
"แซน วิศาพัช" โกรธหนักเดินหน้าฟ้องสามี หนิง ปณิตา หลังคอมเมนต์ด่า ิ"ตัวเงินตัวทอง" ใต้โพสต์รูปคู่ของตนและกระติก ที่หนิง ปณิตาแคปนำไปโพสต์ต่อ พร้อมเรียกค่าเสียหาย 7-8 หลัก

ล่าสุด วันที่ 1 พ.ค. 65 เวลา 14.00 น. "แซน" นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีแตงโม-นิดา พร้อมทนายความส่วนตัว นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม สน. ในพื้นที่บ้านของแซน

นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้มาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีถูกนายจิน จรินทร์ สามีของผู้จัดละครชื่อดัง ที่มีการไปคอมเมนต์ข้อความใต้ภาพคู่ของแซนและกระติก แล้วผู้จัดละครชื่อดังได้แคปภาพนี้ออกไปโพสส่วนตัว และนายจินได้เข้ามาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่มีเจตนาว่ากล่าวแซนและกระติกอย่างชัดเจน

ตนยืนยันจะเอาเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด โดยฟ้องเรียกค่าเสียหาย 7-8 หลัก เพราะทำให้ตนได้รับความเสียหาย โดยปกติไม่เคยรู้จักกับคุณจิน ไม่เคยพูดคุยกัน แต่คุณจินมาด่าใช้คำว่าตัวเงินตัวทอง ทั้งที่ข้อเท็จจริงเขาไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงอะไรเลย

แซนยังถามกลับว่า "คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูด พิมพ์แบบนั้น ทั้งที่คุณไม่ใช่คนดีมาก ไม่ใช่ว่าเป็นคนที่ไม่ทำเคยมีเรื่องเสื่อมเสีย มีเรื่องให้คนอื่นด่าได้เหมือนกัน" ไม่ใช่แค่ตนที่โกรธ และจะฟ้องคุณจิน เท่าที่คุยกับกระติกก็บอกว่าจะฟ้องคุณจินด้วยเช่นกัน โดยวันนี้ได้นำหลักฐานเป็นภาพที่คุณจินใช้ชื่อในอินสตาแกรม jintumwattana คอมเมนต์ใต้ภาพ ระบุว่า "เหี้-ตัวจริงมันนั่งรถตู้ สบายใจจัง ส่วนเหี้-ตัวปลอมก็ไปเดินเล่นแถวบึง สวนสาธารณะแทน หรืออาจจะเป็นที่มาของตัวเงินตัวทอง 555" มาแจ้งความดำเนินคดี

ส่วนภรรยาคุณจินยังไม่ได้แจ้งความ เพราะข้อความยังไม่ชัดเจน ต้องดูเรื่องข้อกฎหมายก่อน ส่วนเรื่องของคดีความ ยืนยันว่าคำให้การเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน

"แซน วิศาพัช" เปิดใจถึงคดีแตงโมกับสื่อมวลชน ยืนยันว่า ให้การตามความจริงทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แตงโมมาปัสสาวะท้ายเรือจริง ถามกลับว่าแซนมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องโกหก โดยไม่ได้เป็นคนที่จะต้องเสียสละเล่นบทนั่งท้ายเรือหันหลังอยู่คนเดียว เพื่อปกป้องทุกคนบนเรือ ในมุมมองของแซน เชื่อว่าหากแตงโมไม่เมาก็กล้ามาปัสสาวะท้ายเรือ ในตอนนั้นแซนนอนเล่นของแซน และไม่ได้คิดว่าเขาจะตก แตงโมเดินมาตรงนั้น แล้วบอกว่าจะฉี่แล้วก็นั่ง แล้วทุกอย่างมันเร็วมาก เวลานั้นแซนคิดว่าแซนยังต้องดูแลตัวเองให้รอดก่อน แล้วจะเอาอะไรไปดูแลคนอื่นได้
ทีมข่าวถามถึงเรื่องวนเรือหา แซนยอมรับว่าวนเรือหาอยู่หลายรอบ นานอยู่ พยายามอย่างสุดความสามารถ จนมีคนมาเยอะ สำนักข่าวมาเยอะ ตอนนั้นรู้สึกตกใจเรื่องนี้ต้องยอมรับผิดจริง ๆ ขอโทษจริง ๆ
ทั้งนี้ ฝากถึงลุงคนนั้นที่มาเกี่ยวในคดี ขอให้พักเถอะ เหนื่อยแล้วทำมาเยอะแล้ว ไม่เกิดประโยชน์เลย ทำให้คนอื่นเขาลำบากเดือดร้อนทั้งกายทั้งใจ อย่าสร้างเวรสร้างกรรมต่อกันเลย อาจจะพิจารณาเรื่องการฟ้องร้องอีกครั้งหนึ่งถึงลุงคนนี้ด้วย
เพจเฟซบุ๊ก "ทนายคลายทุกข์" โพสต์ข้อความว่า "รับแจ้ง จากนักข่าว ว่าทนายกฤษณะอดีตทนายแม่ ไปให้สัมภาษณ์ ที่ท่าเรือ ในเขต สภ.เมืองนนทบุรี พาดพิงผมให้เสียหาย เดี๋ยววันจันทร์ผมกลับกรุงเทพฯจะไปแจ้งความดำเนินคดี ที่สภ.เมืองนนทบุรี"

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี พูดคุยผ่านทางวีดีโอคอลกับ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของเเม่เเตงโม ถึงกรณีที่ทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ได้กล่าวพาดพิงว่าถูกทนายเดชาโทรมาต่อว่า ห้ามพูดเรื่องผลชันสูตร เนื่องจากตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่พอใจ

