แม่ค้าร้านไก่แฉภาพเด็ดถูกชายฉกรรจ์รุมกระทืบต่อหน้าตร. – พ่อแจงปมใส่ทอง แต่ไม่จ่าย ? (คลิป)

จากกรณีที่มีเหตุชายฉกรรจ์บุกเข้าทำร้ายน.ส.เสาวนีย์ คุ้มหอม อายุ 21 ปีแม่ค้าขายไก่สดในตลาดภิบาลพัฒนา อ.แกลง จ.ระยอง และเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.สภ.แกลง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 60 ที่ผ่านมา

ล่าสุด (16 สิงหาคม 2560) นางสาวเสาวณี คุ้มหอม อาชีพขายไก่สด พร้อมด้วยสามี เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายการต่างคนต่างคิดว่า ออกอากาศเวลา 18.45 น. ว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ตนถูกเฮียหมู เจ้าของโรงเชือดไก่ที่อยู่อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง นำลูกน้องหลายสิบคน พร้อมอาวุธครบมือ ทั้งเหล็กเเป๊ป มีด และขวดแก้ว นั่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน มาที่บริเวณหน้าร้าน ซึ่งเฮียหมู ขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มากับเจ๊ทิพย์ เพื่อมาทวงเงินค่าไก่ จำนวนเงิน 3 หมื่นบาท ที่ติดค้างไว้ โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง หลังจากที่ได้ติดต่อค้าขายไก่กันมา พร้อมมาทวงเงินที่ร้านขายไก่ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.เวลา 18.20 น. ทางเฮียหมูได้โทรศัพท์มาบอกตนว่า “มึงแจ๋วเหรอ เจ๋งเหรอ โอนเงินให้กู 2 พันอะ ” โดยก่อนหน้านี้ได้คุยกันทางไลน์ว่าจะตกลงผ่อนจ่ายเงินที่ค้างไว้ 8 รอบบิลให้ ทางเฮียหมูก็ตกลง ตนจึงคิดว่าที่เฮียหมูเดินทางมาหาเรื่องตน อาจเป็นเพราะตนจะไม่ซื้อไก่จากเฮียหมูอีก

คลิปภาพขณะเกิดเหตุ

ขณะที่เฮียหมู พร้อมด้วยพวกอีกหลายสิบคนมาถึง ตนก็กำลังเจรจาคุยกับทางเจ้ทิพย์ ซึ่งทางเจ้ทิพย์ก็พูดจาไม่ดี แล้วเฮียหมูก็ได้เดินเข้ามาหาสามีตน เพราะขณะนั้นเฮียหมูถามสามีว่า “มึงเหรอ มึงเก๋าเหรอ” หลังจากนั้น ตนก็ได้เข้าไปผลักหน้าอกทางเฮียหมู แล้วเฮียหมูก็ได้เข้ามากระชากผมตน แล้วเข้าทำร้ายร่างกายตน มีอีกหลายคนได้หยิบอาวุธจากรถเข้ามาทำร้ายหางคิ้วขวาถูกขวดเขวี้ยงเข้าใส่จนแตกเลือดไหล ต้องให้หมอเย็บบาดแผล 8 เข็มด้วยกัน ขณะที่กลุ่มลูกน้องเฮียหมูเข้าทำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยืนอยู่ ยอมรับว่าทางตนก็มีการหยิบขวานขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่ได้ทำร้ายแต่อย่างใด ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าห้าม แต่ไม่จับกุม ได้ไล่ให้กลุ่มลูกน้องของเฮียหมู กลับไป

ส่วนทางด้าน นายสนิม คุ้มหอม พ่อของนางเสาวณี เปิดเผยว่า ตนไม่ยอมที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับลูกสาวจึงได้ร้องผ่านสื่อให้ช่วย ซึ่งตนไม่คิดว่ามีกลุ่มคนก่อเหตุเป็นร้อยแบบนี้ มีทั้งอาวุธ และกระทำต่อหน้าเจ้าที่ตำรวจ สายตรวจรถยนต์ สายตรวจจักรยานยนต์ แต่เมื่อเกิดเหตุซึ่งหน้าแต่ไม่มีการจับกุม ซึ่งตนคิดว่ากลุ่มทางคู่กรณีมากันเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ยังกล้าพกอาวุธออกมา แบบไม่เกรงกลัว หากไม่มีตำรวจตนคิดว่าต้องตายแน่ และดูจากภาพคลิปที่ทางคู่กรณีหยิบอาวุธขึ้นมาไม่ได้มาทวงหนี้แต่กะมาฆ่า ยอมรับว่าตอนนี้ตนได้คืนเงินแล้ว และจะต่อสู้เรื่องคดีให้ถึงที่สุด

