เปิดใจ! สาวถูกแท็กซี่ทิ้งกลางทาง ไม่กดมิเตอร์-อึ้ง ซุกไอซ์คารถ ยังกล้าติดสินบน ตร. (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อว่า Sukanya Saetiao ได้โพสต์คลิประบายความรู้สึก หลังถูกแท็กซี่ปล่อยลงกลางทาง โดยระบุข้อความว่า “โดนแท็กซี่ทะเบียน ทส-9435 (เขียว-เหลือง) ปล่อยลงตรงมอเตอร์เวย์ ทางมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ สาเหตุเพราะคนขับไม่ยอมกดมิเตอร์แล้วไม่ได้บอกตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ ไปห้วยขวางคือจะเอา 500 ชื่อในบัตรเหลืองหน้ารถ ไม่ตรงกับชื่อที่แจ้งในบัตรที่ได้มาจากสนามบิน ไม่รู้ว่าคนขับเป็นคนเดียวกันกับที่อยู่ในบัตรหรือเปล่า

ไม่ต้องออกมาเรียกร้องนะว่าทำไมคนไปใช้ grab กันหมด ก็เพราะเป็นกันแบบนี้ ดีนะเป็นกลางวัน ถ้าเป็นตอนกลางคืนจะเปลี่ยวขนาดไหน สงกรานต์แล้วจะทำยังไงก็ได้หรือ สงกรานต์แล้วไม่มีกฎหมายหรือ” หลังจากนั้นเธอก็หันไปเรียกใช้บริการแกร็บเพื่อขึ้นรถกลับบ้านทันที

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Sukanya Saetiao

ทางทีมข่าวได้ติดต่อผู้หญิงรายดังกล่าวเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทราบชื่อ คุณสุกัญญา แซ่เตียว อายุ 22 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันวาน (15 เม.ย.) หลังจากตนลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากได้กลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.ขอนแก่น พอลงจากเครื่องและได้กระเป๋าเดินเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมาขึ้นแท็กซี่ที่ชั้นล่างสุดเหมือนทุกครั้งที่เคยใช้บริการ แต่เนื่องจากจุดดังกล่าวมีคนเยอะ พนักงานของสนามบินจึงใช้วิธีดึงคนออกไปบางส่วนเพื่อที่จะข้ามเลนไปอีกฝั่ง ซึ่งสามารถขึ้นแท็กซี่ได้เหมือนกัน

เมื่อไปถึงจุดดังกล่าวก็มีพนักงานประจำโต๊ะถามว่าจะไปไหน ตนจึงบอกไปห้วยขวาง เจ้าหน้าที่จึงเขียนลงไปบนใบเรียกแท็กซี่ เมื่อถึงคิวตน เจ้าหน้าที่ก็เขียนชื่อและทะเบียนรถลงไปก่อนจะยื่นเอกสารใบดังกล่าวให้ตนไปขึ้นแท็กซี่ เมื่อเดินทางมาได้สักครู่ ตนจึงถามว่าช่วงนี้รถติดไหม เพราะตนคิดว่าคนน่าจะเริ่มทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพแล้ว ซึ่งถ้าติดตนก็บอกว่าให้ขึ้นทางด่วนโทลเวย์ไปเลยก็ได้ แต่คนขับบอกไม่ค่อยติดวิ่งทางธรรมดาก็ได้ ตนจึงไม่ได้ว่าอะไร และนั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ

คุณสุกัญญา แซ่เตียว ผู้เสียหาย

ซึ่งในระหว่างนั้นเองคนขับก็ได้วอคุยเล่นกับเพื่อแท็กซี่ด้วยกัน ประมาณว่า ไปรับคนตามสีลม อาร์ซีเอ เพราะแถวนั้นใครๆ ก็ให้คิดเหมา 500 บาททั้งนั้น ตนจึงเอ๊ะใจ เอียงตัวไปดูมิเตอร์ เนื่องจากมีพวงมาลัยบังอยู่ ปรากฎว่าคนขับไม่ได้กดมิเตอร์ ตนจึงถามว่า “ไม่ได้กดมิเตอร์หรอค่ะ” คนขับจึงพูดมาว่า “จะพูดอย่างไงดีละ เทศกาลสงกรานต์มีปีละครั้ง แท็กซี่จะได้ก็ในช่วงนี้ ใครๆ เขาก็ไม่กดมิเตอร์กัน” พูดแบบนี้วนไปวนหลายรอบ ตนจึงถามว่าและคิดเท่าไหร่ คนขับบอกว่า “ห้วยขวางย่านนั้นรถก็ติดเขาเล่นน้ำสงกรานต์กัน ผมคิด 500” ซึ่งตนรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะปกติตนกลับที่พักประมาณ 300-350 บาทเท่านั้น ตนจึงหยิบมือถือมาอัดคลิปโดยที่ทำในลักษณะของการนั่งเล่นโทรศัพท์ เพราะตอนนั้นกลัวมาก แท็กซี่ก็เริ่มมีอารมณ์

