ศศิน – ชัยวัฒน์ – โน๊ต วัชรบูล – ชี้ ไม่แปลก “เปรมชัย” อ้างไม่ฆ่าเสือดำ มองเป็นเกมสู้คดี (คลิป)

ความคืบหน้าการพิจารณาคดี นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกตกเป็นผู้ต้องหาคดีเข้าป่าล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งภายหลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นำความเห็นแย้งของ ผบช.ภ.7 ยืนยันให้ฟ้องนายเปรมชัยอีก 3 ข้อหา โดยมีรายงานข่าวว่า นายเปรมชัยได้ตอบคำถามระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 โดยยืนยันว่า ว่าไม่ได้กระทำความผิดในกรณีดังกล่าว

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

วันนี้ (26 เม.ย.) นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ส่วนตัวมองเกมว่า อีกฝ่ายน่าจะปฏิเสธเกี่ยวข้องกับคดีล่าสัตว์ป่า โดยคิดว่าอาจจะโดนโทษเรื่องการครอบครองซากสัตว์ป่า ซึ่งปฏิเสธค่อนข้างยาก เพราะพบของกลางในที่เกิดเหตุ เป็นการสู้ทางข้อเทคนิค ทาง ป.วิอาญา ที่ระบุว่าศาลต้องหาข้อพิสูจน์จนสิ้นสงสัย ว่าใครเป็นคนลั่นไกปืน เพราะการร้องทุกข์กล่าวโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่า เชื่อว่านายเปรมชัย ต้องสู้ว่าตัวเองไม่ได้ร่วม เพราะไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุขณะยิง ซึ่งตนคิดว่าต้องเป็นไปตามเกมนี้ตั้งแต่แรก เมื่อนายเปรมชัยออกมาปฏิเสธ จึงค่อนข้างชัดเจนว่า ฝ่ายกฏหมายต้องวางแนวทางไว้ในลักษณะดังกล่าว

ส่วนที่ตนตั้งคำถามในเฟซบุ๊กว่า เอาปืนเข้าไปแต่ไม่ได้ฆ่า แล้วใครเป็นคนทำ หากลูกน้องทำ ก็ต้องอธิบายเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยว่าทำอย่างไร แล้วเหตุใดนายเปรมชัย จึงนั่งล้อมวงร่วมกินซุปเสือ โดยนายเปรมชัย เป็น CEO บริษัทใหญ่ ไปร่วมกันกระทำผิดแล้วไม่ตักเตือนห้ามปราม รวมถึงอยู่ในที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต หากไม่ได้ทำจริง ก็น่าจะออกมาอธิบายในเรื่องนี้

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ ก็อาจจะเป็นไปตามที่หลายคนคิดไว้ตั้งแต่แรก คือ อาจจะมีแพะรับผิด เพราะนายเปรมชัยปฏิเสธ ซึ่งเป็นไปตามนั้นจริงหรือไม่ ตนไม่ทราบแม้จะมีความเป็นไปได้ว่านายเปรมชัยไม่ได้เป็นคนยิง แต่ทั้งหมดก็คือการร่วมกันล่าสัตว์ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ

ส่วนนายเปรมชัย จะหลุดคดีหรือไม่ ขึ้นกับสำนวนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งไปให้ศาล ว่ามีความเชื่อมโยงไปถึงนายเปรมชัยหรือไม่ รวมถึงต้องทำให้ศาลสิ้นสงสัยให้ได้ และพยานมีหลายปาก ทนายของนายเปรมชัยก็ค่อนข้างเก่ง ในการซักค้านพยาน ซึ่งหากนายเปรมชัย ได้รับโทษตามสมควร เรื่องทุกอย่างก็จบ แต่หากนายเปรมชัย ไม่ได้รับโทษ ก็เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะมีหลักฐานมากมายแต่กลับหลุดคดี เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ ในการสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคมไทย

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ

ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว นายเปรมชัยเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหา สามารถพูดอะไรก็ได้ทุกอย่าง เพราะเป็นการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทนายเปรมชัย อาจกล่าวอ้างในที่ประชุมว่าไม่ได้เป็นผู้ฆ่าเสือดำ ตนมองว่าออกมาพูดแบบนี้ก็ไม่มีส่วนอะไรที่จะกระทบกับทางคดี แต่ในส่วนของคดี ตนเชื่อมั่นในเอกสารหลักฐาน พฤติการณ์ที่กรมอุทยานทำไป และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แผนผัง การพิสูจน์ ดีเอ็นเอ อาวุธสถานที่ตั้ง พิกัดที่อยู่ มีความเชื่อมโยงในพฤติการณ์

