
จากกรณี “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์คนดังที่เพิ่งถูก สบส.สั่งปิดคลินิกเสริมความงาม สาขาห้วยขวาง เป็นเวลา 30 วัน ภายหลังมีเรื่องหมอเถื่อนเข้ามาทำงาน ซึ่งถูกจับกุมตัวได้แล้วเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา กระทั่งเหยื่อหมอเถื่อนจากคลินิกทยอยเดินทางเข้าแจ้งความตำรวจ หลังเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ และร้อยไหม ก่อนเกิดอาการข้างเคียง เช่น ขมับขวาผิดรูป เจ็บกราม และมีอาการชาบริเวณปาก จนไม่สามรถดื่มน้ำได้นั้น

วันที่ 25 ธ.ค.64 ที่ สน.ห้วยขวาง ทางด้าน นายรัชพล ศิริสาคร พร้อมผู้เสียหาย เดินทางมายังสถานีตำรวจเพื่อเข้าแจ้งความยังผู้ประกอบการเจ้าของคลินิค และหมอผู้ให้บริการ โดยนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง เปิดเผยว่า ผู้เสียหาย น.ส.อัญรินทร์ อายุ 32 ปี ผู้เสียหายคลินิก มีผลกระทบจากผลข้างเคียงทำให้เกิดโรคซึมเศร้าอีกด้วย

โดย น.ส.อัญรินทร์ อายุ 32 ปี ผู้เสียหายคลินิก ได้เข้ารับบริการที่คลินิกเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 64 และเมื่อฉีดมานั้น ภายใน 1-2 วัน เริ่มมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น จากที่เห็นชัดที่สุดคือหนังตาขวาตก โดยทางด้านพิมรี่พายได้มีการเยียวยาติดต่อเข้ามาแล้ว โดยมีการออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาให้แล้ว ส่วนเรื่องค่าเสียหายนั้นยังไม่มีการติดต่อเข้ามา โดยยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าจะเยียวยาผู้เสียหายเช่นไร จำนวนเงินเท่าไร
ขณะนี้ยังไม่อยากเอาผิดใครสักคน แต่เนื่องด้วยการเยียวยาต่าง ๆ ไม่ชัดเจนแต่อย่างใด จะมีการดำเนินการแจ้งความในเรื่องของ ประมาทเลินเล่อ ให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บเสียหาย โดยจะเอาเรื่องทั้งผู้ประกอบการ และแพทย์ที่ให้บริการ

น.ส.อัญรินทร์ ผู้เสียหายคลินิก กล่าวว่า ตนเองไปฉีดเมโสแฟต ไม่ได้ฉีดทั้งหมด เนื่องจากได้มีการแจ้งขอฉีดบริเวณจุดต่าง ๆ ในจำนวนไม่เยอะมาก โดยระบุว่าวันที่เข้ารับบริการฉีดนั้นหมอไม่ได้มีการใช้ยาชาในการฉีด โดยใช้เพียงน้ำแข็งประคบบริเวณใบหน้าก่อนฉีด เมื่อหลังจากฉีดนั้นเริ่มมีอาการแสบที่บริเวณใบหน้า และเมื่อผ่าน ไป 2-3 วันตาเริ่มหน่วง ๆ และหนังตาตกลงมาเช่นปัจจุบันนี้ ยอมรับว่ายังมองเห็นแต่เห็นไม่ชัดมากเนื่องจาก ไม่สามารถโดนแดดหรือแสงที่แรงได้

เมื่อพูดคุยใบหน้าของตนเองดูผิดรูปผิดปกติ เมื่อเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช หมอระบุสารตัวนี้ไปส่งผลกระทบกับกล้ามเนื้อตามัดเล็ก อาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาเพื่อให้กลับเป็นปกติ โดยอาจจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน - 1 ปี โดยตนเองก็ไม่ทราบว่าหนังตาจะตกลงมาถึงระดับไหน ระยะไหน และนานเช่นไร โดยแพทย์จะมีการตรวจสอบ ดูวิธีการรักษาอย่างต่อเนื่อง และต้องกระตุ้นกล้ามเนื้ออยู่ตลอด โดยทางคลินิกได้มีการประสาน ช่วยเหลือหากมีค่ารักษาเท่าไรให้เอาบิลเบิกกับคลินิก ทั้งค่าเดินทาง ที่พักต่าง ๆ ยอมรับว่าเสียความรู้สึก ตอนนี้เป็นเช่นนี้เรียกว่าเลยจุดที่เสียความรู้สึกไปหมดแล้ว ตอนนี้กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่กล้าออกไปไหนมาไหน

น.ส.ทราย (นามสมมติ) ผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า ตนเองได้เดินทางเข้าไปฉีดฟิลเลอร์ที่คลินิก โดยเมื่อตนเองตรวจสอบใบ OPD และเห็นว่ามียาชนิดดังกล่าว ชื่อตัวยา Neuramis lidocaine (นูรามิส ลิโดเคน) กล่องสีดำ กล่องสีดำ เป็นยาที่ไม่ผ่าน อย. มีการจัดการฉีดยาชนิดนี้ให้กับลูกค้าได้อย่างไร

