กลัวไร้ที่ยืน! “เกียว” ห่วง “จรูญ” คาใจ ปอท.ทำคลิปหลุด? – บ้าบิ่นเต็มใจเป็นพยานไม่หวังเงิน (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีคดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่างครูปรีชา ใคร่ครวญ และร.ต.ท.จรูญ วิมูล วันนี้ (24 เม.ย.) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ตลงพื้นที่ตลาดเรดซิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี พบว่าวันนี้พ่อค้าแม่ค้าได้ค้าขายตามปกติ

เจ๊เกียว, เจ๊บ้าบิ่น และเจ๊พัช เปิดแผงขายลอตเตอรี่ตามปกติ

โดยนางปณัญชยา สุขผล หรือ เจ๊เกียว, นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และนางสาวพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช ยังคงเปิดแผงขายลอตเตอรี่บริเวณข้างศาลพระพรหมตามเดิม ซึ่งขณะที่ทีมข่าวเดินทางมาถึงนั้น พบว่าบริเวณแผงขายลอตเตอรี่มีกลุ่มลูกค้าเข้ามาเลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง

ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด โพสต์เฟซบุ๊กกรณีจุดที่ตั้งแผงขายลอตเตอรี่

ซึ่งจากกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊กภาพการตั้งแผงค้าขาย ซึ่งระบุข้อความว่า “เป็นห่วงคนที่บอกลงพื้นที่มา 5-6 เดือน ลงพื้นที่ยังไง ไม่เห็นหรือไงครับ ว่าแผงหวยตั้งยังไง ถ้าเป็นสมัยก่อนก็พอจะใช้วิธีนี้ได้ เอาพยานบุคคลมายืนยันในสิ่งที่อยากให้เป็น แต่นี้มันยุคไหนแล้ว ทั้งการสื่อสาร ทั้งเทคโนโลยี กล้อง คลิป สื่อ เต็มไปหมด จะมาใช้วิธีโบราณไม่ได้แล้ว มุกนี้ไม่ผ่านอย่างแรงครับ”

นางปณัญชยา สุขผล หรือ เจ๊เกียว

โดยนางปณัญชยา สุขผล หรือ เจ๊เกียว เปิดเผยถึงโพสต์ดังกล่าวว่า ตนยังยืนยันว่ายังขายอยู่จุดเดิม ซึ่งจุดที่ลุงจรูญออกมาชี้ เป็นจุดที่ไม่มีแม่ค้าขายลอตเตอรี่ และตนเองก็ขายอยู่ที่เดิมมาเกือบ 10 ปีแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และไม่มีการสลับย้ายกับแม้ค้าคนอื่นด้วย ซึ่งการวางขายก็มีชื่อของตนกำกับไว้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกันเองได้ โดยถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องแจ้งกับเจ้าของตลาดเท่านั้น

ส่วนกรณีที่นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด นักวิชาการทางกฏหมาย ออกมาบอกว่า หากศาลประทับรับฟ้องทั้งสองฝ่ายจะเกิดความวุ่นวายนั้น เจ๊เกียวกล่าวว่า ตนเชื่อว่าคดีจะไม่มีความวุ่นวาย เพราะศาลมีความยุติธรรม ตนก็ไม่มีความกังวลใดๆ แต่เป็นห่วงฝ่ายตรงข้ามเพราะกลัวว่าจะไม่มีที่ยืน พร้อมทั้งฝากถึงนายปรเมศวร์ว่า ทนายเป็นใครและเกี่ยวข้องอะไรกับคดีหวย 30 ล้านบาท ซึ่งทางกลับกัน ตนก็กำลังห่วงฝ่ายตรงข้าม เพราะกลัวว่าจะไม่มีที่ยืน

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้นำคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ให้เจ๊เกียวฟัง ซึ่งเจ๊เกียว ระบุว่า เป็นคลิปเสียงของครูปรีชา ที่ไปออกรายการหนึ่งทางสถานีโทรทัศน์ และจากบทสัมภาษณ์ดังกล่าว จริงแล้วต้องมีคู่กรณีอยู่ด้วย ไม่ใช่เป็นการตัดเอาเพียงแค่บางช่วงบางตอน หรือมีเพียงครูปรีชาพูดคนเดียว ซึ่งความจริงคลิปมีความยาวมากกว่านี้ ส่วนตัวอยากจะไปสอบถามกับปอท. ว่า การนำคลิปเหล่านี้มาเผยแพร่ หลุดมาได้อย่างไร พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าจะมีคนรู้เห็นเป็นใจอยู่ใน ปอท. ด้วยหรือไม่

นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น

ด้าน นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น กล่าวว่า ในวันที่ 4 และ 11 พ.ค. นี้ ศาลจะพิจารณาประทับรับฟ้องหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่กังวล ตนเองยังสนุกกับการขายหวย ไม่ได้สนใจในจุดนั้น แต่ถ้าหากศาลจะประทับรับฟ้องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือจะไม่ประทับรับฟ้อง ตนเองก็เคารพในการพิจารณาของศาล ส่วนกรณีที่นายปรเมศวร์ ออกมาพูดถึงกรณีการประทับรับฟ้องของศาลนั้น เจ๊บ้าบิ่น ขอปฏิเสธตอบคำถาม

ส่วนเรื่องคลิปเสียงครูปรีชานั้น เจ๊บ้าบิ่น กล่าวว่า ตนฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงไม่ชัดเจน และตนก็ไม่ทราบว่าคนในคลิปเสียงนั้นเป็นใคร ตอนนี้ตนอยากให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบ พร้อมระบุว่า การที่ตนเองรับเป็นพยาน ก็ไม่ได้ต้องการหวังเงินจากใคร แต่เพียงตอบตามความจริงเท่านั้น

นางพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช

นอกจากนี้ นางสาวพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช กล่าวถึงกรณีโพสต์เฟซบุ๊กของทนายษิทราว่า ตนเองเคยนั่งอยู่บริเวณจุดตามภาพ แต่วันนี้มีการขยับเล็กน้อย ดังนั้นจึงอยากให้ฝ่ายของลุงจรูญมาชี้จุดในวันที่มีแม่ค้าขายอยู่ ไม่ใช่มาชี้จุดในวันที่ไม่มีแม่ค้าอยู่ และอยากให้ลุงจรูญยืนยันให้ชัดเจนว่าซื้อหวยกับบุคคลใด

ซึ่งการปรับแผงค้า เพิ่งจะมีการปรับวันนี้เป็นวันแรก เดิมตนเองจะวางแผงค้าขึ้นไปบริเวณฐานของศาลพระพรหม แต่ด้วยความเหมาะสม และตนเองเป็นผู้หญิงจึงขยับลงมาขายจุดใกล้ๆ กัน ส่วนกรณีเรื่องผ้าพันคอ ที่สังคมตั้งขอสังเกตว่า กลุ่มพวกเจ๊ และคนขายนม ใส่ผ้าพันคอสีเดียวกัน คล้ายกับว่าเป็นการแสดงออกถึงความเป็นทีมนั้น เจ๊พัช บอกว่า ตัวเองใส่บางครั้งเท่านั้น และไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะสวมใส่ให้เป็นพรรคพวกเดียวกัน ซึ่งการสวมใส่แต่ละครั้ง เกิดจากความบังเอิญ ส่วนตัวก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องผิด เพราะแต่ละคนก็สามารถใส่มาได้

นางสาวปาณภัสสรณ์ พิมพ์พัฒน์ แม่ค้าขายนม

ขณะที่ นางสาวปาณภัสสรณ์ พิมพ์พัฒน์ แม่ค้าขายนม ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการใส่ผ้าพันคอสีเดียวกันกับเจ๊ๆ ที่หลายคนกำลังมองว่าเป็นการแต่งการเชิงสัญญาลักษณ์ และบ่งบอกว่าเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งปกติตนเองจะใส่ชุดยูนิฟอร์ม ผ้าพันคอสีฟ้าอ่อน มีโลโก้บริษัทนม ดังนั้นจึงไม่น่าจะเรียกว่าพวกเดียวกันได้ ส่วนการวางแผงค้าขายของเจ๊ทั้ง 3 คนนั้น จากที่เคยค้าขายมา 6 ปี เดิมเคยขายข้างกับเจ๊ๆ แต่หลังจากมีการจัดระเบียบแผงค้าใหม่ จึงมีการย้ายฝั่งขายนม ส่วน เจ๊ๆ ก็ยังคงขายอยู่ที่จุดเดิม ไม่เคยย้ายไปจุดไหน ยกเว้นจะขยับขยายบริเวณใกล้เคียง

keyboard_arrow_up