
จากกรณี เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. 65 ร.ต.อ.เสนีย์ ฉิมงาม พนักงานสอบสวน สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุสาวประเภทสองถูกฆาตกรรมอำพราง ภายในบ้านที่ หมู่ 11 ต.กังแอน อ.ปราสาท จึงนำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพผู้ตายถูกห่มด้วยผ้าห่มอย่างหนาแน่น มีขาโผล่ออกมา สภาพเน่า มีกลิ่นเหม็นรุนแรง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน ทราบชื่อผู้ตายคือ นายธีรพงศ์ ล้ำเหลือ หรือ เจเจ อายุ 31 ปี

ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชาวลิทัวเนีย ชื่อว่า Mr.Marius Kunickas อายุ 31 ปี เป็นแฟนหนุ่มที่คบหากันได้ประมาณ 5 เดือน โดยหลังจากพบศพ ตำรวจได้ติดตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ที่ผู้ก่อเหตุพกติดตัวไปด้วย และสามารถตามรวบตัวได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี
ล่าสุดวันที่ 17 มิ.ย. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เดินทางไปที่ สภ.ปราสาท พบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัว นายมาริอุส หรือ มาริโอ้ไปตรวจร่างกายที่ รพ.ปราสาท ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ปราสาท ในส่วนเรื่องของการจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่นั้น ก็ต้องรอสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง เนื่องในข่วงเช้า ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ และหากทางผู้ต้องหายอมรับสารภาพ ต้องขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของผู้ต้องหาว่าจะยินยอมทำแผนหรือไม่ ซึ่งวันนี้ในช่วงบ่ายมีทนายและล่ามแปลภาษาเดินทางมาร่วมสอบปากคำร่วมกับตำรวจ

ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมข่าวสังเกตเห็นพฤติกรรมของนายมาริอุสในกล้องวงจรปิดภายในห้องคุมขัง พบว่านายมาริอุสอยู่ในอาการนิ่งเฉย ร้องขอให้ตำรวจถอดกุญแจมือให้ เดินไปเดินมา มีสีหน้ายิ้มแย้มพูดคุยกับตำรวจและได้ปูที่นอนอยู่ในห้องคุมขัง มีพัดลมเป่าให้ โดยไม่ได้ท่าทีเครียดแต่อย่างใด

โดยเมื่อเวลา 09.20 น. หลังจากทางครอบครัวของผู้ตาย ทราบข่าวว่าตำรวจได้คุมตัวนายมาริอุสมาที่โรงพัก นางวันดี ล้ำเหลือ อายุ 47 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่ สภ.ปราสาท เปิดเผยว่า วันนี้ตัวเองต้องเดินทางมาที่ สภ.ปราสาท เนื่องจากอยากเห็นหน้าผู้ต้องหา แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยอมหรือไม่ ในส่วนประเด็นเรื่องเงินบัญชีของลูกที่หายไปนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ยังไม่ทราบว่า เงินที่หายไปเป็นจำนวนเงินเท่าไร ต้องรอถามผู้ต้องหา ซึ่งตนเองเชื่อว่าเงินในบัญชีของลูกมีมากพอสมควร เนื่องจากแฟนหนุ่มที่อังกฤษของลูกที่คบหามานานถึง 7 ปี ส่งเงินให้ลูกเป็นประจำทุกเดือนในจำนวน 30,000-40,000 บาท

ส่วนเรื่องทรัพย์สินต่าง ๆ ของผู้ตายนั้น ยอมรับว่าได้หายไปหลายรายการ อาทิ แหวนเพชร นาฬิกา โทรศัพท์ 2 เครื่อง มีไอโฟน และไอแพด โน้ตบุ๊กด้วย ในส่วนประเด็นเรื่องสุนัขของผู้ตาย ชื่อเอ็มม่าที่ผู้ต้องหานำไปด้วยหลังเกิดเหตุนั้น ตอนนี้พบสุนัขตัวดังกล่าวแล้ว

โดยนายมาริอุสได้ปล่อยเอ็มม่าลงที่ข้างทาง ตอนขับรถออกจากหมู่บ้าน ทางครอบครัวคงจะให้อยู่ในความดูแลของวัดสีโควนาราม เนื่องจากเจ้าเอ็มม่าได้วิ่งตามพระเข้าไปในวัด ทั้งนี้ หลังจัดการเรื่องคดีเสร็จแล้ว ทางครอบครัวจะมีการทำความสะอาดที่บ้านเกิดเหตุ รวมถึงจะทำบุญใหญ่ให้กับลูกด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองคิดว่าลูกยังคงมีเรื่องห่วงอยู่หลายเรื่องเนื่องจากเมื่อคืน พ่อของน้องเจเจได้ยินเสียงลูกมาหาและทำของร่วง เสียงดังอยู่บริเวณภายในบ้าน เพราะลูกสาวเป็นคนที่ห่วงของห่วงบ้านมาก

นอกจากนี้วันที่ 22 มิ.ย. ตนเองจะเดินทางไปเก็บของน้องเจเจ เช่น รถยนต์ ฮอนด้า CRV ที่จอดอยู่ในห้องเช่า ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า PCX ที่น้องเจเจออกมาให้นายมาริอุสจะต้องพูดคุยกับเพื่อนของน้องเจเจที่เป็นคนค้ำประกันว่าจะให้ทางครอบครัวนำกลับมาผ่อนต่อหรือไม่