เนื่องจาก ภาพ OPD ดังกล่าวหลุดออกมาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.64 และตนเองได้ทักสอบถามไปเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.64 ก็ไม่ได้คำตอบ ว่ามีการนำเข้ายาชนิดไม่ผ่าน อย. ให้บริการลูกค้าได้อย่างไร และตัวตนเองถูกยาชนิดนี้ฉีดเข้าไปหรือไม่ เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวกัน ตอนนี้ตนเองยังไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย มีหนึ่งในผู้เสียหายคนอื่นก็ได้นำหลักฐานฉลากของตัวยาที่มีผสมยาชาในตัวยา เมื่อสอบถามยังต้นสังกัดของผู้ผลิต ระบุยังไม่มีการจัดจำหน่าย และยังไม่มี อย. เมื่อทราบเช่นนี้ก็ถามกลับยังแอดมิน หากไม่จัดจำหน่าย คลินิกนำผลิตภัณฑ์จากที่ไหนมาฉีดให้ลูกค้า เมื่อสอบถามแพทย์ระบุว่าเป็นยาหิ้ว ส่วนผลกระทบตอนนี้จากที่ฉีดไปนั้น ยังไม่ได้เกิดขึ้นในขณะนี้แต่หวั่นว่าอีกหลายปีข้างหน้าจะเกิดผลข้างเคียงหรือไม่ และลูกค้าก็ไม่มีใครทราบว่าใช้ยาชนิดไหนในการฉีด

ทีมข่าวเดินทางไปยังคลินิกเวชกรรม ซอยงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. นางสาวเอ๋ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ได้เล่าว่า ตนเองเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการยังคลินิกแห่งนี้เป็นประมาณ 3-4 เดือน โดยเคยใช้บริการมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง โดยวันนี้ตนเองมาทำหน้า ฉีดหน้าด้วยวิธี PRP (Platelet Rich Plasma) คือการนำเลือดของตัวเองมาปั่นสกัด แยกเกล็ดเลือด และฉีดเข้าที่บริเวณจุดต่าง ๆ บนใบหน้า
โดยเป็นการแต่งเติมฟื้นสภาพผิว ตั้งทำมาก็รู้สึกติดใจ รู้สึกผิวพรรณใบหน้าดีขึ้น บริเวณจุดที่เป็นรอยแผลบนใบหน้าก็ลดลง หน้าดูอวบอิ่มมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวเคยทำเพียงแค่วิธีนี้ ก็ไม่เคยมีผลข้างเคียงแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้นั้น ตนเองก็เห็นข่าวแต่ไม่ได้กังวลเนื่องจากส่วนตัวนั้น ใช้วิธีการที่ต่างกัน ไม่ได้ใช้โบท็อกซ์ หรือเมโสแฟต ที่เป็นตัวยาเลยที่อาจจะทำให้มีผลข้างเคียง แต่ตัว PRP ที่ตนเองทำนั้นใช้เลือดของตัวเองจึงรู้สึกปลอดภัยกว่า

ด้านความเคลื่อนไหวบนเฟจเฟซบุ๊ก พิมรี่พายขายทุกอย่าง โพสต์ข้อความระบุว่า "ตอนนี้ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาสินค้าตกค้าง และกำลังแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน รื้อระบบใหม่ ทำให้ดีกว่าเดิม และกราบขออภัยในปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้และจะพักการไลฟ์จนกว่า จะหาระบบการจัดการให้ดียิ่งขึ้นค่ะ"

และอีกโพสต์ ระบุว่า "คุณลูกค้าโปรดระมัดระวังมิจฉาชีพใช้ QR Code หลอกให้โอนเงินนะคะ รวมถึงกลุ่มไลน์และ FB ที่มีการขายกล่องสุ่มโดยแอบอ้างชื่อพิมรี่พายด้วยค่ะ ทางบริษัทไม่เคยขายสินค้านอกเพจ Official และไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆกับกลุ่มปลอมเหล่านี้"

ด้านแม่ค้าขายมะขามหวาน อยู่ที่ริมถนนหมายเลข 21 สระบุรี-หล่มสัก ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอวินาทีเปิดกล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ทอง 50,000 บาท และได้กุญแจรถยนต์ ซูซูกิ หลังซื้อกล่องสุ่มจากห้างเพชรทองเคทูเอ็น

นางสาวอรุณศรี คำมูล แม่ค้าขายมะขามหวาน ผู้โชคดี เปิดเผยว่า ตนติดตามเพจดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว จึงมีความมั่นและเชื่อในในเพจ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาทางเพจ ได้มีการไลฟ์สด และจัดกล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ทองมูลค่ากล่องละ 50,000 บาท ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจำนวนกี่กล่อง และจะมีผู้โชคดี 5 คนที่จะได้รถยนต์ซูซูกิ

นอกจากนั้น มีแจกรถจักรยานยนต์อีกจำนวนหลายคัน ตนจึงตัดสินใจเข้าไป CF กล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ทอง และก็ได้จริง ๆ ตอนนั้นคิดเพียงว่าถึงไม่ได้รถยนต์ อย่างน้อยก็ได้ทองที่อยู่ในกล่องสุ่ม ทันทีที่กล่องสุ่มถูกจัดส่งมาถึงมือ ตนทั้งรู้สึกตื่นเต้น และลุ้นมากว่าข้างในมีอะไรบ้าง และหวังว่าจะได้เป็นผู้โชคดีที่ได้รถยนต์ จึงได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะเปิดกล่องไว้ พบว่ามีกุญแจรถยนต์ และทองอีกรวมมูลค่าหนัก 2 บาท ซึ่งถือว่าตนโชคดีมาก ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ต้อนรับปีใหม่
Advertisement