หนุ่มถูกดักยิงรัว 14 นัดหน้าเละแค่ปมตักแกง ญาติเจอศพจำแทบไม่ได้ เผยมือยิงขู่ก่อนฆ่า (คลิป)

กรณีวันที่ 10 ก.ค. 62 เวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่นายธีระพล หมัดกะเส็ม หรือ ชาลีฟ อายุ 23 ปี หนุ่มโรงงาน ขี่รถจักรยานยนต์จากบ้าน มุ่งหน้าไปโรงงาน ระหว่างทาง ถูกนายวิรัตน์ จันอิ อายุ 32 ปี ญาติ ออกมาดักยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. กระหน่ำ 14 นัด เข้าบริเวณใบหน้า และลำตัว เหตุเกิดที่ ม.10 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา สาเหตุเพียงแค่ทะเลาะกันเรื่องแกงในงานทำบุญ

จุดที่ถูกยิงบนร่างกาย

วันที่ 11 ก.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวีลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ นายเม่น (นามสมมติ) ชาวบ้าน เผยว่า เมื่อวาน (10 ก.ค.) เวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่ตนนั่งอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงรถสิบล้อวิ่งเข้ามาในซอยที่เกิดเหตุ ตอนนั้นได้ยินเสียงดัง “บึ้ม บึ้ม บึ้ม” จึงคิดว่ายางรถสิบล้อระเบิด จึงออกมาดู เห็นรถสิบล้อของโรงงานจอดอยู่ พบนายธีระพลนอนอยู่ มีบาดแผลถูกยิงที่ใบหน้า และลำตัว สภาพศพแทบจะจำไม่ได้ว่าเป็นใคร ส่วนคนเห็นเหตุการณ์ ตนไม่ทราบว่าจะมีใครเห็นอีกหรือไม่

นายเม่น (นามสมมติ) ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์

นอกจากนี้ ตนมาทราบภายหลังว่าคนยิงคือ นายวิรัตน์ มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของผู้ตาย เท่าที่ทราบเป็นการทะเลาะกันเรื่องแกงที่ฝ่ายครอบครัวนายวิรัตน์ได้ชักชวนมาให้กินแกงที่บ้าน ผู้ตายไม่ได้ไป และไหว้วานให้ตักแกงไว้ให้ นายวิโรจน์ พี่ชายของนายวิรัตน์ กลับบอกว่าให้มาตักกินเอง จนเกิดเป็นประเด็น และคงนำมาสู่การก่อเหตุ

ทั้งนี้ ตนและผู้ตายรู้จักกัน ผู้ตายเป็นคนดี เพิ่งปลดออกจากราชการทหารเรือได้ไม่นาน มาทำงานโรงงานเพียง 10 วัน ก่อนจะยิงเสียชีวิต

นายเสรี หมัดกะเส็ม พ่อของผู้ตาย

ด้าน นายเสรี หมัดกะเส็ม อายุ 44 ปี พ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนมีลูก 3 คน ผู้เสียชีวิต เป็นลูกชายคนโต เพิ่งปลดประจำการจากทหารเรือ และมาสมัครเป็นคนงาน ส่งเสียน้องทั้ง 2 คนเรียน เป็นเสาหลักของครอบครัว

สาเหตุของความขัดแย้ง เกิดมาจากเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ครอบครัวของผู้ก่อเหตุ จัดงานทำบุญตามประเพณีศาสนาอิสลามที่บ้านพัก  ห่างจากบ้านตนประมาณ 230 เมตร และครอบครัวนายวิรัตน์โทรศัพท์มาชักชวนลูกชายไปรับประทานอาหารที่บ้าน แต่ลูกชายปฏิเสธ เนื่องจากต้องไปส่งภรรยาตน ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากนั้น ลูกชายก็ขอให้ปลายสายส่งโทรศัพท์ให้คุยกับนายวิรัตน์ ผู้ก่อเหตุแทน แต่ปลายสายส่งมือถือไปให้นายวิโรจน์ พี่ชายของนายวิรัตน์ ลูกชายบอกไปว่า “ช่วยตักแกงให้หน่อย ไม่ว่าง จะไปหาดใหญ่” แต่นายวิโรจน์พูดว่า “ให้มาตักเอง รำคาญ”

หลังจากนั้น ลูกชายจึงไปที่บ้านนายวิโรจน์ทันที เพื่อสอบถาม เพราะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดอีกฝ่าย แล้วทะเลาะกัน  ลูกชายก็ได้กลับมาที่บ้าน สักพักหนึ่งก็กลับไปที่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง จนนายวิโรจน์และลูกชายตนได้ชกต่อยกัน โดยมีนายวิรัตน์ และพ่อนายวิรัตน์ คอยห้ามปราม ก่อนแยกย้าย

ภาพจำลองเหตุการณ์

หลังจากนั้น นายวิโรจน์ และนายวิรัตน์ ฝากคนอื่นให้มาบอกกับลูกชายตนว่า “ระวังตัวไว้” ตนก็รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.ควนมีด เมื่อวันที่ 6 ก.ค. จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ลูกชายออกจากโรงงานและกลับมากินข้าวที่บ้าน เวลาประมาณ 12.00 น. โดนขับรถผ่านหน้าบ้านของพ่อนายวิรัตน์ อีกฝ่ายก็เบิ้ลเครื่องใส่ ขณะนั้นตนก็นั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ก็เห็นนายวิรัตน์ ขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนอยู่หน้าบ้าน เมื่อลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงาน ตนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นรัว ๆ

นายเสรี ยอมรับว่า ตอนนั้นรู้สึกใจไม่ดี ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปดู ก็พบว่าลูกชายนอนอยู่บริเวณหน้าบ้านนายวิรัตน์ ชาวบ้านละแวกนั้นวิ่งร้องไห้ทั้งน้ำตามาบอกตนว่าลูกเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ อยากบอกกับอีกฝ่ายว่าไม่ต้องมาขอโทษ ตนไม่รับ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายใจดำเหมือนสัตว์ ไม่ใช่คน

keyboard_arrow_up