
GWM ประเทศไทย เริ่มทยอยส่งมอบ GWM ORA 5 ให้ลูกค้าชาวไทยอย่างเป็นทางการ หลังเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเปิดรับจองภายในงาน Motor Show 2026 โดยรถรุ่นดังกล่าวถูกวางตำแหน่งเป็นรถยนต์ SUV-B เจเนอเรชันใหม่ ที่มีให้เลือกทั้งระบบไฮบริด HEV และระบบไฟฟ้า EV
การเริ่มส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ GWM ในตลาดรถยนต์ไทย หลังบริษัทเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์พลังงานทางเลือกหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้ในหลายกลุ่มมากขึ้น
นอกจากเรื่องผลิตภัณฑ์ GWM ยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย โดยมีการขยายเครือข่ายศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มระบบจัดการอะไหล่และงานบริการฉุกเฉิน เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
การส่งมอบ GWM ORA 5 ในครั้งนี้ เริ่มจากลูกค้าที่จองรถในช่วงงาน Motor Show 2026 รวมถึงผู้ที่จองรถระหว่างวันที่ 6–30 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนทยอยส่งมอบต่อเนื่องตลอดเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ส่วนลูกค้าที่จองตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จะเริ่มได้รับรถตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
GWM ระบุว่า บริษัทมีการประสานงานร่วมกับพาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วประเทศ เพื่อให้การส่งมอบรถเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในด้านคุณภาพรถ การตรวจสภาพก่อนส่งมอบ และการบริการหลังการขาย
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มส่งมอบ GWM ORA 5 ให้ลูกค้าอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเน้นการส่งมอบตามลำดับการจอง พร้อมดูแลมาตรฐานคุณภาพรถก่อนถึงมือลูกค้า
ลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้รับรถ คือผู้ที่จองรถภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 รวมถึงผู้ที่จองรถในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทจะทยอยส่งมอบรถอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริหารการส่งมอบรถและการดูแลลูกค้า เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
GWM ORA 5 ถูกพัฒนาในกลุ่ม SUV-B Segment โดยมีทางเลือกทั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริด HEV และระบบไฟฟ้า EV เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มีลักษณะการเดินทางแตกต่างกัน
ตัวรถได้รับการออกแบบให้เน้นการใช้งานในเมือง ควบคู่กับเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน
สเปกเบื้องต้นของ GWM ORA 5 มีดังนี้
ขุมพลังไฮบริด HEV ขุมพลังไฟฟ้า EV ตัวถังแบบ SUV-B ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ระบบความปลอดภัยขั้นสูง ระบบจัดการพลังงาน หน้าจอแสดงผลและระบบเชื่อมต่อภายในรถ รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางระยะไกล
นอกจากการส่งมอบรถ GWM ยังให้ความสำคัญกับงานบริการหลังการขาย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์และศูนย์บริการมากกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ
ภายในศูนย์บริการมีทีมช่างที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ GWM รวมถึงมีศูนย์ซ่อมสีและตัวถังที่รองรับงานซ่อมพร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่แท้
อีกหนึ่งจุดสำคัญ คือระบบบริหารจัดการอะไหล่ของบริษัท ซึ่งระบุว่าสามารถจัดส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน เพื่อช่วยลดระยะเวลาการรอซ่อมของลูกค้า
บริการหลังการขายของ GWM ที่มีในประเทศไทย ได้แก่
เครือข่ายศูนย์บริการมากกว่า 70 แห่ง ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐาน รับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้ ระบบจัดส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง บริการผ่านแอปพลิเคชัน GWM GWM Call Center 02-668-8888
การเปิดตัวและเริ่มส่งมอบ GWM ORA 5 เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดในประเทศไทยยังมีการแข่งขันต่อเนื่อง โดยหลายแบรนด์เริ่มขยายผลิตภัณฑ์เข้าสู่กลุ่ม SUV ขนาดเล็กมากขึ้น
กลุ่มรถ SUV-B ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานชาวไทย เนื่องจากเหมาะกับการใช้งานในเมือง ขนาดตัวรถไม่ใหญ่เกินไป และรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้หลากหลายรูปแบบ
การมีตัวเลือกทั้ง HEV และ EV ภายในรุ่นเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมใช้งานแตกต่างกัน ทั้งผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และผู้ที่ยังต้องการความยืดหยุ่นในการเติมน้ำมัน