ทั้งนี้ตนเชื่อว่า ถึงแม้นายเปรมชัย จะกล่าวอ้างว่า แค่ไปนอนแล้วโดนจับ รวมถึงโดนยึดโทรศัพท์ ตามที่มีรายงานข่าวออกมาว่า นายเปรมชัย พูดในวงประชุมผู้ถือหุ้นก็ตาม แต่ส่วนตัวเชื่อว่า นายเปรมชัย ได้อยู่ในเหตุการณ์ร่วมล่าเสือดำ และครอบครองซากสัตว์ สามารถดำเนินคดีกับนายเปรมชัยได้อย่างแน่นอน สำหรับเรื่องให้คนอื่นมารับผิดแทนหรือไม่นั้น นายชัยวัฒน์ ยอมรับว่า ไม่อยากแสดงความเห็น เพราะจะเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาล

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ขณะที่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนได้ส่งความเห็นแย้งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด กรณีที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าอัยการสูงสุดมีความเห็นอย่างไร เบื้องต้นทราบเพียงว่าขณะนี้คณะกรรมการที่สำนักงานอัยการตั้งขึ้น ยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น ส่วนสำนวนคดีการติดสินบนเจ้าพนักงาน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่อัยการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 กำลังพิจารณาอยู่ จนถึงขณะนี้ยังคงยืนยันเช่นเดิมว่ามีความมั่นใจในสำนวนคดีร้อยเปอร์เซ็น

ส่วนกรณีที่นายเปรมชัย ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือลักลอบล่าสัตว์ ตั้งแต่ชั้นสอบสวน และไปชี้แจงปฏิเสธ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่คงไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินคดี และคดีนี้ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานแวดล้อม

นายวัชรบูล ลี้สุวรรณ หรือ โน๊ต กรรมการมูลนิธิสืบนาคะสเถียร และดารานักแสดง

ด้าน นายวัชรบูล ลี้สุวรรณ หรือ โน๊ต กรรมการมูลนิธิสืบนาคะสเถียรและดารานักแสดงชื่อดัง เปิดเผยว่า การที่นายเปรมชัยออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ยืงเสือดำ ตนเองไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะก่อนที่ศาลจะตัดสิน ผู้ต้องหาย่อมปฏิเสธและไม่ยอมรับอยู่แล้ว แต่ตนไม่คิดว่าการปฏิเสธของนายเปรมชัยจะทำให้หลุดพ้นจากความผิด เนื่องจากหลักฐานที่เจ้าหน้าที่นำเสนอต่อศาลหรืออัยการ ศาลจะต้องพิจารณาจากสำนวนมากกว่าหากมีหลักฐานที่แน่นหนาเพียงพอ

โน๊ต กล่าวยอมรับว่า ส่วนตัวรู้สึกกังวลใจ เพราะคดีในลักษณะนี้หากหลักฐานไม่แน่นหนาหรือชัดแจ้งพอ ก็คงยกให้แก่จำเลย ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในป่า มันมีช่วงเวลาที่จะต้องดำเนินการ ดังนั้นหลักฐานมันก็อาจหายไปตามกาลเวลา ส่วนหากนายเปรมชัยจะอ้างว่าความผิดเกิดจากผู้ติดตามของตัวเองจะมีส่วนเป็นไปได้หรือไม่

นายวัชรบูล ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว

ส่วนตัวมองว่าคนที่เป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้บริหารในบริษัท ควรจะต้องเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ระดับหนึ่ง ตนมองว่าความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะคนที่เป็นบุคคลสำคัญของสังคม ควรที่จะแสดงความรับผิดชอบอะไรบางอย่างอออกมาบ้าง เพราะเจตนาแต่แรกมันไม่ถูกต้องอยู่แล้ว การไปพบซากสัตว์มันคงไม่ต้องให้ใครมาพิจารณาคดีหรอก เราก็ต้องรู้ตัวเองอยู่แล้วเพราะโดนจับคาหนังคาเขาแบบนั้น

สำหรับกรณีที่นายเปรมชัยพยายามจะบอกว่าตัวเองได้โทรสอบถามกับทุกกรมทุกกระทรวง หากเป็นตน ตนคงไม่พูดแบบนั้น และทุกกรมทุกกระทรวงก็คงไม่มีใครออกมาบอกหรอกว่าตัวเองเห็นใจ ตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นผู้ใด

อย่างไรก็ตาม เรื่องการรวมตัวของคนรักเสือดำมีอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งตลาดนัดฅนรักษ์ป่า ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และงานเสวนาต่างๆ และแม้ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากจุดเล็กๆ แต่สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรมของประชาชน เพราะสุดท้ายเรื่องรวยหรือจนมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่กฎหมายระบุว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ซึ่งทุกคนก็ยังตั้งข้อสงสัยตรงนี้

keyboard_arrow_up