“สันธนะ” เต้นยั่ว ตร. ท้าเอาผิดขัดขวางตรวจตลาด – “วิระชัย” ลั่น โดนแน่

วันนี้ ( 5 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปฏิบัติการตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าบุกกวาดล้างแหล่งผลิตและขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งตลอด 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล 2 ได้เข้ามาแสดงตัว โดยอ้างว่า เป็นที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง โดยได้มีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตรวจค้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกัน พ.ต.ท.สันธนะ เพื่อไม่ให้เข้ามารบกวนการปฏิบัติหน้าที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเข้าตรวจค้นรถยนต์ พ.ต.ท.สันธนะ

และเจ้าหน้าที่ยังได้ขอตรวจค้นรถยนต์ที่ พ.ต.ท.สันธนะ ใช้เดินทางมาที่ตลาดเพื่อตรวจสอบว่า มีสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ ทำให้ พ.ต.ท.สันธนะ เกิดความไม่พอใจ และมีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเกิดความวุ่นวายขึ้น แต่ไม่มี เหตุการณ์รุนแรง หรือการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

พ.ต.ท.สันธนะ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า จุดประสงค์ที่เข้ามาที่ตลาดใหม่ดอนเมือง เนื่องจากทราบข่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเมื่อวานนี้ ( 4 พ.ค.) และพบสถานที่คล้ายโรงงาน จึงอยากมาถามพนักงานตลาดที่รับผิดชอบ ซึ่งยอมรับว่าเป็นความบกพร่อง ของบริษัทจนมาทราบจากข่าว ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่เจอโดยสภาพแล้วไม่ใช่โรงงาน และที่มีการลักลอบนำแรงงานเข้ามาแอบผลิตสินค้า เป็นเรื่องที่ไม่สามารถไปตำหนิได้

ภาพเครื่องจักรที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดได้

พ.ต.ท.สันธนะ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีการตรวจตราดูแลความเรียบร้อย ในการขายสินค้าของตลาดมาตลอด แต่ในส่วนของอาคารพานิชย์ เป็นสิทธิ์นอกเหนือจากที่บริษัทดูแลอยู่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้เช่าตลาดทั้งรายใหญ่และรายย่อย จะให้ตนอยู่เฉยคงไม่ได้ พร้อมขอให้สังคมเป็นผู้พิจารณาเองว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างสมควรแก่เหตุหรือไม่

ส่วนกรณีที่ตำรวจบอกว่า ตั้งแต่มาค้นตลาดวันแรกไม่เคยได้รับความร่วมมือ โดยถามย้อนกลับไปว่า ใครไม่ร่วมมือ เมื่อมีหมายค้นใครจะกล้าละเมิด หากละเมิดก็ดำเนินคดีไป ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นคิดว่าเป็นเหตุส่วนตัวมากกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีปรากฎการณ์ตรวจค้นร้านค้าทุกร้าน ตำรวจต้องมีข้อมูลมาก่อน ไม่ใช่เหวี่ยงแห เดินผ่านตรงไหนก็ค้นหมด

พร้อมขอความเป็นธรรมว่า บางร้านค้ามีความผิดเพียงเล็กน้อย บางร้านไม่ผิดเลยก็มี แต่ไม่สามารถเปิดร้านได้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อน ที่เกิดขึ้นวันต่อวัน ส่วนการที่ตนออกมาแล้วเกิดการปะทะ ขอถามย้อนกลับไปว่า ตนเป็นคนเริ่มหรือใครเริ่ม ส่วนคำพูดที่ค่อนข้างรุนแรง ก็เป็นสิทธิ์ที่จะพูดเช่นกัน หากคำพูดที่พูดออกไปเป็นการหมิ่นประมาทหรือทำให้ใครเสียหาย ก็พร้อมที่จะถูกดำเนินคดี

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว

ด้านพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงผลการตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ซึ่งวันนี้เป็นการเข้าตรวจค้นวันที่ 4 โดยสรุปว่า วันนี้สามารถตรวจค้นร้านค้าตามหมายค้นทั้งหมด 24 ร้านค้า และสามารถยึดของกลางได้ทั้งหมด 218 รายการ จำนวน 15,423 ชิ้น

จากการตรวจค้นพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเพิ่มเติมอีก 6 คดี คือ 1. บุกรุกที่สาธารณะ (คลองเปรมประชากร) 2. ก่อสร้างต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ต่อเติมทางเดินโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต 5. ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางสำนักงานเขตดอนเมือง ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อสร้างอาคารบริษัทพัฒนาตลาดใหม่

และตำรวจได้แจ้งความข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ กับ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล จากเหตุการณ์ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผู้บังคับการกองกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่วนข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน

“ม้า” อรนภา กฤษฎี เข้าพบพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปราม

ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา “ม้า” อรนภา กฤษฎี 1 ใน 12 ดารา นักแสดง เน็ตไอดอลที่ถูกออกหมายเรียก กรณีรับรีวิวสินค้าให้บริษัทในเครือ “เมจิก สกิน” เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งเจ้าตัวพูดเพียงว่า “ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ” ก่อนเดินเข้าห้องพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

โดยหลังการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ม้า-อรนภา ออกมาชี้แจงว่า เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจกองปราบปรามในฐานะพยาน ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ การรับรีวิวผลิตภัณฑ์ในครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยมีผู้ว่าจ้างให้รีวิวในราคา 20,000 บาท

ส่วนสาเหตุที่รับรีวิวเพราะเป็นอาชีพ เบื้องต้นเห็นว่ามีเลข อย. ถูกต้อง จึงไม่ได้ตรวจสอบละเอียด พร้อมกับยอมรับว่า ไม่เคยทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง เพียงพูดตามสคริปต์ของผู้ว่าจ้างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต่อไปคงต้องมีการตรวจสอบให้รอบคอบมากกว่าที่ผ่านมา

keyboard_arrow_up