
วันที่ 15 ม.ค. 66 เวลา 14.00 น. ตำรวจ สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุยิงกันมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุบริเวณร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ถนนท่าข้าม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ นางปนิดา พรำกระโทก อายุ 27 ปี ภรรยาของคนยิงยืนร้องไห้หน้าร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งมีญาติคอยปลอยใจและประคอง และมีชาวบ้านที่ตกใจมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก


จากนั้นตำรวจและอาสาสมัคร อปพร.บางขุนเทียน เร่งเข้าด้านในตรวจสอบพบ นายวุฒิชัย พรำกระโทก อายุ 32 ปี คนก่อเหตุ ถูกยิงที่ขมับเสียชีวิตคาที่ โดยนั่งเสียชีวิตที่บริเวณโซฟาในร้าน และมี น.ส.อ้อยใจ ผาชมภู หรือ น้ำผึ้ง เป็นชาวลาว ถูกยิงใต้ราวนมด้านขวา 1 นัด นั่งบาดเจ็บบนเก้าอี้บริเวณโต๊ะกินข้าวในร้าน โดยยังมีสติและร้องขอความช่วยเหลือจากกู้ภัยและตำรวจ

ขณะที่ นายสุลี พิมสี ชาวลาว ถูกยิงเข้าขาซ้าย 2 นัด แขนซ้าย 1 นัด รวมจำนวน 3 นัด ต่อมาอาสาสมัคร อปพร.บางขุนเทียน เร่งนำตัว น.ส.อ้อยใจ และ นายสุลี พิมสี คนบาดเจ็บ เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนครธน และรอแพทย์มาชันสูตรศพ นายวุฒิชัย พรำกระโทก ในที่เกิดเหตุ

นางปนิดา พรำกระโทก อายุ 27 ปี ภรรยาของคนยิง บอกว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงปลายปีที่แล้วตนจับได้ว่าสามีตนแอบไปมีความสัมพันธ์กับ น.ส.อ้อยใจ คนสัญชาติลาว ซึ่งทั้งคู่ลักลอบมีความสัมพันธ์กันมานาน 1 ปี ตนจึงขอให้สามีเลิกยุ่งเกี่ยวกับ น.ส.อ้อยใจ แต่ต่อมาฝ่ายผู้หญิงยังมาตามตื้อสามีตน

จนกระทั่งจับได้อีกครั้งว่า ทั้งคู่ยังติดต่อกันและลักลอบมาหากัน ตนจึงบังคับให้สามีพาตนมาที่ร้านคาราโอเกะที่ น.ส.อ้อยใจ ทำงาน จากนั้นจึงขับรถเก๋งสีขาวออกมาและมาจอดหน้าร้าน เมื่อมาถึงปรากฎว่าสามีตนก็เดินเข้าไปที่ร้านก่อน แล้วตนก็เดินตามเข้าไปในร้านทีหลัง แต่เมื่อเปิดเข้าไปก็ต้องช็อกเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สามีก่อเหตุยิง น.ส.อ้อยใจ น้าชายของ น.ส.อ้อยใจ ก่อนยิงตัวตายตาม ตนไม่ทราบจริง ๆ ว่าสามีพกปืนมาด้วย และตั้งใจมาก่อเหตุดังกล่าว ยืนยันถ้ารู้จะไม่บังคับให้สามีออกมา ส่วนสาเหตุที่สามีตัดสินใจยิงทั้งคู่จนเจ็บสาหัสและยิงตัวเองตายตาม ตนไม่ทราบว่าเพราะอะไร ส่วนตัวตอนนี้ช็อกมากหลังเจอเหตุการณ์นี้ และต้องสูญเสียสามี แล้วสามีมาก่อเหตุลักษณะนี้

