ผบ.คุกศรีสะเกษมีหนาว! แจงเหตุผู้ต้องขังเมาคลั่งลื่นล้มตาย แต่อธิบดีลุยสอบ ชี้โดนซ้อม (คลิป)

จากกรณีนางสุรินทร์ เกษหอม อายุ 62 ปี แม่ของนายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ผู้ตาย ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าลูกชายของตัวเอง ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62 ในเขตพื้นที่ สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อมาวันที่ 15 เม.ย. 62 ได้ถูกส่งตัวไปศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยศาลสั่งปรับข้อหาเมาแล้วขับ 6,000 บาท แต่ทางครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงติดคุกแทนค่าปรับ ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย 62 ต่อมาเช้าวันที่ 18 เม.ย. 62 ได้รับแจ้งจาก สภ.ปรือใหญ่ ว่านายพรหมปัญญา มีอาการหอบ ขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำศรีสะเกษ และเสียชีวิตแล้ว

นายสมบูรณ์ พุทธชาติ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ

ล่าสุด วันที่ 21 เม.ย. 62 เวลา 10.30 น. นายสมบูรณ์ พุทธชาติ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ชี้แจงว่า วันที่ 15 เม.ย. สถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับตัวผู้ต้องกักขังใหม่ ต่อมาวันที่ 17 เม.ย. เจ้าหน้าที่พยาบาลได้รับแจ้งจากสถานกักขังว่ามีผู้ต้องกักขังคลุ้มคลั่ง เนื่องจากขาดสุรา 2 ราย รวมถึงผู้ต้องกักขังชายพรหมปัญญา เจ้าหน้าที่พยาบาลตรวจร่างกายผู้ต้องกักขังชายพรหมปัญญา พบว่ามีอาการมือสั่นตลอดเวลา มีเหงื่อออกที่ฝ่ามือ พบประวัติดื่มสุรามาแล้ว 24 ปี เคยมีประวัติชัก ไม่มีโรคประจำตัว เจ้าหน้าที่พยาบาลได้ให้การปฐมพยาบาลดูแลเบื้องต้น

ต่อมา วันที่ 18 เม.ย. เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่พยาบาลแจ้งว่า ผู้ต้องกักขังมีอาการช็อกหายใจแผ่วเบา จึงได้ประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลศรีสะเกษให้มารับตัว กระทั่งเวลา 11.00 น. ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าผู้ต้องกักขังเสียชีวิต โดยญาติติดใจในการเสียชีวิต เนื่องจากผู้เสียชีวิตศีรษะบวม และที่มีร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย ที่เกิดจากการใช้เครื่องพันธนาการ ทั้งนี้ ผู้ต้องกักขังมีอาการคลั่ง ส่วนรายละเอียดการผ่าพิสูจน์ศพ ต้องรอผลจากแพทย์อีกครั้ง

กลุ่มนักโทษที่เห็นเหตุการณ์

ขณะที่กลุ่มนักโทษที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า นอนอยู่ด้วยกัน และเห็นผู้เสียชีวิตขณะล้ม เวลาประมาณ 23.00 น. ผู้เสียชีวิตได้ลุกขึ้น บอกว่าปวดท้องเข้าน้ำ แล้วเดินไปห้องน้ำ ขณะจะนั่งก็พลาดลื่นล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น เมื่อเพื่อนที่อยู่ด้วยกันเข้าไปดู ก็ยังมีสติอยู่ จึงประคองมานอน จนกระทั่งเช้าจึงเห็นว่าหายใจแผ่วเบา แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิต

บรรยากาศในสถานกักขังชั่วคราว

ล่าสุด เวลา 18.00 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินทางลงพื้นที่ พร้อมกับพนักงานสอบสวน และอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าติดตามบรรยากาศในสถานกักขังชั่วคราว โดยได้เรียกสอบบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์

โดยภายในสถานกักขัง พบว่าทำด้วยลูกกรงเหล็กสีน้ำเงิน แบ่งแยกภายในออกเป็น 2 โซน หญิงชาย โดยจุดเกิดเหตุ คือห้องผู้ตัองขังชาย มีพื้นที่ความกว้างเพียง 5 คูณ 10 เมตร เป็นเตียง 2 ชั้น บางส่วนนั่งอยู่บริเวณพื้น ภายในห้องขังมีจำนวนผู้ต้องขังชายรวมกว่า 237 คน สภาพค่อนข้างแออัด

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้มีการสอบถามพยาน ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าไม่เห็นคนทำร้าย แต่ส่วนตัวใช้ประสบการณ์ประเมิน เหตุการณ์ไม่ใช่การลื่นล้มด้วยตัวเองแน่นอน แต่เป็นการถูกทำร้าย ซึ่งปัญหาอาจจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่เป็นคนทำร้ายร่างกาย แต่อาจเป็นกลุ่มผู้ต้องขังด้วยกัน จากมีจำนวนคนที่แออัด ห้องขนาดเล็ก ถือว่าเป็นปัญหาที่กรมราชทัณฑ์เจออยู่ในตอนนี้คือนักโทษล้นคุก อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์จะไม่ขอแก้ตัวหรืออ้างเหตุผลใด ๆ ส่วนสาเหตุที่ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกาย คาดว่าอาจจะเป็นเพราะพิษสุรา แล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่ง แล้วก่อความรำคาญให้กับผู้ต้องขังรายอื่น ทำให้ถูกทำร้ายร่างกาย ย้ำว่าไม่มีผู้คุมทำร้ายร่างกาย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป (22 เม.ย.) จะตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี ผอ.เรือนจำพิเศษอุบลราชธานี เข้ามาดูแลตรวจสอบ จากนั้นจะสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรง และเกี่ยวข้องใกล้ชิดออกจากพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นการลงโทษ เนื่องจากมีการละเลยหน้าที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต

นายทองมนต์ ศรีราชัย ลุงของผู้ตาย

ด้านนายทองมนต์ ศรีราชัย อายุ 66 ปี ลุงของผู้ตาย เปิดใจว่า หลังจากที่กรมราชทัณฑ์อนุญาตให้เข้าไปดูภายใน ตนรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น แต่สภาพภายในค่อนข้างแออัด จึงไม่รู้ว่าจะมีการทำร้ายร่างกายบริเวณจุดใด หรือใครเป็นคนทำร้าย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากมีการทำร้ายร่างกาย ก็จะมีคนเห็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิด เชื่อว่าจะไม่มีการทำร้ายร่างกายภายในพื้นที่คุมขัง แต่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนย้าย หรือมีห้องลับ และมีบาดแผลไม่ใช่จากอาการลื่นล้ม

นายพรหมปัญญา เกษหอม ผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ผลการชันสูตรของแพทย์ก็ยืนยันแล้วว่า ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง มีรอยช้ำเขียวตามตัว และหลังจากที่เริ่มมีข่าวกระจายออกไป ทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้แสดงความเป็นห่วง เข้ามาพูดคุยและดูแลครอบครัวมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะช่วยเหลือและเยียวยาให้ถึงที่สุด

keyboard_arrow_up