“ษิทรา” ขอโทษทำสภาทนายโดนถล่ม ขอยุติปลดอุปนายก น้อมรับคำติงจ่อทำแจ็คเก็ตใส่ (คลิป)

จากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม ไปสอบสวนทางวินัยและจะลบชื่อจากสภาทนายความ เนื่องจากใส่เสื้อยืด และกางเกงยีน ในเวลาทำงาน นายษิทรา ได้ออกมาตอบโต้ว่า จะเดินทางไปร้องเรียนที่สภาทนายความ และยื่นหนังสือให้ปลดบุคคลที่ไม่เหมาะสมตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม

ล่าสุด วันนี้ (17 มี.ค.) ทนายษิทรา เปิดเผยว่า ทางสภาทนายความได้ทำหนังสือออกมาแล้ว กรณีที่อุปนายกฯ คนดังกล่าวให้สัมภาษณ์ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการ และไม่เกี่ยวกับสภาทนายความ ซึ่งตนรู้สึกสบายใจมากขึ้น

วันนี้ตนได้โพสต์เฟซบุ๊กไปว่า คงจะไม่ยื่นเรื่องขอให้ปลดอุปนายกฯ ออกแล้ว เพราะไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย และเรื่องนี้ก็น่าจะจบไปในทางที่ดี ส่วนกรณีที่มีผู้มาร้องเรียนตน แล้วทำให้สภาทนายความฯเสียหาย ตนก็ต้องขอโทษไปยังผู้ใหญ่ ที่ตนกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้สภาทนายความฯ ถูกว่า

ทนายษิทรา ระบุต่อว่า ส่วนตัวไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหากับอุปนายกฯ ท่านนี้มาก่อน ส่วนเรื่องการแต่งกายไม่ได้บ่งบอกว่า คนใส่เสื้อยืด หรือใส่เสื้อสูทจะเป็นคนดี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำจากเนื้อแท้ของจิตใจมากกว่า เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อของมูลนิธิทีมงานที่ใส่มาเป็นระยะเวลานานแล้ว คงต้องใส่แบบนี้ต่อไป เพื่อความใกล้ชิดกับชาวบ้าน

ถ้าหากใส่สูทไปหาชาวบ้าน ชาวบ้านคงไม่กล้าปรึกษา และทุกคนชินแล้วกับการที่ตนใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์แบบนี้ แต่ในวันนั้นตนได้คุยกับประธานมรรยาททนายความไปแล้วว่า เพื่อความสบายใจ ตนจะทำเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมา เพื่อสวมใส่เวลาไปติดต่องานตามสถานที่ราชการ

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พูดคุยกับเพื่อนร่วมรุ่น โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ จ.นครปฐม

นอกจากนี้ ทนายษิทรา บอกอีกว่า ก่อนที่สภาทนายความ จะมีแถลงการณ์ออกมา ไม่ได้มีผู้ใหญ่ติดต่อเข้ามาเป็นการส่วนตัว แต่มีรุ่นพี่ทนายความ จากหลายภูมิภาคโทรศัพท์เข้ามา บางคนเป็นกรรมการอยู่ในสมัยนี้ โทรศัพท์มาให้กำลังใจว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่บางคนออกมาโจมตี

ทนายษิทรา เล่าต่อว่า การที่ตนตัดสินใจไม่เอาเรื่องกับอุปนายกฯ เพราะตนมองว่า หากไปทำแล้วคงไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชน จะกลายเป็นว่า ตนโกรธแค้นส่วน จึงคิดว่าเอาเวลาทำเรื่องพวกนี้ไปช่วยเหลือสังคม ไปให้ความรู้ชาวบ้าน น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า ตนมีคติที่ยึดถือมาตลอดในการทำงาน คือ “นักกฎหมายต้องมีใจเสียสละ มีธรรมะในใจอยู่เสมอ พร้อมต่อสู้กับสิ่งผิดที่ได้เจอ นั่นแหละเธอนักกฎหมายที่แท้จริง”

ขณะที่บรรยากาศการสัมภาษณ์ ทนายษิทรา ในวันนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมีบรรดาเพื่อนร่วมรุ่น โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ จ.นครปฐม มาร่วมให้กำลังใจ นายษิทรา อย่างล้นหลาม ทนายษิทรา ได้เดินทางมาร่วมงานคืนสู่เหย้า ทนายษิทรา ระบุว่า เพื่อนๆ ทุกคนที่เห็นอยู่ตรงนี้ คือคนที่ให้กำลังใจตนในเวลาที่ตนมีปัญหา

แถลงการณ์สภาทนาย

ต่อมา นายนิพนธ์ จันทเวช รองโฆษกสภาทนายความ ออกมาแถลงการณ์ในนามสภาทนายความ ยืนยันว่า การเสนอข่าวดังกล่าว ไม่ใช่มติกรรมการสภาทนายความ เกี่ยวกับการยื่นคำกล่าวหาให้ยื่นต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี จึงได้สอบถามข้อมูลไปยัง นายนิพนธ์ จันทเวช รองโฆษกสภาทนายความ เปิดเผยว่า แถลงการณ์ดังกล่าว ออกมาเพื่อแจ้งให้สังคมรับทราบว่า สิ่งที่อุปนายกออกมาแถลงข่าว ไม่ได้ทำในนามขององค์กร โดยเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ความเห็นของทางสภาทนายความ

โดยปกติ การที่ประชาชนเข้ามายื่นหนังสือเพื่อร้องให้สอบมรรยาท ทนายความนั้น ปกติจะต้องไปยื่นที่ สำนักงานคณะกรรมการมรรยาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารจะไม่สามารถก้าวก่าย หรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ โดยเฉพาะการรับเรื่องแล้วนำมาอภิปรายต่อ แต่ควรส่งเรื่องต่อให้ทางคณะกรรมการมรรยาทเท่านั้น

ส่วนเรื่องการ ถอดถอน หรือลบชื่อทนาย เป็นอำนาจของกรรมการมรรยาท ส่วนใหญ่การจะลบชื่อทนายได้ ทนายรายที่ถูกร้องเรียน ต้องมีความผิดร้ายแรง เช่น รับคดีแล้วไม่ว่าความต่อ รับเงินเพื่อไม่วิ่งคดี เป็นต้น ส่วนความผิดประเภทการประพฤติตัวเสื่อมเสีย อาจจะไม่ถึงกับลบชื่อ แต่ก็จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการมรรยาท ซึ่งโทษหนักสุดอยู่ที่การพักใบอนุญาตเท่านั้น

ด้านพฤติกรรมของอุปนายก สภาทนายความ ที่ออกมาแถลง โดยไม่ผ่านมตินั้น ทางคณะกรรมการมรรยาทต้องเข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ส่วนตำแหน่งอุปนายก เป็นดุลพินิจของนายกสภาทนายความ ในการแต่งตั้ง หรือถอดถอนตามความเหมาะสม

keyboard_arrow_up