ขณะที่ญาติภรรยาคนก่อเหตุ เปิดเผยเพียงว่า ตนไม่เห็นเหตุการณ์ตอนก่อเหตุ แต่มาพบเหตุการณ์ดังกล่าวหลังเกิดเหตุแล้ว ทราบเพียงว่า เป็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ภรรยาจับได้ว่าสามีกิ๊กจึงมาเคลียร์ปัญหาเกิดขึ้นที่ร้าน ซึ่งเหตุการณ์ที่ตนไปต่อว่าพนักงานในร้านตนทำไปเพราะโมโห ยอมรับว่าเรื่องนี้ทุกคนสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้าน นางหนูกาญจน์ พันจร อายุ 46 ปี เจ้าของร้านคาราโอเอะที่เกิดเหตุ เผยว่า น.ส.อ้อยใจ เปลี่ยนเป็นพนักงานในร้าน โดยเคยมาทำงานที่ร้านพักใหญ่ช่วงปีที่ผ่านมา ก่อนถูกยิงตนเตือนเรื่องความสัมพันธ์กับลูกค้าในร้าน จนทำให้ น.ส.อ้อยใจ ตัดสินใจลาออกแล้วกลับไปที่ประเทศลาว จากนั้นก็เพิ่งกลับมาทำงานที่ร้านอีก และทำงานได้เพียง 4 วันก็เกิดเหตุ ส่วนตัวทราบเพียงว่าก่อนเกิดเหตุ น.ส.อ้อยใจ ขอตนว่าจะขอเอาแม่มาอยู่ที่ร้านด้วยเพื่อมาเลี้ยงหลานคือลูกของ น.ส.อ้อยใจ และได้รับแจ้งอีกว่าจะพาเพื่อนชายมาที่ร้าน
ก่อนหน้านี้เคยทราบว่า น.ส.อ้อยใจ มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับชายที่เป็นลูกค้าจนกระทั่งต้องไปแจ้งความ แต่ตอนนั้นตนไม่ได้ถามว่าแจ้งความเรื่องอะไร และเพิ่งมาทราบวันนี้ว่าชายที่พัวพันคือคนก่อเหตุ และภรรยาคนก่อเหตุอ้างว่า น.ส.อ้อยใจ ไปมีความสัมพันธ์ชู้สาว ตอนนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ในร้าน ต่อจากนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ

นางไพรทอง พันแปงศรี แม่ของ น.ส.อ้อยใจ คนบาดเจ็บ ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุตนและลูกสาวไปซื้อกับข้าวจากนอกร้านมานั่งกินในร้าน โดยนั่งกินกันอยู่ 4 คน มีตนเอง, อ้อยใจ นายสุลี น้าชายของอ้อยใจ และลูกสาวของอ้อยใจอายุ 11 ปี

จากนั้นจู่ ๆ นายวุฒิชัย คนก่อเหตุ ก็เปิดประตูเข้ามาในร้าน พร้อมตะโกนเสียงดังว่า “มึงต้องตาย” ก่อนควักปืนออกมายิง ตอนนั้นเสียงปืนที่ยิงดังมาก โดยคนก่อเหตุยิงมาที่ลูกสาวตนก่อน จากนั้นยิงเข้าน้าชาย เสียงปืนดังรัวหลายนัด จนตอนนั้นตนคิดว่าตนถูกยิงแล้ว จากนั้นนายวุฒิชัยก็ใช้ปืนยิงขมับตนเองเสียชีวิต
ตอนนั้นตนช็อกมากเห็น เลือดเต็มที่เกิดเหตุ ลูกสาวตนถูกยิง ญาติถูกยิง แล้วคนยิงก็ยิงตัวเองตายตาม ทำให้ตนยืนตัวแข็งและทำอะไรไม่ถูก ต่อมาภรรยาของคนยิงและญาติเปิดประตูเข้ามาก็ต้องช็อกกับภาพที่เห็น ทำให้ญาติภรรยาคนยิงที่มาด้วยวิ่งออกหน้าร้าน แล้วตะโกนขอความช่วยเหลือ จนตำรวจมาพื้นที่เกิดเหตุ


ส่วนตัวทราบว่า ลูกสาวรู้จักกับชายคนที่ก่อเหตุนานแล้ว แต่ไม่ทราบว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์อย่างไร เพราะลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟัง ตอนนี้ตนยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ และยังไม่รู้จะต้องดำเนินการต่อไป เพราะตนเอง ลูกสาว และน้าชาย ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนลาว ซึ่งลูกสาวเพิ่งมาทำงานที่ร้านนี้ได้เพียง 4 วันเอง

