คดีพลิก 2หนูน้อยลูกครึ่งหาย ที่แท้ตามหาพ่อต่างชาติ ไม่ขออยู่กับแม่ ถูกตีทรมาน (คลิป)

กรณีเฟสบุ๊กส่วนตัว ชื่อ “ด.ญ.อมยิ้ม” โพสต์เรื่องราวพร้อมกับภาพประกอบ ระบุว่า “ใครเจอช่วยกันตามหาหน่อยนะค๊ะหายไปตั้งแต่บ่าย 2 แล้วตอนนี้ช่วยกันตามหาอยู่ ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงมากติดต่อไม่ได้เลยค่ะ ชื่อ ดช.ลูก้า ฟรองซัว โบเรล น้องต้นกล้า 11 ปี ดญ.ดีมา พาเมล่า โบเรล น้องดีดี้ 12 ปี ใครพบเจอช่วยติดต่อกลับ หรือทักมาในเฟสก้ได้ค่ะ #ช่วยกันแชร์ด้วยนะค๊ะะขอบคุณค่ะ #พ่อเเม่เป็นห่วงมากเลยยน้าา

ล่าสุด วันที่ 30 มี.ค. 62 ทีมข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปเจอกับ นางสาวรัตติกาล ประกายแก้ว หรือจอย แม่เด็ก เปิดเผยพร้อมน้ำตาว่า เมื่อวานช่วงบ่ายโมง เด็ก 2 คน ได้มาบอกกับตนเอง เพื่อนั่งวินออกไปข้างนอกบ้าน ตนเองก็ไม่รู้สาเหตุว่าจะไปที่ไหน ครั้งสุดท้ายสามารถติดต่อผ่านโทรศัพท์ได้ในช่วงเวลา 14.00 น. ก่อนที่จะปิดเครื่องหายไป แต่ก่อนหน้านี้เด็ก ๆ บอกกับตนเองว่า รีบกลับบ้านไม่เกิน 21.00 น. ซึ่งหลังจากตนเองเลิกงานกลับมาก็ยังพบว่าเด็ก ๆ ยังไม่กลับบ้าน ประกอบกับติดต่อไม่ได้ จึงได้ออกตามหาตามพิกัดต่าง ๆ ที่คิดว่าเด็กจะไป แต่ก็ไม่พบ

น้องต้นกล้า กับ น้องดีดี้

นางสาวรัตติกาล เปิดเผยว่า ตนเองพอจะจำคำพูดสุดท้ายของเด็กได้ว่า “จะไปจัดการป่ะป๊า จะไปจัดการแทนคุณแม่” แต่เหตุผลที่ไปจัดการตนเองก็ไม่รู้ว่าไปจัดการเรื่องอะไร ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเพราะกระแสข่าวที่แม่ถูกโจมตีจากฝ่ายพ่อ ลูกจึงอาสาออกไปดำเนินการแทน  จากนั้น ตนเองและยายของเด็ก จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปดูที่บ้านพ่อขอเด็กย่านร่มเกล้า ในวันนี้ แต่ก็ไม่พบ เนื่องจากพ่อได้ย้ายบ้านใหม่หลังจากเสร็จงานศพของลูกคนเล็ก โดยไม่รู้ว่าย้ายไปอาศัยอยู่ที่ไหน แต่ก็มีเพื่อนบ้านบางคนบอกกับตัวเองว่าพบเห็นเด็ก 2 คน เดินทางมาที่บ้านของพ่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าเด็กเดินทางต่อไปที่ไหน

ส่วนจะเป็นการลักพาตัวหรือไม่นั้น ตนเองมองว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะโดยปกติเด็ก ๆ ก็มักจะไม่ออกไปที่ไหน อยู่แต่บ้านกับไปโรงเรียน ส่วนจะเป็นพ่อของเด็กที่พาตัวไปอยู่ด้วยนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากข้อตกลงต่อหนึ่งสัปดาห์พ่อจะต้องมารับเด็กไปเที่ยว แต่พ่อก็ไม่เดินทางมา อีกทั้งไม่มีการจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูตามที่ตกลงกันเอาไว้ ซึ่งตนเองเชื่อว่าจึงไม่ใช่พ่อที่เป็นคนพาเด็กไป เพราะเนื่องจากล่าสุดตนเองตรวจสอบแล้วพ่ออยู่ต่างประเทศ