ทนายเดชา กล่าวว่าในเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตนเองไม่เคยโทรไปต่อว่าทนายกฤษณะในเรื่องนี้ รวมถึงที่อ้างว่าตนสั่งห้ามไม่ให้ถามคำถามตำรวจ ตนก็ไม่เคยทำ เป็นความเท็จทั้งสิ้น ขอเตือนไปยังทนายกฤษณะว่าการที่เราเป็นทนายความ รู้ความลับของลูกความแล้วนำไปแถลงข่าวผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ผิดมรรยาททนายความ และผิดกฎหมายอาญา จึงฝากให้ไปเปิดตำรากฎหมายอ่านดูบ้าง เดี๋ยวจะติดคุก

ส่วนเรื่องการถอนคำร้องกรรมาธิการกฎหมาย เป็นการตัดสินใจของนางภนิดา แม่แตงโมแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีตำรวจอักษรย่อ ต. ไปเกลี้ยกล่อมหรือชี้นำแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะให้แม่ของแตงโมเป็นผู้เสียหายร่วมฟ้องด้วยหรือไม่
ดังนั้น การถูกกล่าวหาพาดพิง แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่คนทั่วไปทราบดีว่าเป็นตนและยังมีการพาดพิงไปถึงตำรวจ โดยหลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานเข้าเเจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี เอาผิดฐานทนายกฤษณะ 3 ข้อหา คือ 1.หมิ่นประมาท 2.ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และ 3.เปิดเผยความลับของลูกความ คาดว่าจะเเจ้งความภายในสัปดาห์หน้า

ส่วนกรณีที่ "เปิ้ล นาคร ศิลาชัย" ลงคลิปความยาวกว่า 15 นาที กรณีถูกสำนักข่าวแห่งหนึ่งพาดหัวข่าว จนโดนด่าทั้งครอบครัว เกี่ยวกับกรณีที่ออกมาปกป้อง "เบิร์ด" แฟนแตงโม-นิดา หลังเบิร์ดถูกคอมเมนต์ว่า "เป็นถึงคนรักทำไม่ออกมาช่วย"
"เปิ้ล นาคร" ระบายว่า ตนโดนด่าเละทั้งครอบครัว เชื่อว่าเพจที่ลงข่าวต้องเป็นเพจปลอม "เละเลยทั้งครอบครัว เป็นสื่อต้องคัดเลือกคนมาทำงานให้ดีเนอะ องค์กรก็ใหญ่โต ชื่อเสียงก็มีคนตามเยอะแยะ อยู่สื่อมา 30 กว่าปี จริง ๆ ไม่อยากด่ามันอาชีพเดียวกัน เคยทำสื่อมาเหมือนกัน เมื่อกี้ก็โทร.มาหา พอดีเปิ้ลกินข้าวอยู่ก็บอกว่าเดี๋ยวมาคุยในไลฟ์แล้วกัน เกริ่นให้ฟังนิดนึงสำหรับคนเข้ามาดูตอนนี้ คงเป็นรุ่นน้องกันทั้งนั้นที่โพสต์ข่าวนี้ไป ขอด่าหน่อยแล้วกัน แล้วก็ยังมีอีกบางเพจที่จั่วหัวเหมือนกันเลย ไม่รู้ว่ามีคนทำงานคนเดียวแล้วส่งทอดกันหรือเปล่า แต่สำนักอื่นไม่เป็นนะ ก็คงมีจริยธรรมจรรยาบรรณในการทำสื่ออยู่ ส่วนใหญ่จะเข้าใจกันหมด อยู่ดี ๆ ก็จั่วหัวข่าวให้คนมาด่าครอบครัวพี่เนี่ย"

"เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ เพจจริงเพจปลอมไม่รู้นะ เอาเป็นว่าน่าจะเป็นเพจปลอมดีกว่า เพราะเพจปลอมน่าจะทำ-ยำอย่างนี้ได้ เพจจริงน่าจะมีจรรยาบรรณ ไม่น่าทำแบบนี้ อันนี้น่าจะเป็นเพจปลอม ถึงได้จั่วหัว-ยำแบบนี้ ข่าวจริงเขาไม่น่าจะทำ เขาเอารูปพี่เปิ้ลมาขึ้นคู่กับน้องเบิร์ดกับแตงโม แล้วจั่วหัวว่าทำไมไม่ออกมาสู้ ไหนบอกเป็นคนรักทำไมไม่ออกมาสู้"
"ต้องเรียกเขามาคุยนะว่าการจั่วหัวในฐานะคนทำสื่อด้วยกัน ถ้าต้องการเรียกแขกมาเยอะ ๆ ให้เพจตัวเอง อย่างน้อยตัวเองควรคิดนิดนึงว่าผลเสียออกมาอย่างไร เชื่อว่าเพจปลอมต้องการให้คนมาด่าว่าเปิ้ลว่าเบิร์ดเขา ซึ่งมันไม่ควรทำ เป็นการจั่วหัวที่ซกมก"
นอกจากนี้ ระบุด้วยว่า "ขอให้กลับไปพิจารณาตัวเองใหม่นะ ไอ้เพจปลอมเฮงซ-ย อยู่กันแบบสันติดีกว่า มีอะไรให้ช่วย ให้รับใช้เรียกครอบครัวเราได้ ขอบคุณมากที่เข้ามาฟัง ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ พี่ไม่โกรธคนด่าในคอมเมนต์นั้นทุกคน เพราะพี่โทษไอ้ข่าวปลอมเฮงซ-ยมากกว่า"
Advertisement