเคลียร์ใจกัน จะเป็นเหตุบานปลายถึงขั้นมีกลุ่มผู้ชายถูกยิงจนกระทั่งได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่มีใครคาดคิดว่าอยากจะให้เป็นแบบนี้ ดังนั้นเมื่อเป็นเหตุการณ์ที่สองต่อจากเหตุการณ์ที่ผู้หญิงนัดเคลียร์ใจกัน ก็อยากให้ตำรวจไล่ล่าตัวกลุ่มคนก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวตรวจสอบกล้องวงจรปิดมุมใกล้บริเวณลานจอดรถช่วงที่ก่อนเกิดเหตุที่กลุ่มเด็กผู้ชายจะได้ยิงกัน และเขวี้ยงปาระเบิดใส่กัน โดยจะสังเกตว่าบริเวณลานจอดรถดังกล่าวจะมีกลุ่มเด็กผู้หญิงไปนัดรวมตัวกัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตอนที่มีการตบตัวต่อตัวระหว่าง น.ส.พู่ กับ น.ส.มุก

ภายหลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้ควบคุมตัวหนึ่งในคนก่อเหตุได้ 1 ราย คือ นายปริวรรต บำเพ็ญบุณย์ หรือ เปา อายุ 21 ปี จาการสอบถามเบื้องต้น ยอมรับว่า ได้ไล่ฟันและใช้ไม้เบสบอลทำร้ายกลุ่มผู้บาดเจ็บจริง ซึ่งตนเองได้ใช้ให้เพื่อนคือ นายจักรพงษ์ หรือ โจ้ อายุ 18 ปี ใช้อาวุธปืนดัดแปลงแบบหักลำกล้อง บรรจุกระสุนเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด ยิงเข้าไปที่ฝ่ายผู้บาดเจ็บจำนวน 1 นัด
หลังจากนั้นตนและเพื่อนได้พากันแยกย้ายไปกันคนละทาง โดย นายจักรพงษ์ ผู้ยิง ได้นำรถจักรยานยนต์สีดำของฝ่ายผู้บาดเจ็บขับหนีไป ในเวลาต่อมา นายปริวรรต ได้หลบหนีอยู่ท้าย ซ.พระราชวิริยาภรณ์ 6 ซึ่งเป็นบริเวณริมคลองหลังวัดอาษา และได้พบกับฝ่ายผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ตนได้ถือมีดไว้ที่มือข้างขวาและได้วิ่งไล่แต่ตามไม่ทัน ตนจึงได้ให้ นายเต้ย กับ นายปอน โดยซ้อนกันไป 3 คน โดยตนนั่งท้าย นายเต้ยได้ให้ไม้เบสบอลกับตนและเมื่อได้ขับจนไปถึงฝ่ายผู้บาดเจ็บบริเวณริมคลองหลังวัดอาษาและได้ใช้มีดฟันบริเวณแขนข้างขวาง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกหมายจับ นายปริวรรต ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ยิงปืนในที่สาธารณะชุมชนหมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร” และขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะมีการออกหมายจับผู้ก่อเหตุรายอื่น ๆ อีกต่อไป
Advertisement