
จากกรณีวันที่ 9 ธ.ค. 65 เวลา 20.00 น. หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ มีคนถูกแทงเสียชีวิต ทราบชื่อผู้ตายคือ นายธีระวุฒิ เจดีมูนจัน หรือ เอ็ม อายุ 41 ปี เป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่คอ ลำตัว แขนซ้าย และหลัง รวมทั้งหมด 24 แผล


จึงได้มีการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ สภ.เขาพนม เพื่อเข้าตรวจสอบบ้านหลังที่เกิดเหตุในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.โคกหาร อ.เขาพนม จ.กระบี่ ก่อนที่จะทราบว่าบ้านหลังที่เกิดเหตุนั้น เป็นบ้านเพื่อนของผู้ตายทราบชื่อคือ "นายนิว"

โดยที่ผู้ตายมาขอพักอาศัยอยู่ เนื่องจากทั้งคู่มีความสนิทสนม ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมคนก่อเหตุไม่ได้ เเต่ได้มีการเชิญบุคคลใกล้เคียงในจุดเกิดเหตุไปให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาเบาะแสในส่วนของคนก่อเหตุ

วันที่ 10 ธ.ค. 65 ทีมข่าวลงพื้นที่ สภ.เขาพนม สอบถาม นายนิว เจ้าของบ้านและเป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ หลังสอบปากคำเสร็จได้ให้สัมภาษณ์ว่า ที่วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสอบ ตนปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่รับประทานอาหารด้วยกันกับทางผู้เสียชีวิต ทางผู้เสียชีวิตเองก็ได้ขอตัวเพื่อกลับไปนอนในห้องของตนเอง หลังจากนั้นตนเองก็ได้กลับมานอนในห้องของตน

ผ่านไปซักระยะหนึ่ง ทางภรรยาของตนก็ได้เข้ามาบอกว่า ทางผู้เสียชีวิตโดนทำร้ายร่างกายและนอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้อง ตนเองเลยรีบไปดูก็พบว่าทาง "นายเอ็ม" นอนจมกองเลือดอยู่
ทั้งนี้ตนเองไม่ทราบว่าคนร้ายที่เข้ามาทำร้ายร่างกายคือใคร เนื่องจากหลังที่มีการแยกย้ายเข้าห้องนอนก็ไม่ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหรือคนในพื้นที่เข้ามาในบ้านของตนเอง อีกทั้งที่ผ่านมาทางผู้เสียชีวิตเองก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครแต่อย่างใด ยอมรับ ณ ตอนนี้ตนเองก็ยังสงสัยว่าผู้ก่อเหตุคือใคร

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปยังวัดท่างาม หมู่ที่ 5 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลร่างของ "นายธีระวุฒิ" ผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของผู้เสียชีวิต โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว โดยที่ร่างของผู้เสียชีวิตเพิ่งจะมาถึงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

"นางทิพย์สุดา นาคมณี" อายุ 34 ปี อดีตภรรยาของผู้ตายที่เลิกรากันไปได้ 2 ปีกว่า และเป็นคนในพื้นที่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ ได้เล่าให้ฟังว่าจริง ๆ ตนเองกับทางผู้ตายเลิกรากันไปแล้วและไม่ได้มีการติดต่อหรือพูดคุยกัน จะมีแต่ทางผู้ตายเองยังคงหางานรับจ้างกรีดยางและรับจ้างทั่วไปในพื้นที่ โดยเขาเองมักจะพักอาศัยกับทางบ้านน้าสาว และสลับไปนอนที่บ้านของเพื่อนเขาหลังที่เกิดเหตุ แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดว่าช่วงที่เกิดเรื่องนั้นเกิดไรขึ้น ตามที่บอกตนเองได้เลิกรากับเขาไปแล้วจะมีแค่ทางอดีตสามีหรือคนตายจะเเวะมาที่บ้านตนบ้างเพื่อมาดูลูก หรือพาลูกไปหาหมอเวลาที่ตนไม่ว่าง แต่ส่วนตัวตนกับคนตายจะไม่ได้คุยหรือปรึกษาอะไรกัน เจอหน้าก็ไม่ได้คุย
ถามว่าที่ผ่านมาเขาเองเคยมาระบาย หรือลักษณะพูดอะไรให้ฟังไหมว่ามีเรื่องกับใครหรืออย่างไร ในส่วนนี้ทางเจ้าตัวบอกไม่มี ถามว่าแล้วส่วนตัวสงสัยหรือคิดว่าใครเป็นคนทำ อดีตภรรยาบอกไม่ทราบเพราะไม่ได้อยู่ในจุดที่เกิดเรื่อง ยืนยันไม่ใช่เรื่องหึงห่วงหรือชู้สาวแน่

ขณะที่ "นางวันทนา วงศ์พลาย " อายุ 53 ปี น้าสาวผู้ตาย ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าสำหรับบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านเพื่อนผู้ตายชื่อ "นายนิว" ซึ่งเขาเองรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น อยู่ด้วยกันและมักจะไปนอนค้างบ้านนายนิวเป็นประจำ สลับไปมากับบ้านของตนที่อยู่ใกล้กัน โดยก่อนเกิดเรื่องเมื่อ 2-3 วัน ทางผู้ตายเองได้บอกตนว่าจะไปหานายนิวเพื่อไปหาปลา และคงไปค้างบ้านนายนิวสัก 2-3 วัน เดียวจะกลับมา ซึ่งตนเองก็ไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม เพราะมองว่าเป็นเรื่องปกติของเขาที่ไปมาหาสู่กันตามประสานเพื่อนคนสนิท
กระทั้งช่วงค่ำเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งมาจากทางนายนิวว่าทางหลานของตนโดนทำร้ายร่างถูกแทงเข้าที่บริเวณลำตัว ตนเองเลยเดินทางไปปรากฎว่าภาพที่เห็นคือหลานของตนนอนคล้ายคนหลับ ตามร่างกายมีร่องรอยโดนทำน้ายร่างกายด้วยอาวุธของมีดทั้งที่แขน ลำตัว และด้านหลัง
ซึ่งจากที่ประเมินด้วยสายตาแล้วน่าจะมีอาวุธมีด 2 เล่ม และคนที่ก่อเหตุมีมากกว่า 1 คนแน่นอน ส่วนรายละเอียดช่วงที่เกิดเรื่องตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่าคนก่อเหตุน่าจะเป็นคนในละเเวกนั้น คงไม่ใช่คนต่างพื้นที่บุกเข้าไปที่แน่ หากมีคงจะมีคนได้ยินเสียงรถหรือเสียงคนแน่นอน แต่นี้แปลกทั้งที่ห้องอยู่ติดกันหลับไม่ได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกันมาตลอด ย้ำผู้ตายไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายแต่อย่างใดตั้งใจทำแต่งาน ที่ผ่านมาเวลาเขากลับมาบ้านก็ไม่ได้มาบ่นหรือพูดว่าผิดใจใคร ตอนนี้ญาติ ๆ เองก็อยากตามตัวคนก่อเหตุและอยากทราบว่าทำไปเพื่ออะไร
Advertisement