เมื่อเวลา 11.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราสาทได้คุมตัวนายมาริอุส ออกจากห้องคุมขังขึ้นไปสอบปากคำรวมกับลามแปลภาษา ที่ห้อง ศปก. สภ.ปราสาท บริเวณชั้น 2 เพื่อหาสาเหตุแรงจูงใจในการฆาตกรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งในระหว่างที่ตำรวจคุมตัว นายมาริอุส เดินขึ้นไปยังห้อง ศปก. มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ให้ข้อมูลใด ๆ เนื่องจากตั้งแต่ตำรวจจับกุมตัว นายมาริอุสได้ ยังไม่ได้มีการสอบปากคำ และนายมาริอุสก็ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังจากนั้น เมื่อมีการสอบปากคำเสร็จ ตำรวจก็ได้พาเดินหลบสื่อออกมาด้านหลัง เพื่อนำตัวกลับไปเข้าห้องขัง ซึ่งวันนี้ได้ปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
โดยล่ามแปลภาษาให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจร่างกาย นายมาริอุส ในช่วงบ่าย เพื่อหาหลักฐานคราบเลือดบนตัวและเสื้อผ้าของนายมาริอุส เนื่องจากจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายมาริอุสยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และหากสอบปากคำเสร็จ ไม่ว่านายมาริอุสจะปฏิเสธหรือรับสารภาพ ก็จะมีการฝากขังที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ภายในวันนี้หรือก่อนเที่ยงของวันพรุ่งนี้

ล่าสุดเมื่อช่วง 13.30 น. นายมาริอุส คุนิคกัส อายุ 31 ปี ชาวลิทัวเนีย ชี้แจงการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาผ่านสื่อมวลชน ต่อหน้าตำรวจโดยมีล่ามแปลภาษา อ้างว่า ตนไม่ได้อยู่กับน้องเจเจตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. อ้างว่ามีปัญหากับน้องเจเจเรื่องหึงหวง จนถูกน้องเจเจไล่ออกจากบ้านพักพร้อมกับบล็อกเฟซบุ๊กในคืนดังกล่าว จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ส่วนประเด็นที่เจ้าตัวไปอยู่ที่พัทยา ยืนยันไม่ได้หนี แต่เพราะน้องเจเจอสั่งให้ไปเจอใครบางคนที่นั่น ขณะที่กรณีรถไปจอดที่ บขส. เพราะรถดังกล่าวเป็นรถเช่าในนามชื่อของน้องเจเจ และประเด็นที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตติดใจว่าขโมยเงินในบัญชีของน้องเจเจ ยืนยันว่ากดเงินออกไปจริง แต่จำจำนวนที่กดไม่ได้

ประเด็นคลิปที่ตำรวจอ้างว่ามีหลักฐานที่ได้ทะเลาะกับน้องเจเจก่อนหนีไป เรื่องนี้ไม่ทราบ ส่วนที่ต้องเอาโทรศัพท์น้องเจเจติดตัวไปด้วย เนื่องจากโทรศัพท์ของตัวเองพัง และก็คิดว่าน้องเจเจมีโทรศัพท์อีกเครื่องติดตัวอยู่
ส่วนเรื่องเสื้อผ้าที่มีคราบเลือดติด และตำรวจพบขณะถูกจับกุมตัว เป็นเลือดกำเดาของตัวเอง ไม่ใช่เลือดของน้องเจเจ อีกประเด็นเรื่องน้องเอ็มม่า สุนัขตัวโปรดของน้องเจเจ ยืนยันไม่ได้ทำร้ายและนำไปปล่อยตามที่เป็นข่าว สุดท้ายยังติดใจการเสียชีวิตของน้องเจเจ เพราะยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเชื่อว่าการเสียชีวิตของน้องเจเจมีทางครอบครัวน้องเจเจเกี่ยวข้อง เนื่องจากตอนที่น้องเจเจยังมีชีวิตอยู่ ระหว่างใช้ชีวิตกับเขาที่บ้าน สังเกตเห็นว่าพ่อแม่น้องเจเจมีปัญหาเรื่องเงินมาขอน้องเจเจ และเอาของมีค่าที่บ้านไปขาย นอกจากนี้ยังมีญาติที่เข้ามาในบ้านแล้วแอบเอาทรัพย์สินน้องเจเจไปขาย จึงเชื่อว่าการตายของน้องเจเจ ครอบครัวมีส่วนรู้เห็น

ส่วนการคบหากับน้องเจเจ ตนเองรู้มาโดยตลอดว่าน้องเจเจมีชาวยุโรปคนหนึ่งเป็นคนส่งเสียเลี้ยงดู ยืนยันว่าการคบหากับน้องเจเจเป็นไปด้วยความรัก ตอนนี้ทางครอบครัวได้รู้เรื่องของตัวเองแล้ว แต่ไม่รู้ว่าพี่ชายจะเดินทางขอประกันตัวตนเองสู้คดีที่ประเทศไทยหรือไม่ นายมาริอุสพูดทั้งน้ำตาด้วยเสียงสั่นเครือว่า ตัวเองเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันตัวเองรักน้องเจเจมาก ฝากขอโทษทางครอบครัวของน้องเจเจที่ตัวเองดูแลน้องเจเจไม่ดีพอ เหตุผลที่ตัวเองไม่เดินทางกลับประเทศ เพราะตัวเองอยากอยู่กับน้องเจเจ
ช่วงเย็นทีมข่าวได้เดินทางไปเจอกับเจ้าเอ็มม่า ที่วัดสีโควนาราม ในตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เมื่อทีมข่าวไปถึง เจ้าเอ็มม่าได้อยู่ในความดูแลของพระครูกิตติธีราภรณ์ ชุ่มสูงเนิน เจ้าอาวาสสีโควนาราม
Advertisement