
จากกรณี เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 7 ส.ค.65 ตำรวจ สภ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กวัยรุ่น อายุ 14 ปี ถูกทำร้ายด้วยของแข็งเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย

จุดเกิดเหตุเป็นถนนที่เป็นป่าทางเข้าหมู่บ้านทรายทอง หมู่ 17 ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำแดง ล้มลงอยู่ในป่าข้างถนน

ใกล้กันพบร่าง ด.ช.ณัฐดนัย หรือ ฟิล์ม อายุ 14 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพถูกของแข็งทำร้ายที่บริเวณใบหน้าระหว่างคิ้วถึงจมูก กระโหลกหน้าผากยุบ มีมันสมองไหลออกมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคน คือน้องเวฟ อายุ 14 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้

หลังเกิดเหตุตำรวจได้คุมตัว นายอนุวัตน์ สอนแหวน อายุ 29 ปี และนายสุรชัย สอนแหวน อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำทราบว่าเป็นคนในหมู่บ้านที่มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด มักจะดักซุ่มในป่าข้างทางเพื่อขอเงินชาวบ้านไปเสพยา หากไม่ได้ก็จะทำร้ายด้วยการขว้างปาของแข็งใส่

ล่าสุด วันที่ 8 ส.ค. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ป่าทางเข้าหมู่บ้านทรายทอง หมู่ 17 ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดยลักษณะจุดเกิดเหตุ เป็นถนนลาดยางรอยต่อกับหมู่บ้านใกล้เคียง มีร่องรอยคราบเลือดที่ตำรวจฉีดสเปรย์วงไว้ที่กลางถนน ห่างกันประมาณ 30 เมตร พบรอยเลือดอยู่ที่หญ้าข้างทาง ส่วนบ้านของคนก่อเหตุอยู่ริมถนนติดกับที่เกิดเหตุ

นางลำไพ สอนแหวน อายุ 57 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุมาเยี่ยมลูกชาย ในสภาพที่เมาพูดจาไม่รู้เรื่อง บอกกับทีมข่าวว่า ตอนเกิดเหตุนายสุรชัย ลูกชายคนเล็ก ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ทำไมชาวบ้านถึงกล่าวหาว่านายอนุวัตน์ ลูกชายเป็นคนลงมือฆ่าเด็กชายวัย 14 ปี ทั้งที่เห็นอยู่ว่ารถมันล้มเอง

หลังเกิดเหตุลูกชายทั้ง 2 คน บอกว่าไม่ได้เป็นคนทำ เด็กมันขับรถมาเหยียบหมาเอง พอรถล้มก็เดินไปดู แต่ในมือถือมีดไปด้วย ยืนยันลูกชายไม่ได้เอาอะไรปาใส่เด็กจนตาย วันนี้จะมาประกันตัวลูกชาย

นายสุรชัย และนายอนุวัตน์ ผู้ก่อเหตุ สารภาพว่าได้ขว้างก้อนหินใส่ผู้ตายจริง ตามที่แม่บอกว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เพราะโมโหที่ได้ยินเหมือนเสียงผู้ตายมาตะโกนด่าตนเองว่าควาย ก็เลยรีบวิ่งออกมาขว้างก้อนหินใส่ผู้ตายจริง และก็เห็นรถของผู้ตายล้มลง ตนเองและเพื่อนกลัวความผิด จึงวิ่งเข้าไปหลบภายในบ้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเป็นใคร ก็เลยเข้าไปควบคุมตัวมาที่ สภ.บึงโขงหลง โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยรู้จักกับผู้ตายมาก่อน และไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน

นายอ้ม สอนแหวน อายุ 52 ปี พ่อผู้ก่อเหตุ บอกว่า ตอนเกิดเหตุนอนอยู่ในบ้านพัก ซึ่งก็ได้ยินเสียงนายอนุวัฒน์อาละวาดนอกบ้าน แต่ไม่เห็นตอนที่ลูกชายขว้างหินใส่เด็กชายอายุ 14 ปี ขณะขี่รถผ่าน แต่ได้ยินเสียงขณะรถล้มเสียงดังสนั่น ตอนนั้นก็ตกใจรีบออกมาดูก็พบรถจักรยานยนต์ล้มมีคนบาดเจ็บ มีนายอนุวัฒน์ยืนอยู่ใกล้จุดรถล้ม ตัวเองก็ไม่ได้คิดว่านายอนุวัฒน์เป็นคนทำ จึงไม่ได้ถามว่าเป็นคนลงมือปาหินหรือไม่

ซึ่งหลังเกิดเหตุนายอนุวัฒน์ก็ไม่ได้หนีไปไหน แล้วก็ไม่ได้สำนึก ยังคงเดินไปเดินมาตะโกนอาละวาดร้องด่าคนอื่น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่อยากปรักปรำนายอนุวัฒน์ว่าเป็นคนขว้างหินจนเด็กชายที่ขี่รถมาเกิดเสียหลักรถล้มแล้วเสียชีวิต รู้แต่เพียงว่าตอนที่ตำรวจมารวบตัวนายอนุวัฒน์เมื่อคืนนี้ เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุเอง
ซึ่งพฤติกรรมที่ผ่านมานายอนุวัฒน์ทั้งเสพยาเสพติดและดื่มเหล้า คาดว่าอาจทำให้ประสาทหลอนแล้วก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ส่วนลูกชายอีกคนคือนายสุรชัย ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุ เนื่องจากก่อนเกิดเหตุนายสุรชัย เดินไปอยู่ที่บ้านญาติ


