
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 12.12 น.เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำบริเวณสระน้ำหน้าโรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม ทราบชื่อคือ“น้องออนเซน” วัย 6 ขวบ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ประสานหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามแพทย์ทำการช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ล่าสุดเด็กชายไม่ตอบสนองต่อการรักษาและมีภาวะสมองตาย
บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่วัดบูรพารามส่องใต้ เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม หลังครอบครัวของน้องออนเซนวัย 6 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุจมน้ำข้างโรงเรียนได้นำร่างมาตั้งบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางญาติพี่น้องและประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยจำนวนมาก โดยมีกำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569
นางบุษยา แม่ของเด็กชายเปิดเผยทั้งน้ำตาว่าบุตรชายเสียชีวิตเมื่อเวลา 21.18 น.ของคืนที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว เนื่องจากเป็นลูกชายคนเล็กและเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของทุกคนในบ้าน ขณะนี้ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้วเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียนทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน
“หากมีการช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตลูกไว้ได้ แม่ก็พร้อมยอมรับความจริง แต่จากภาพบางส่วนที่ได้เห็นรู้สึกว่าการช่วยเหลืออาจไม่ทันท่วงที จึงอยากให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยหรือไม่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ก็ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย”
ภายในงานศพ แม่ได้นำของเล่นชิ้นโปรดของบุตรชายมาวางไว้ข้างโลงศพ ทั้งดินน้ำมัน อุปกรณ์วาดรูป และของเล่นรูปปลาวาฬ ที่ลูกชายชื่นชอบ โดยกล่าวว่าเป็นการทำหน้าที่ของแม่อย่างเต็มที่ครั้งสุดท้ายเพื่อลูก สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก
ด้าน พ.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่าเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำแม่ของเด็กรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องภายในโรงเรียนที่ลงไปให้ความช่วยเหลือแล้ว พร้อมทั้งเรียกครูประจำชั้นและผู้อำนวยการโรงเรียนเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่หรือไม่
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด หากพยานหลักฐานชี้ว่ามีการกระทำโดยประมาทหรือปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน
คดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสังคม โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้สถานศึกษาทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยและการดูแลนักเรียนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภายในโรงเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต
Advertisement