จบวิน – วินหวย 30 ล.! “เดชา” ชี้ช่อง 2 ฝ่ายเจรจาจบคดีลั่นใครร้องสอบมรรยาทถ้ามาขอโทษไม่เอาผิด – “ษิทรา” โต้ ปัดส่งคนร้องแกล้ง (คลิป)

ถือได้ว่าคดีหวย 30 ล้าน ส่อบานปลาย เมื่อนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ “นายแผน” พยานของ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษฯ เดินทางเข้าพบนายกสภาทนายความฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบพฤติกรรมทนายความรายหนึ่ง แต่เรื่องไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อมีหญิงรายหนึ่ง ไปยื่นหนังสือเพื่อให้ทางสภาทนายความ สอบมรรยาททนายบางคน เนื่องจากมองว่า การทำงานนั้นไม่เหมาะสม ต่อมาทาง นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ถึงประเด็นที่มีบุคคลไปร้องสภาทนายความเรื่องการสอบมรรยาทว่า หากมีการร้องเรียนจริงจะดำเนินคดีทันที

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ

โดยวันนี้ ( 20 มี.ค. 61) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เข้ามาร่วมพูดคุยในรายการถึงประเด็นที่เกิดขึ้น

ทนายเดชา เปิดเผยถึงการไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กว่า มีคนโพสต์เฟซบุ๊กจะร้องเรียนทนายที่อายุเยอะ ชอบไลฟ์สด พูดจาโผงผาง ตนจึงมองว่า มีตนคนเดียวที่มีลักษณะเช่นนี้ และคิดว่าบุคคลที่ออกมาร้องเรียน อาจเป็นคนที่ชื่นชอบทนายดัง เนื่องจาก ตนมีความคิดเห็นเรื่องคดีหวยที่แตกต่างออกไป

พระราชบัญญัติทนายความ มาตรา 64

สำหรับใครที่จะร้องตนเรื่องมรรยาท ตนมองว่า บุคคลดังกล่าวไม่สามารถร้องได้ เนื่องจาก ผู้ที่จะมาร้องเรียนตามพระราชบัญญัติทนายความ มาตรา 64 คือ บุคคลผู้ได้รับความเสียหาย แต่บุคคลนี้ มาร้องเรียนตนได้อย่างไร เพราะไม่ใช่ลูกความ และตนเป็นสื่อมวลชนสายกฎหมาย สิ่งที่ปฏิบัติจึงทำในฐานะสื่อ หากตนพูดจาไม่ดี สามารถไปแจ้งในเรื่องหมิ่นประมาทได้ จึงมองว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการกลั่นแกล้ง”

ก่อนหน้านี้ตนเคยเจอ คนที่เข้ามาด่าบุพการี แต่ตนแก้ปัญหาด้วยการบล็อกเฟซบุ๊ก หรือลบข้อความ เนื่องจากไม่อยากมีเรื่องด้วย ถ้าหากเรื่องนี้ทางสภาทนายความไม่รับเรื่อง ตนก็ต้องดำเนินคดี แต่ถ้าบุคคลดังกล่าวติดต่อมาขอโทษ บอกว่าเข้าใจผิด หรือหัวร้อน ตนก็จบเรื่องราวเพราะตนเป็นคนมีเมตตา

ทนายเดชา กล่าวถึงทนายษิทรา

สำหรับเรื่องคดีหวย 30 ล้าน ทนายเดชา ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาคดีให้กับนายปรีชา ใคร่ครวญ และไม่ได้เป็นกุนซือ การที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องคดีในมุมต่างจากนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เห็นว่าเรื่องนี้มีจุดบอดอย่างไร แล้วนำจุดนั้นไปเติมเต็ม พร้อมยืนยันว่า ตนเตือนทนายษิทราด้วยความรัก ยอมรับว่า ทนายษิทราเป็นคนเก่งและไม่คิดอิจฉาแต่อย่างใด

