ดีเดย์! แจก ‘บัตรคนจน’ กรุงเทพฯ และปริมณฑล เผยอาจโยกงบเดินทางเติมสินค้าอุปโภคบริโภค

วันนี้ (17 ต.ค. 60) เป็นวันแรกที่รัฐบาลมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรปราการและสมุทรสาคร ซึ่งหนึ่งในจุดใหญ่ที่มีการเปิดรับบัตรสวัสดิการก็คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ บางเขน พบว่า บรรยากาศของประชาชนที่มารอรับบัตรยังคงไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากธนาคารได้กำหนดเปิดให้ประชาชนทยอยรับบัตรจนกว่าบัตรจะหมด ไม่มีวันกำหนดปิดรับ เพื่อป้องกันความแออัดที่อาจจะเกิดขึ้น


นางคำแปง เบ้าตุ้ม อายุ 64 ปี ประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยที่มารับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันนี้ เปิดเผยว่า มารอรับบัตรตั้งแต่ 07.00 นาฬิกา ยอมรับว่ายังไม่รู้ว่าสิทธิประโยชน์ของบัตรที่ได้รับมานี้ สามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง แต่ความจำเป็นของตนในตอนนี้ ขอเพียงใช้เงินซื้อข้าวสารก็พอแล้ว

ส่วนนางจินดา เวียงจันทร์ อายุ 59 ปี เป็นประชาชนรับบัตรคนแรกในวันนี้ บอกว่า เบื้องต้นก็ยังไม่รู้สิทธิประโยชน์ในการใช้บัตรนี้ ส่วนตนทำอาชีพรับจ้างทั่วไป มีค่าใช้จ่ายเยอะ โดยเฉพาะคนแก่ที่ต้องดูแลจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิบัตรดังกล่าว เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย

ขณะที่ นายสุวิทย์ พูลศิลป์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เผยว่า จะแจกบัตรไปจนกว่าจะหมด และไม่มีวันกำหนด โดยทางธ.ก.ส. จะสื่อสารแจ้งประชาสัมพันธ์ไปโดยตรงถึงที่บ้านหรือจุดนัดพบต่างๆ รวมไปถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย ทั้งนี้ในเดือนตุลาคมที่เป็นเดือนแรกที่ให้ประชาชนรับบัตรและเริ่มใช้บัตรนั้น ทางธ.ก.ส. ยกยอดให้ใช้ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อสิทธิประโยชน์ของประชาชน จากนั้นจะตัดยอดการใช้วงเงินในทุกๆ เดือนตามปกติ

สำหรับประชาชนที่มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากทั้งหมด 70 จังหวัดทั่วประเทศนั้น พบ มีประชาชนที่ลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 7,700,000 คน ผ่านเงื่อนไขการลงทะเบียนประมาณ 6,200,000 คน ส่วนประชาชนที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้วทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 5,300,000 คน หรือ ร้อยละ 85 ขณะที่พื้นที่ใน 7 จังหวัดวันนี้ พบ มีประชาชนที่ผ่านเงื่อนไขการลงทะเบียนและมีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 205,867 คน ในส่วนของกรุงเทพมหานครประมาณ 48,000 คน และที่เหลืออีก 6 จังหวัดประมาณ 150,000 คน

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ไปหาแนวทางในการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากปัจจุบันอยู่ที่ 200-300 บาทต่อบัตรต่อเดือน โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาประชาชนที่มีบัตรสวัสดิการยังใช้สิทธิบริการรถไฟ หรือรถ บขส. ที่มีวงเงินเดือนละ 500 บาทน้อย จึงมีความเป็นไปได้ในการโยกเงินในส่วนนี้ไปเพิ่มไว้ในส่วนของการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านธงฟ้าแทน

นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีต่อประเด็นนี้ด้วย เพราะก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ขสมก. ได้นำรถโดยสารประจำทางที่ติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีทิกเก็ต (E-Ticket) และระบบจีพีเอส (GPS) มาแสดงต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเบื้องต้นจะติดตั้ง 800 คันก่อน เพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลังที่จะเริ่มใช้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้ทดลองการใช้บัตรอีทิกเก็ตบนรถโดยสาร โดยแตะที่เครื่องอ่านบัตร และกล่าวว่าขอให้ประชาชนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบดังกล่าวว่าแตะบัตร ตรงไหน เพราะอาจมีปัญหาการยืนรอคิวแตะบัตรซึ่งจะทำให้การจราจรติดขัดและเกิดความล่าช้า ทั้งนี้ รถโดยสารจะใช้ได้ทั้ง 2 ระบบทั้งการจ่ายเงินและใช้บัตร โดยระยะแรกทำได้เท่านี้ก่อน หลังจากนี้จะพิจารณาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในระยะ 2 ต่อไป ขอขอบคุณทุกคน

keyboard_arrow_up