เรื่องใกล้ตัว! ‘ไข้เลือดออก’ อันตรายถึงตาย ‘เด็ก-วัยรุ่น’ เสี่ยงสูง

กรมควบคุมโรค แนะประชาชนโดยเฉพาะภาคกลางและภาคใต้เตรียมพร้อม 3 เรื่อง ป้องกันโรคไข้เลือดออก คาดช่วงต่อจากนี้ยุงลายจะเพิ่มขึ้นหากไม่ป้องกัน

วันที่ 24 ม.ค.61 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่คาดว่าในสัปดาห์นี้ประเทศไทยอาจมีฝนตกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ที่ห่วงเนื่องจากฝนที่ตกลงมา ทำให้เกิดน้ำขังในแอ่งน้ำ กาบใบไม้ เศษภาชนะต่างๆ ล้วนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะโรคไข้เลือดออก โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค รายงานว่าตลอดปี 2560 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 59,130 ราย เสียชีวิต 63 ราย โดยกลุ่มที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น พื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ ภาคกลาง รองลงมาคือ ภาคใต้ เฉพาะ 2 ภาค มีผู้ป่วยคิดเป็นร้อยละ 62 ของผู้ป่วยทั้งประเทศ ขณะที่ข้อมูลปี 2561 นี้ เพียง 15 วัน พบผู้ป่วยแล้วถึง 279 ราย เสียชีวิต 1 ราย

ดังนั้น เพื่อป้องกันโรคในช่วงที่มีความเสี่ยงเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพิ่มขึ้นจากฝนที่จะตกลงมา จึงขอแนะประชาชนให้เตรียมพร้อมใน 3 เรื่อง คือ เรื่องการป้องกันการถูกยุงกัด โดยทายากันยุง นอนในมุ้ง พร้อมกำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน เรื่องการเฝ้าระวังอาการของโรค เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร หน้าแดง ผิวหนังเป็นจุดเลือด อาเจียน ปวดท้อง หากพบให้นำสู่เรื่องที่ 3 คือ รีบไปพบแพทย์ทันที แม้มีเพียงอาการเริ่มต้น ก็ควรรีบให้แพทย์วินิจฉัยเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต นอกจากนี้ยังขอให้ประชาชนดำเนินมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” อย่างต่อเนื่อง ทั้งเก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้านทุกสัปดาห์ และเก็บน้ำสำรวจภาชนะใส่น้ำทุกจุดในบ้าน ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคได้ถึง 3 โรค ทั้งโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

keyboard_arrow_up