น้องเวฟ อายุ 14 ปี ผู้บาดเจ็บ กล่าวต่อหน้าพ่อแม่และผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่าตอนเกิดเหตุตนเองกับเพื่อนรวม 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ไปด้วยกัน 2 คัน มีฟิล์มเป็นคนขี่ ตนเองซ้อน พอไปถึงจุดเกิดเหตุมีผู้ชาย 2 คน ยืนดักอยู่ข้างทาง คนแรกคือนายสุรชัย ปาหินใส่ตนเองกับเพื่อน แต่ไม่โดน จากนั้นตนเองกับเพื่อนพยายามเร่งเครื่องไปต่อไปได้ประมาณ 50 เมตร จอนายอนุวัตน์ยืนดักอยู่ข้างทางอีกคน แล้วก็ปาหินใส่รถของตนเอง จนไปถูกหน้าน้องฟิล์มที่เป็นคนขี่ รถเสียหลักล้มไถลไปตามทาง ร่างกระเด็นไปอยู่ในป่าข้างทาง

หลังจากนั้นพอได้สติ เห็นนายสุรชัยกับนายอนุวัตน์เดินเข้าไปที่ร่างของน้องฟิล์ม แล้วก็ได้ยินเสียงฟาดอะไรสักอย่างดังขึ้นหลายครั้ง ซึ่งตอนนั้น ยอมรับว่ากลัวมากไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาดู เพราะกลัวจะถูกทำร้าย จึงนอนหลบอยู่ในป่า รอให้คนมาช่วย เพราะรู้ว่าเพื่อนอีก 2 คนคือคิกและเต้นท์ ขี่รถอีกคันหนีไปได้

จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที เห็นพ่อกับแม่ของฟิล์ม ขี่รถเข้ามาในจุดเกิดเหตุ จึงวิ่งไปขึ้นรถแล้วก็กลับไปที่บ้าน ซึ่งเมื่อถึงบ้านได้ถามกับพ่อและแม่ของฟิล์มว่าฟิล์มไปไหน พ่อและแม่ของฟิล์ม ตอบกลับมาว่าเมื่อกี้วนรถไปดู เห็นแต่รถไม่เห็นใครอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงย้อนกลับไปดู ปรากฏว่าไปพบศพของฟิล์มนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าข้างทาง
ตนยอมรับว่าตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียใจที่ไม่สามารถออกจากป่ามาช่วยเพื่อนได้ ถ้าฟิล์มฟังอยู่ก็อยากจะบอกให้ฟิล์มไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ยืนยันตอนเกิดเหตุไม่รู้จริง ๆ ว่าฟิล์มตายแล้ว สิ่งที่ตนเองพูดไปทั้งหมดเป็นความจริง

นางก้อนเพชร ชื่นชม อายุ 43 ปี แม่ของน้องฟิล์ม ผู้ตาย บอกว่า หลังเกิดเหตุเพื่อนของลูกชายโทรมาบอกว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุ จากนั้นตัวเองจึงโทรเข้า สภ. ช่วง 22.00-23.00 น. เพื่อให้ตำรวจยืนยันว่ามีเหตุดังกล่าวจริงหรือไม่ รีบออกจากบ้านพักเพื่อไปดูลูกชาย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบเพียงรถจักรยานยนต์ แต่ตัวลูกชายและเพื่อนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว ตนตะโกนเรียกหาลูกชายในบริเวณดังกล่าวแต่ก็ไม่พบตัว ตอนนั้นก็เห็นนายอนุวัฒน์เดินโวยวายและอาละวาดในบริเวณดังกล่าว ตนกลัวถูกลูกหลง จึงรีบขึ้นรถออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ

สักพักตำรวจที่โทรแจ้งเหตุก็พบศพลูกชาย ลักษณะศพของลูกนอนคว่ำหน้า ตอนนั้นยอมรับว่าใจสลาย รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวก็ไม่กล้าพูดคุยกับนายอนุวัฒน์หลังถูกตำรวจจับกุมตัวได้ เพราะเป็นบุคคลน่ากลัว พร้อมทำร้ายทุกคนที่เข้าใกล้ ทั้งนี้ ครอบครัววอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืนความยุติธรรมให้แก่ลูกชายที่เสียชีวิต เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้น้องชายก็เคยถูกลูกหลงจากการที่นายอนุวัฒน์อาละวาดจนเสียชีวิต ก่อนเกิดเหตุน้องฟิล์มไปเล่นกับเพื่อนตามปกติ เพราะเป็นคนรักเพื่อน แล้วไม่ใช่คนที่มีนิสัยเกเรหรือหาเรื่องใคร ขี่รถเล่นกับเพื่อนตามประสาวัยรุ่น เคยเตือนหลายครั้งว่าหากออกไปเล่นกับเพื่อนอย่ากลับบ้านดึก เพราะจะไปเรียนไม่ทัน ส่วนลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุ ไม่มีอะไรบอกเป็นลางเลย
ส่วนเรื่องของผู้ต้องหาส่วนตัวอโหสิกรรมให้ที่ทำให้ลูกชายเสียชีวิต แต่อยากให้ติดคุกไปนาน ๆ เพราะหากออกมาเร็วก็คงมีพฤติกรรมแบบนี้อีก ซึ่งอาจจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน และขอให้ศพของลูก เป็นศพสุดท้าย
Advertisement