ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานภาคีจัดประชุมวิชาการสารเสพติดระดับชาติ

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสารเสพติดระดับชาติ ครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “จากงานวิจัยสู่นโยบายยาเสพติดไทยและอาเซียน” (From Research to Thai and ASEAN Drug Policies) และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายยาเสพติดแนวใหม่” พร้อมด้วยนายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายพิภพ ชำนิวิกัยพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นางสาวรัชนีกร สรสิริ ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. และผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับเครือข่ายพัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะกรรมการบริหารเครือข่ายองค์กรวิชาการสารเสพติด จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น โดยมีประเด็นเนื้อหาหลักในการประชุม ได้แก่ สถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของสารเสพติดในปัจจุบัน นโยบายด้านสารเสพติดในระดับชาติและระหว่างประเทศ กลยุทธ์ในการผลักดันนโยบายและกฎหมาย การลดทอนความเป็นอาญา การขับเคลื่อนสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด องค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ความก้าวหน้าด้านการบำบัดรักษา ความร่วมมือในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสารเสพติดในประเทศไทยและในต่างประเทศ

ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเครือข่ายองค์กรวิชาการสารเสพติด ภายใต้การสนับสนุนของ สํานักงาน ป.ป.ส. ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 300 คน ประกอบด้วยผู้แทนจาก UNODC องค์การอนามัยโลก (WHO) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล เป็นต้น

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับองค์กรวิชาการ จัดประชุมวิชาการสารเสพติดระดับชาติ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 10 เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย ผู้ปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนนำแนวทางเกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด สถานการณ์การแพร่ระบาด การป้องกัน การบำบัดรักษา รวมถึงผลงานทางวิชาการยาเสพติด ส่งผลให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการในงานยาเสพติดให้ทันต่อสถานการณ์ปัญหายาเสพติด และนำไปปรับใช้กับนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติด และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”.

keyboard_arrow_up