ไร้ปาฏิหาริย์ ‘น้องวันใหม่’ ทารกเลือด ‘O Rh-Negative’ สิ้นลมแล้ว มอบร่างให้ รพ.ไว้เป็นกรณีศึกษา

กรณีเพจชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” และ “อีจัน” แชร์ข้อมูลพร้อมรูปภาพของ “น้องวันใหม่” ทารกหญิงคนหนึ่ง ซึ่งกำลังป่วยและมีอาการแทรกซ้อน อาเจียนและอุจจาระเป็นเลือด ทำให้เสียเลือดมาก ขอความอนุเคราะห์ขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ป O Negative ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดที่หายากและทางโรงพยาบาลที่รักษา ไม่มีเลือดกรุ๊ปดังกล่าวสำรองไว้ ล่าสุดน้องเสียชีวิตแล้ว

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พบกับคุณกัลยา เกษราช และคุณอภิวัฒน์ ยินดีชน คุณพ่อและคุณแม่ของ เด็กหญิงกมลวรรณ ยินดีชน หรือ น้องวันใหม่ วัย 1 เดือน ที่ประกาศขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ป O negative ดังกล่าว

โดยผู้เป็นพ่อและแม่เปิดเผยว่า อาการป่วยของน้องวันใหม่นั้น คุณหมอใช้เวลารักษาไปทั้งหมด 1 เดือน 8 วัน และเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.20 น. คุณหมอได้โทรแจ้งให้ครอบครัวทราบว่าน้องหัวใจหยุดเต้น และปั๊มหัวใจนานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ความรู้สึกของคนเป็นพ่อและแม่ แม้จะอยากช่วยชีวิตลูกแต่ก็ทนรั้งลูกไว้ไม่ไหว เพราะที่ผ่านมาน้องสู้มามากแล้ว จึงตัดสินใจให้หมอหยุดการรักษา ให้น้องวันใหม่ได้พัก และบอกกับน้องวันใหม่ว่า หากมีโอกาสขอให้กลับมาเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก

ทั้งนี้ น้องวันใหม่ป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด รักษาอาการที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งหลังผ่าตัดน้องวันใหม่ก็มีการอาการเส้นเลือดตีบ ส่งผลให้เลือดไม่ไปเลี้ยงที่บริเวณปอด จึงต้องรับการรักษาโดยการขยายเส้นเลือด ก่อนจะมีอาการแทรกซ้อนคืออาเจียนและอุจจาระเป็นเลือด ซึ่งหมอชี้แจงว่า น้องหัวใจผิดรูปและเต้นผิดปกติ หมอได้แจ้งถึงความต้องการเลือด เพราะน้องวันใหม่มีกรุ๊ปเลือดพิเศษ คือหมู่เลือด อาร์เอช โอ เนกาทีฟ ซึ่งมีจำนวนน้อยในประเทศ จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากโลกออนไลน์ โพสต์ลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ก่อนจะมีคนมาแชร์เป็นจำนวนมาก ระยะเวลาเพียง 1 วัน มีคนโทรมาสอบถามอาการน้องวันใหม่ไม่ขาดสาย ทั้งคู่ยอมรับว่าซึ้งในน้ำใจของคนไทย และความหวังดี ทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ รวมถึง จอห์น นูโว หรือจอห์น รัตนเวโรจน์ อดีตนักร้องชื่อดัง ที่รีบเดินทางมาจากต่างจังหวัดทันที เพื่อช่วยเหลือน้องวันใหม่

สำหรับศพของน้องวันใหม่ทางครอบครัวได้มอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อใช้ศึกษาหาสาเหตุของอาการป่วยที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาอาการแบบนี้ในอนาคต โดยแพทย์จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนจึงจะแจ้งผลการศึกษาค้นคว้ามาที่คุณพ่อคุณแม่น้องวันใหม่ให้ทราบต่อไป

keyboard_arrow_up