จากนั้นแท็กซี่จึงพูดว่า แล้วจะเอาอย่างไร จะให้ส่งลงข้างทางไหม ตนจึงลงให้แท็กซี่ส่งลงข้างทางตรงปั๊มน้ำมัน PT ทางลงโทเวย์ พอถึงปั๊ม แท็กซี่คนดังกล่าวก็บ่นตลอดทางและพูดว่า “เพราะแบบนี้ผมถึงอยากจะรับแต่คนต่างชาติ” ซึ่งหลังจากที่ตนลงจากรถก็ไม่ได้มีการจ่ายค่าโดยสารแต่อย่างใด ตนจึงตัดสินใจเรียกแกร็บแท็กซี่ ขณะที่รอแกร็บแท็กซี่อยู่นั้น ก็มีรถแท็กซี่คันอื่นวนเวียนมาถามว่าไปไหมพร้อมกับลดกระจก เมื่อตนมองผ่านไปที่มิตเตอร์ไม่เห็นมีใครเปิดมิเตอร์ ตนเลยตัดสินใจไม่ไป เพราะเพิ่งเจอมากับตัว จากนั้นก็รอจนได้ขึ้นแกร็บแท๊กซี่และอัดคลิปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

บัตรคิวขึ้นรถแท็กซี่

ทั้งนี้ รถแท็กซี่คันดังกล่าวตนจำได้แต่ทะเบียนรถ แต่สีนั้นไม่แน่ใจว่าจะเป็นสีชมพูหรือไม่ ส่วนชื่อที่เขียนลงในเอกสารที่พนักงานสนามบินยื่นให้ชื่อว่า “บุญช่วย” ซึ่งคาดว่าไม่ตรงกับป้ายที่อยู้หน้ารถแท็กซี่

คุณสุกัญญา กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าตอนนั้นใช้คำหยาบ และที่โพสต์ก็เพราะอารมณ์โมโหและโกรธ ซึ่งแท็กซี่ดีๆ ก็มี ตนก็เคยเจอ ตนก็รู้สึกเสียใจหากการโพสต์ลงไปตอนนั้นหลายคนเหมาะร่วมว่าเป็นแท็กซี่ทั้งหมด ซึ่งตอนนั้นตนแค่รู้สึกว่ากฎหมายก็มี กดมิเตอร์ตามปกติก็ ทำไม่ตนจะต้องมาจ่ายเงินเพิ่ม เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่ไม่ต้องเคารพกฎหมายก็หรืออย่างไร ตนแค่อยากเป็นคนหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ได้เห็น การที่แท็กซี่บอกว่า “เพราะแบบนี้ถึงอยากจะรับแต่ต่างชาติ” ตนมีเพื่อนต่างชาติเยอะ หลายคนก็มาบ่นเรื่องนี้ ไม่ใช้ว่าค่าเงินบ้านเขาเยอะกว่าเราและเขาจะไม่รู้สึก เขาต้องรู้สึกอยู่แล้วเพราะที่เขาจ่ายมันคือเงินในกระเป๋าของพวกเขา แต่ที่เขายอมจ่ายเพราะเขามาเที่ยวชั่วครั้งชั่วคราว จ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวก และอีกอย่างเขาไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนที่ไหน แต่กับตน ตนต้องใช้ชีวิตที่นี้เลยคิดว่ามันไม่ยุติธรรม

คุณสุกัญญา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ ตนเคยเห็นข่าวที่แท็กซี่ทิ้งครอบครัวฝรั่งกลางทางด่วน ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง แท็กซี่ไทยมีปัญหาหลักๆ 3 ข้อ คือไม่รับผู้โดยสาร ไม่กดมิเตอร์ และปล่อยผู้โดยสารลงกลางทาง การที่แท็กซี่ทำแบบนี้ ต่อให้ไม่มีแกร็บหรืออูเบอร์ ผู้โดยสารเขาก็ต้องหาทางไปที่สะดวกและดีกว่า ใครๆ ก็ต้องการทางเลือกที่ดีกว่า

เจ้าหน้าที่จับกุมนายบุญช่วย พิมพ์นนท์ คนขับรถแท็กซี่

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว สามารถจับกุม นายบุญช่วย พิมพ์นนท์ ผู้ขับรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทส-9435 กทม. หลังถูกร้องเรียนว่าทิ้งผู้โดยสารและไม่ใช้มาตรมิเตอร์บริเวณถนนมอเตอร์เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ นายบุญช่วย ให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนจริงที่ซื้อมาในราคา 200 บาท จากชายไทยไม่ทราบชื่อบริเวณชุมชน 70 ไร่ เขตคลองเตย ในระหว่างนั้น นายบุญช่วย ได้เสนอเงินสินบนให้กับ พ.ต.ท.ประยูร และ จ.ส.ต.ปรีชา สอดจิต เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

ทั้งนี้ นายบุญช่วย ยังให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำความผิดจริงตามที่ถูกผู้โดยสารร้องเรียนจริง จึงออกคำสั่งผู้ตรวจการ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ในข้อหา 1.มาตรา 5 (2) ไม่ใช้มาตรค่าโดยสารปรับ 1,000 บาท 2.มาตรา 57 ไม่ส่งผู้โดยสาร ณ สถานที่ตามที่ตกลงกันปรับ 1,000 บาท 3.มาตรา 66/5 เรียกเก็บอัตราค่าโดยสารเกินปรับ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ตรวจการดำเนินการยึดใบอนุญาตขับรถไว้ก่อน รอคำพิพากษาถึงที่สุด

นอกจากนี้ ตำรวจท่องเที่ยวได้แจ้งข้อหา คือ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย และให้สินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ขับรถส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้บันทึกประวัติของคนขันรถดังกล่าวไว้ เพื่อดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะทันที และป้องกันไม่ให้กลับเข้ามาระบบให้บริการสาธารณะได้อีก เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสาร

keyboard_arrow_up