
จากกรณีเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ก.ย. 65 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.ลพบุรี รับแจ้งเด็กสูญหายออกจากบ้านคาดจมน้ำ ในคลองแม่น้ำลพบุรี บริเวณใกล้หน้าบ้านพัก หมู่ 2 ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี จึงส่งทีมนักประดาน้ำและอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปค้นหา เมื่อไปถึงพบ นายสิงหชัย เนื่องภิรมย์ อายุ 33 ปี ผู้เป็นพ่อ ระบุว่า ลูกสาวชื่อว่า ด.ญ.โชวธิญา เนื่องภิรมย์ หรือ น้องน้ำเมย อายุ 1 ปี 9 เดือนหายไป ในขณะที่ตนนอนพักกับลูกสาวอยู่ภายในบ้าน

วันที่ 30 ก.ย. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ภาพกล้องวงจรปิดเป็นภาพและเสียงสุดท้ายของน้องน้ำเมยในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ โดยวงจรปิดที่จับภาพเอาไว้ได้เป็นช่วงเวลาประมาณ 8 โมงกว่า ๆ ที่จะเห็นว่า พ่อของน้องน้ำเมยพาน้ำเมยนั่งหน้ารถออกไปรอรับคุณแม่ที่กำลังจะเลิกงาน ซึ่งในภาพจะเห็นว่ารถบัสโรงงานจะเลี้ยวเข้ามาจอดส่งแม่น้ำเมยตรงหน้ากล้อง แต่ไม่เห็นช่วงที่พ่อพาน้ำเมยมาจอดรถรอ
กระทั่งรถบัสวิ่งออกไปจากหน้ากล้อง จึงจะเห็นเพียงเสี้ยวนาทีที่พ่อกลับรถตรงมุมกล้อง โดยมีน้องน้ำเมยนั่งหน้ารถใส่เสื้อสีขาว ตัวเดียวกันกับชุดที่เจอศพ ซึ่งนอกจากจะเห็นภาพแล้วยังมีเสียง ในขณะที่พ่อกำลังกลับรถเป็นเสียงน้องน้ำเมย เรียกแม่ ๆ 2 ครั้ง ก่อนที่แม่จะขึ้นรถกลับบ้านพร้อมกัน

ทั้งนี้ทีมข่าวได้ไปพูดคุยกับบุคคลที่มีความสัมพันธ์มากที่สุดกับตัวน้องน้ำเมย ก็คือ คุณยายหมี ที่เลี้ยงน้องน้ำเมยมาตั้งแต่แรกเกิด เล่าข้อมูลสำคัญให้ทีมข่าวฟังว่า เมื่อเช้านี้ก่อนที่กู้ภัยจะไปเจอศพน้องน้ำเมย ตัวเองนอนอยู่ในบ้านจู่ ๆ ประมาณ 9 โมงเช้า มีเต่าตัวเท่าฝามือเดินเข้ามาในบ้าน

ซึ่งตอนนั้นตนเองก็เอะใจว่า ทำไมเต่าถึงเข้ามาในบ้านได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเต่าหรือสัตว์อื่น ๆ เข้ามาในบ้าน จึงหยิบเต่าขึ้นมาและเดินไปที่ริมน้ำใกล้กับจุดที่พบศพน้องน้ำเมย โดยตอนนั้นตั้งใจจะไม่บอกใครเรื่องเต่าที่จะเอาไปปล่อย แต่มีทางญาติเดินมาหา แล้วก็แนะนำว่า ก่อนจะปล่อยเต่าลงน้ำลองจุดธูปบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหมว่าหากปล่อยเต่าคืนสู่แม่น้ำขอแลกกับร่างน้องน้ำเมย
ยอมรับว่าตอนนั้นตนเองก็เชื่อ จึงนำธูปมาจุดแล้วบอกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เจ้าทางไปว่า หากปล่อยเต่าไปขอให้เจ้าหน้าที่เจ้าทาง เปิดทางให้เจอกับร่างน้องน้ำเมย และยังบอกกับน้องน้ำเมยว่า น้ำเมยพี่ ๆ กู้ภัยเขาเหนื่อยกันแล้ว ออกมาให้พี่ ๆ เขาเห็นนะลูก หลังที่ตนเองปล่อยเต่าลงไปน้ำไม่กี่นาที ก็มีกลิ่นลอยมาจากก่อผักตบชวา จึงตะโกนเรียกกู้ภัยที่อยู่ใกล้ ๆ ไปว่า พี่ ๆ ได้กลิ่นอะไรไหม แต่กู้ภัยก็บอกว่าไม่ได้กลิ่น ตนเองจึงตัดสินใจบอกกับกู้ภัยไปว่า ลองไปหาตรงกอผักตบชวาตรงที่ได้กลิ่นหน่อยได้ไหม กระทั่งกู้ภัยเข้าไปเจอศพน้องน้ำเมยจริง ๆ ที่ก่อผักตบชวาที่ตนเองได้กลิ่น
ยืนยันว่าตั้งแต่น้องน้ำเมยหายตัวไปตนเองไม่เคยมีความคิดในหัวว่า น้องน้ำเมยจะมีคนมาอุ้มตัวไป ซึ่งเท่าที่เลี้ยงน้ำเมยมา น้องน้ำเมยเดินไปไหนมาไหนเองได้ และไม่เคยให้คนแปลกหน้าอุ้มหรือเข้าใกล้ตัว ส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากตอนเกิดเหตุ ตนเองอยู่ในบ้าน น้องน้ำเมย อาจจะเดินมาหาที่บ้านและคงจะไม่เดินไปลงน้ำจนเสียชีวิต
Advertisement