ทางด้านนายนิติธร แก้วโต ทนายความ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นการทำร้ายร่างกายไม่สามารถยอมความได้ แต่ในความเป็นจริงต้องมีการรวบรวมหลักฐานในเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทดังกล่าว ว่าเกิดจากสาเหตุใด หากดูจากภาพก็จะเห็นว่าบุคคลที่มีอาวุธนั้นอาจเป็นการดูเชิงเสียมากกว่า ซึ่งเเบ่งประเด็นดังกล่าวออกเป็น 2 กรณีคือ เรื่องทำร้ายร่างกาย และการพกพาอาวุธไปในเมือง แต่ในเบื้องต้นต้องให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ทั้งนี้ทนายได้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า คำว่าอาวุธสามารถแยกออกเป็น 2 ประเด็นคือ อาวุธโดยสภาพคือ มีด หรือปืน ส่วนอีกประเด็นคือ อาวุธโดยการใช้คือ การเอาไปตี หรือทำร้าย ก็เรียกว่าอาวุธ

ขณะที่ พิเชษฐ์ ศรีเพ็ชร หรือเฮียหมู  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์ไปขอเก็บเงินค่าไก่ที่ค้างอยู่ ซึ่ง น.ส.เสาวนีย์ ให้มาเก็บค่าไก่ที่บ้านในตลาด ตนจึงได้มากับน้องสาวและลุงอีก 2 คน แต่มาพบพ่อของน.ส.เสาวนีย์ยืนถือขวานอยู่หน้าร้าน จากนั้นน.ส.เสาวนีย์ ได้เดินมาจากข้างร้านพร้อมกับด่าทอน้องสาวของตนซึ่งกำลังท้องแก่ 7 เดือน ตนโมโหจึงเดินไปต่อว่า ซึ่ง น.ส.เสาวนีย์ได้กระชากคอเสื้อตน และด้วยความโมโหตนจึงได้ดึงผม น.ส.เสาวนีย์ จากนั้นหลานที่ตามมาจึงได้วิ่งเข้ามาเพื่อจะช่วยเหลือแต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้ามและเกิดการชุลมุนเกิดขึ้นซึ่งตนเองก็ได้รับอันตรายและบาดเจ็บเช่นกัน ส่วนไม้อยู่ในรถตั้งแต่แรกไม่ได้ตั้งใจมาทำร้าย ซึ่งตนเข้าใจที่บ้านที่ส่งคนมาเพราะหวั่นว่าตนจะถูกทำร้าย

นายสนิท คุ้มหอม พ่อของนางเสาวณี

ทั้งนี้ หลังจากจบรายการต่างคนต่างคิด นายสนิท พ่อผู้เสียหาย ก็ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรื่องที่ตนใส่ทองเส้นใหญ่ มีฐานะแล้วทำไมถึงไม่ยอมใช้หนี้แทนลูกสาว 3 หมื่นบาท เนื่องจาก ตนอยากให้ลูกสาวเรียนรู้ชีวิต เผชิญชีวิตด้วยตัวเอง ต้องรู้จักแก้ไข ตนก็ต้องคอยดูอยู่ห่างๆ และยอมรับว่าถึงที่สุดแล้วหากลูกจ่ายไม่ไหว ถึงจะเข้าไปช่วยเหลือ จนกระท่ั่งมีปัญหากับเสี่ยหมูที่ไม่ยอมส่งไก้ให้ลูกสาว และบอกให้จ่ายเงินก้อนที่ค้างไว้ ทำให้ที่ร้านประสบปัญหาไม่มีไก่ขายให้ลูกค้า แต่ตนก็ได้ตกลงกันว่าจะผ่อนจ่ายให้วันละ 2 พัน

อย่างไรก็ตาม นายสนิทเปิดเผยว่า พ่อเพิ่งจะรู้ว่าลูกมีปัญหา แต่ลูกไม่ได้ขอความช่วยเหลือตนจึงไม่ได้จ่ายเงินจำนวนนี้ให้กับเฮียหมู เรื่องรวยจนไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคืออยากให้ลูกเรียนรู้ชีวิต

keyboard_arrow_up