
จากกรณีนายกษมะ ถิระนราดิตถ์ อายุ 52 ปี เป็นอดีตตำรวจ และครูสอนดนตรีไทย ทำร้ายร่างกายภรรยานางรัชตา ถิระนราดิตถ์ อายุ 51 ปี โดยสามีหรือผู้ต้องหายอมรับว่าได้ร่วมหลับนอนกับภรรยา มีรสนิยมใช้ความรุนแรง จนภรรยาเสียชีวิตคาที่นอน

ล่าสุด วันที่ 18 ก.ค. 65 ทีมข่าวเดินทางมาที่ สภ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี น้องสาวของผู้ตาย นางสาวบี (นามสมมติ) มาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับน้องชายของคนก่อเหตุ นางบีได้นำหลักฐานชิ้นสำคัญให้ทีมข่าวดู

เป็นภาพรอยเขียวช้ำตามร่างกายที่สำคัญยังให้ทีมข่าวดูภาพบริเวณอวัยวะของผู้ตายเขียวช้ำจากการถูกสามีทำร้ายร่างกาย โดยเป็นภาพที่ผู้ตายส่งให้น้องสาวก่อนที่จะเสียชีวิต เพื่อนำเป็นหลักฐานดำเนินคดี

โดยนางสาวบี บอกอีกว่าพี่สาวของตนอดทนมาตลอดกับพฤติกรรมที่ซาดิสม์ของสามีจนลูกชายทั้ง 2 คนไม่อยากกลับบ้าน เพราะไม่ชอบพฤติกรรมของพ่อ ที่ชอบทำร้ายร่างกายแม่


นอกจากจะทำร้ายร่างกายพี่สาวจนเสียชีวิตแล้ว พี่เขยยังเคยให้พี่สาวมาบอกกับตนเองว่าให้ไปร่วมหลับนอนด้วย ซึ่งตนจึงบอกกลับไปว่าตนเป็นโรค HIV เพื่อไม่ให้พี่เขยมายุ่งกับตน แล้วก่อนหน้านี้พี่เขยวิปริตก็ยังบังคับให้พี่สาวไปพาพ่อมานอนด้วย แต่พี่สาวไม่ทำตาม และเครียดจนกินยาฆ่าตัวตาย และตนก็เป็นคนพาไปโรงพยาบาลล้างท้องได้ทัน นอกจากนี้ ลูกชายทั้ง 2 คนของเขาไม่มีใครเดินทางมาประกันตัวพ่อ และได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ป้าของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้รู้จากแม่ค้าขายข้าวแกงรายหนึ่งว่าผู้ตายและสามีเคยมานั่งกินข้าวกันที่ร้าน และจู่ ๆ สามีได้เอาน้ำพริกในจาน สาดเข้าหน้าภรรยา โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ซึ่งส่วนตัวป้าปกติไม่สุงสิงพูดคุยกับผู้ก่อเหตุอยู่แล้ว เพราะไม่ชอบนิสัยหรือพฤติกรรมที่ผู้ก่อเหตุชอบทำกับคนอื่น แต่กับป้าส่วนตัวไม่เคยมีปัญหาอะไรกันกับผู้ก่อเหตุ เพราะผู้ก่อเหตุเกรงใจสามีของป้า ที่เป็นตำรวจรุ่นพี่

ที่ สภ.บ้านนาสาร นายกษมะ ถิระนราดิตถ์ อายุ 52 ปี ผู้ก่อเหตุ เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบสวนเบื้องต้น สารภาพว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ก.ค. ได้ออกไปดื่มสุรากับเพื่อนบ้าน จนกระทั่ง 5 ทุ่มกลับเข้าบ้าน และมีเพศสัมพันธ์ร่วมหลับนอนกับภรรยา แบบปกติ ตนเองมีพฤติกรรมทางเพศรุนแรง ขณะร่วมหลับนอนจะชกต่อยตบตี และเป็นมาอย่างนี้กับภรรยาร่วม 30 ปี แต่นาน ๆ ครั้ง หรือเวลาเมาสุราจะรุนแรง ครั้งนี้เมื่อร่วมมีเพศสัมพันธ์เสร็จตนเองได้หลับไป จนกระทั่งตื่นมาพบว่าภรรยาแน่นิ่งจึงโทรแจ้งญาติ และเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจแต่พลั้งมือทำรุนแรงขณะร่วมเพศ รู้สึกเสียใจ

นายเมธา พุทธิศาวงศ์ บอกว่ารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อวานยังนั่งกินเหล้าที่ร้านขายของชำกับคนก่อเหตุ ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึงเกือบเที่ยงคืน แต่ยืนยันว่าคนก่อเหตุไม่ได้เมา เขาจะกินเหล้านิดหน่อย เน้นมานั่งคุยสนุกมากว่า ที่ผ่านมารู้จักกับคนที่ก่อเหตุซึ่งเป็นครูสอนดนตรีไทย และผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นครูสอนนาฏศิลป์ โดยรู้จักกันมานานเป็น 30 กว่าปีแล้ว

โดยตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยรู้เลยว่าครูสอนดนตรีไทย คยเป็นอดีตตำรวจเก่าจะมีพฤติการณ์ ชอบใช้ความรุนแรงกับภรรยา เวลาอยู่ในวงเหล้าคนก่อเหตุจะไม่เคยพูดถึงเรื่องในครอบครัวเลย จะเป็นคนที่สนุกสนานเฮฮา เป็นคนนิสัยดี พูดจาดี คนในหมู่บ้านจะรักใคร่ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นว่าผู้ตายมีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย แต่ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต ต้นสังเกตว่าไม่เห็นผู้ตายมา 2-3 วัน จึงสอบถามสามีคนตาย บอกว่าไม่ค่อยสบาย สุดท้ายมาทราบข่าวเศร้า
Advertisement