ทนายเดชา กล่าวถึงคดีหวย 30 ล้านบาท

ทั้งนี้ คดีหวย 30 ล้าน ตนมองว่าสามารถได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะลุงจรูญอยากได้เงิน 25 ล้านบาท ที่อยู่ในธนาคาร จึงควรให้เจรจาร่วมกับฝ่ายครูปรีชา อย่างที่ ทนายษิทรา พูด ตนเห็นด้วย อาจจะไปตกลงกันที่กองปราบ เจรจาพูดคุยว่าเข้าใจผิดกัน หรือคิดไปเอง ตนยืนยันว่า มันเป็นไปได้ มีหลายเรื่องในสังคมที่เป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่สุดท้ายเข้าใจผิดก็มีจำนวนมาก ถ้าตกลงกันได้ อาจจะมีสินน้ำใจกันบ้าง เพราะส่วนตัว คำว่า “ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” คนหนึ่งได้ อีกคนหนึ่งก็ต้องได้ แล้วแต่ว่าจะตกลงกันอย่างไร เพราะตลอดเวลาที่ลุงจรูญต่อสู้มาก็เพื่อเงิน

นอกจากนี้ กรณีตำรวจทำคดีรับสารภาพข้อหาบิดสำนวน แต่กลับถูกกันไว้เป็นพยาน แล้วทำไมไม่กันนายแผนเป็นพยานด้วย เพื่อผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่กองปราบไม่ได้ยืนยันว่า กันตัวไว้เป็นพยานแล้วจะรอด เดี๋ยวเวลาส่งตัวไปที่ ป.ป.ช. อาจถูกชี้มูลความผิดของตำรวจสองนายนี้ก็ได้

คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน หากออกหมายเรียกแล้วนายแผน ไม่มา ตำรวจควรใช้หลักรัฐศาสตร์ คือ ถ้ารู้ว่าเขาจะไปสื่อที่ช่องไหน ก็ไปหาเขา ไปเชิญมากองปราบ และพูดคุยกันดีๆ เพราะตอนนี้ต่างคนต่างเล่นเกมกัน ถ้าจะไม่จบแบบการได้ผลประโยชน์ร่วมกันก็จะมีการแจ้งความแบบนี้เรื่อยไป

ทั้งนี้ ถ้ามีการหันมาคุยกันก็สามารถจบได้ โดยให้ลุงจรูญ กับ ครูปรีชา มาคุยกัน และไม่ต้องมีทนายมาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้เป็นปัจเจกบุคคลทะเลาะกัน ไม่ใช่เรื่องของประเทศชาติ ใช่ว่าใครเป็นเจ้าของหวยแล้วประเทศเราจะเจริญขึ้น แค่เหตุการณ์หนึ่งในสังคม ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับสังคม กองเชียร์ก็มาทะเลาะกัน แล้วมาด่าตนด้วย แต่ตนยืนยันว่า จะไม่ฟ้องร้อง เพราะตนเป็นคนเมตตาไม่ชอบหาเรื่องใคร

นายเดชา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ให้สัมภาษณ์หลังจบรายการต่างคนต่างคิด ถึงกรณีหวย 30 ล้าน ระหว่าง ครูปรีชา ใคร่ครวญ กับ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ว่า สามารถที่จะจบแบบวิน-วิน ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ด้วยการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ส่วนประชาชนจะมองว่า ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคดีผ่านสื่อมากมาย หากมีการไกล่เกลี่ยแล้วเป็นการหลอกลวงหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบได้ เพราะการเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทนั้น เป็นเรื่องปกติในกระบวนการยุติธรรม

โดยมุมมองส่วนตัว ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทนายทุกคนจะต้องไม่ค้าความ ทำให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน แบบมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งคดีดังกล่าว สามารถไปยื่นคำร้องที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ โดยคดีแพ่ง อาจจะให้ถอนฟ้อง เนื่องจากสามารถยอมความกันได้ ส่วนคดีอาญาให้ไปคุยกันว่า เป็นลักษณะของการเข้าใจผิดกันหรือไม่ ซึ่งคดีนี้ อาจจะมีเพียง ครูปรีชา ที่โดนอาญา มาตรา 157 สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่พนักงานประพฤติผิดโดยมิชอบ และหากสารภาพก็สามารถลดโทษให้เบาลงได้ ส่วนคดีแจ้งความเท็จ สามารถไปให้การใหม่ได้ หรือให้การรับสารภาพ

ส่วนกรณีเงินที่เหลืออีก 25 ล้านบาท ให้ไปตกลงกันว่าจะมีการแบ่งกันอย่างไร เพราะเชื่อว่า หมวดจรูญ น่าจะเหนื่อยมากแล้ว ทุกอย่างมีทางออก หากตกลงกันได้ พยานหลักฐานต่าง ๆ ก็จะอ่อนลงด้วย