ขณะที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุๆได้มีเหตุชุลมุนเกิดขึ้น เมื่อญาติของคนก่อเหตุและภรรยาของคนก่อเหตุ เดินเข้าไปด่าทอพนักงานมนร้านคาราโอเกะ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของ น.ส.อ้อยใจ ซึ่งด่าทอว่าที่เกิดเหตุเพราะพนักงานในร้านไปยุ่งเกี่ยวกับสามีตน จนเรื่องราวบานปลาย และสุดท้ายสามีตนต้องพาตนมาเคลียร์ก่อนเกิดเหตุสลด และยังด่าทอว่าทำไมถึงไม่ไปตักเตือนพนักงานในร้านให้ปรับตัวไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องชู้สาวกับครอบครัวคนอื่น ด้านพนักงานในร้านก็โต้กลับว่าตนไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์รักระหว่างทั้งสองและตนก็ไม่เห็นเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ จนตำรวจต้องมาห้ามปราบและแยกฝ่ายภรรยาคนยิงออกจากจุดที่โต้เถียงกัน

ทีมข่าวได้พูดคุยกับรุ่นพี่ที่ผู้ตายให้ความเคารพนับถือคือ นายบี (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักเเละสนิทสนมกับ นายวุฒิชัย ผู้ตาย มาเกิน 10 ปีเเล้ว ผู้ตายเป็นคนนิสัยดี รักเพื่อนฝูง ส่วน น.ส.อ้อยใจ เด็กร้านคาราโอเกะ มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้ตายมาประมาณ 1 ปี ซึ่งตนสังเกตเห็นความผิดปกติ จากเดิมเมื่อก่อนผู้ตายเป็นคนมีเงินใช้ไม่ขาดมือ เเต่หลังจากที่ น.ส.อ้อยใจ เข้ามาในชีวิต ผู้ตายก็มีปัญหาด้านการเงิน เเต่ผู้ตายก็ไม่เคยรบกวนใครในเรื่องนี้ เเละเท่าที่ทราบผู้ตายหมดเงินกับ น.ส.อ้อยใจ ไปเยอะ
หลังจากมีความสัมพันธ์กันอยู่พักนึง จนกระทั่ง 4 เดือนที่เเล้ว ภรรยาของผู้ตายจับได้ว่าผู้ตายเเอบมีความสัมพันธ์กับเด็กร้านคาราโอเกะ จึงเก็บเสื้อผ้าหอบลูกหนีไป ช่วงนั้นผู้ตายเครียดมากร้องไห้มาปรึกษาตนหลายครั้ง ตนก็ให้คำเเนะนำว่าควรรักลูกกับภรรยาให้มาก ๆ อะไรที่ไม่ดีก็เลิกซะ ทางด้านผู้ตายจึงไปตามง้อภรรยา ซึ่งภรรยาก็กลับมาคืนดีด้วยเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เเละทางผู้ตายก็รับปากกับตนว่าจะกลับเนื้อกลับตัวใหม่ เเละได้เลิกกับ น.ส.อ้อยใจ ไปเเล้ว
เเต่ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ ที่เลิกกันไป น.ส.อ้อยใจ กลับไม่ยอมเลิก พยายามเเสดงความเป็นเจ้าของ เเละ น.ส.อ้อยใจ เป็นฝ่ายติดต่อตามตื้อผู้ตายอยู่ตลอด ทำให้ผู้ตายมีปัญหาทะเลาะกันกับภรรยา เเละจากปัญหานี้ทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดสะสม เเต่สาเหตุที่ทำให้ผู้ตายฟิวส์ขาด หมดความอดทน คือเมื่อคืนที่ผ่านมา น.ส.อ้อยใจ โทรไปหาภรรยาของผู้ตาย พยายามปั่นประสาท อ้างว่าอยู่กับผู้ตายที่ร้านซึ่งไม่เป็นความจริง ผู้ตายพยายามอธิบายกับภรรยาเเต่ทางภรรยาไม่เชื่อ จนกระทั่งวันนี้ผู้ตายจึงพาภรรยามาที่ร้าน เพื่อจะเคลียร์กันให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ น.ส.อ้อยใจ กล่าวอ้าง ไม่เป็นความจริง เเต่ด้วยความเครียดสะสมเเละอารมณ์โมโห จึงทำให้ตัดสินใจก่อเหตุขึ้น ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าผู้ตายจะตัดสินใจทำเเบบนี้
Advertisement