ทนายเดชา กล่าวต่อว่า “เมื่อทะเลาะกัน ทุกฝ่ายต่างเหนื่อย ลุงก็เหนื่อย ครูก็เหนื่อย ทนายทั้งสองฝ่ายก็เหนื่อย เสียเงิน เสียเวลา ถูกด่ามันไม่คุ้ม ถ้าหันหน้าให้อภัยกัน พบกันครึ่งทาง และถอยกันคนละก้าว อย่าไปร้องอะไรเพิ่ม เรื่องนี้ก็อาจจะจบลง”

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ

ด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ เปิดเผยว่า การที่ทนายเดชา ออกมาพูดถึงเรื่องคดีหวย 30 ล้าน แล้วบอกว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นในฐานะสื่อมวลชนที่มีความรู้ด้านกฎหมายนั้น ตนมองว่า เป็นสิทธิของทนายเดชาที่มีการแสดงความคิดเห็น แต่อย่าให้เกินเลย ทั้งนี้ ตนเองก็จำไม่ได้ว่า นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ หรือใครสักคนที่ออกมาพูดว่า “ถ้าเกิดไม่ใช่คดีของเราเอง เราไม่ควรที่จะไปยุ่งเรื่องของคนอื่น” ก็ถือว่ามีความคิดเห็นเหมือนกับตนเอง ซึ่งตนไม่เคยไม่ยุ่งคดีของคนอื่น ไม่เคยไปวิจารณ์ แต่ถ้าใครจะวิจารณ์ก็เป็นสิทธิของเขา

ส่วนอีกประเด็นที่ นายเดชา ออกมาบอกว่า ให้ทนายบางคนปรามกองเชียร์ ตนมองว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนที่มีประชาชนออกมาร้องเรียน คงเห็นว่า มีทนายบางคนอาจจะที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่ตนยังไม่ทราบว่า ผู้ที่ไปร้องเรียนเป็นใคร ดังนั้นจะให้ไปปรามกองเชียร์ได้อย่างไร ส่วนที่ตนมีการโพสต์เฟซบุ๊ก เนื่องจากตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดทั้งวันตนดูแลเรื่องคดีความจนแทบจะไม่มีเวลา และตนก็ไม่ได้สนใจหรืออยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับใคร พร้อมฝากบอก ทนายเดชาว่า “โชคดี”

นอกจากนี้ ทนายษิทรา ได้มีการพูดถึงเรื่องที่วานนี้ (19 มี.ค.) ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องที่ลุงจรูญ อยากจับมือกับครูปรีชา คดีหวย 30 ล้านนั้น ทนายษิทรา เผยว่า ความจริงแล้วทุกสื่ออ่านแค่หัวข้อที่ตนเขียนเพียงอย่างเดียว แต่เนื้อหาสาระอยู่ในช่วงกลางของโพสต์ เนื่องจากตนเห็นว่าอีกฝ่ายมีการไปร้องเรียนหลายที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เห็นว่า นายแผน มีการไปยื่นหนังสือกับนายกฯ แต่ส่วนตัวตนมองว่า การไปยื่นเช่นนั้น เป็นการยื่นเอกสารเพียงใบเดียว ไม่ได้แสดงถึงความจริงจังและจริงใจ ถ้าหากแน่จริงควรไปเซ็นชื่อทั้ง 2 ฝ่าย โดยให้นายกฯใช้อำนาจพิเศษในการตรวจสอบคดี แต่อยู่ที่ว่าอีกฝ่ายจะกล้าหรือไม่

ทนายษิทรา เปิดเผยว่า การพูดเช่นนี้ไม่ใช่ให้นายกฯเป็นศาลตัดสิน เพียงให้สืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เมื่อหาหลักฐานเสร็จสิ้น ก็ส่งเรื่องให้อัยการ แล้วนำส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม พร้อมให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีการเซ็นยินยอม ถ้าผลสรุปออกมา ฝ่ายใดผิดก็ให้ถูกดำเนินคดีหมด

อย่างไรก็ตาม ทนายษิทรา ทิ้งท้ายว่า ตนคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้า เพราะถ้ากล้ารับข้อเสนอ คนร่วมขบวนการจะต้องร่วมรับผิดชอบอีกเป็นจำนวนมาก ถ้าเป็นเช่นนั้น ตนอยากบอกว่า “อย่าทำให้สังคมวุ่นวายด้วยการยื่นกระดาษแค่ใบเดียว และสร้างกระแส ถ้าจะทำต้องทำให้จริง”

keyboard_arrow_up