นางสาวรัตติกาล ประกายแก้ว แม่ของเด็ก

ทั้งนี้นางสาวรัตติกาล ยืนยันว่า ก่อนที่เด็กจะออกจากบ้านไม่มีการทะเลาะกัน ไม่มีการดุด่าหรือทำร้ายร่างกาย ยอมรับว่า เรื่องของการดุด่าเป็นเรื่องธรรมดาที่แม่จะสอนลูก แต่ไม่ถึงขั้นลูกต้องหนีออกจากบ้าน ดังนั้น จากที่ลูกทั้ง 2 หายตัวออกไปตนเองรู้สึกเป็นห่วง และกังวลเป็นอย่างมาก ได้แต่ออกตามหาและสอบถามคนที่เห็น แต่ก็ยังไม่ทราบเบาะแสจึงเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่มีการสัมภาษณ์พูดคุยกับแม่ขอเด็กจบลง ข่าวได้เดินทางตามแม่และยาย ในการค้นหาเบาะแสของเด็กทั้ง 2 คน ซึ่งแม่และยายได้ไปสอบถามเพื่อนบ้านที่เห็นคนล่าสุด รวมถึงขอเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านเช่าหลังเดิมที่พ่อเคยอาศัยอยู่ แต่ก็ยังไม่พบเบาะแส

ขณะเดียวกันทีมข่าวยังได้เดินทางไปพูดคุยกับเพื่อนบ้านของพ่อเด็ก โดยนางสายใจ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ในวันที่เด็กหายตัวออกจากบ้าน ได้เดินมาที่หน้าบ้านของพ่อ เพื่อสอบถามว่าพ่ออยู่บ้านหรือไม่ โดยตนเองเห็นว่าพ่อของเด็กได้ย้ายออกไปนานแล้ว จึงได้เรียกพูดคุย ซึ่งเด็กบอกกับตนเองว่าเดินมาจากบ้านย่านรามคำแหง และมีเงินติดตัวออกมาประมาณ 200 บาท โดยเด็กอยากเจอพ่อ จึงได้ตัดสินใจมาตามหาที่ย่านร่มเกล้า แต่เนื่องจากพ่อย้ายบ้านไปนานแล้วและไม่ได้ติดต่อกัน จึงไม่รู้ว่าจะบอกเด็กหรือแนะนำอย่างไร

แต่ในระหว่างการพูดคุยกับเด็ก 2 คน พบว่ามีลักษณะซึมเศร้า อยู่ในอาการร้องไห้ และเล่าเรื่องราวพร้อมกับความอึดอัดใจ พูดแต่ประโยคคำเดิมว่าไม่ได้อยากบ้าน และที่สำคัญไม่อยากอยู่กับแม่เพราะโดนทำร้าย บางครั้งทุบตี บางครั้งก็สั่งห้ามไม่ให้เจอพ่อ และบังคับให้บอกกับทุกคนว่าไม่อยากเจอพ่อ อยากอยู่กับแม่

นางสายใจ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

หลังจากที่เด็กเดินทางมาที่หน้าบ้าน และไม่เจอกับพ่อ ตนเองจึงได้ให้ลูกชายไปส่งที่ป้ายรถเมล์ เพื่อกลับไปหาแม่ที่ญาติรามคำแหง จากนั้นเด็กทั้ง 2 คนก็ยังปฏิเสธที่จะกลับบ้าน ตนเองจึงได้ประสานไปยังสถานีตำรวจ สน.บางชัน เพื่อติดต่อให้ญาติฝ่ายพ่อมารับไปดูแล พร้อมกับลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ภายหลังนางสาวรัตติกาล แม่ของเด็ก ประกาศตามหาลูกหายและได้ออกตามหาเบาะแส จนกระทั้งเมื่อเวลา 18.00น. พลเมืองดีพบตัวเด็กทั้ง 2 จึงได้ประสานหน่วยงานราชการ อาทิ กองกับการการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (ดส.) และ กรมคุ้มครองเด็ก (พม.) โดยพาตัวเด็กทั้ง 2 มาเจอกับเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบถามกรณีการออกจากบ้าน

ด้าน นายรณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ช่วยเหลือเด็กและสตรี ในฐานะผู้ประสานงานช่วยเหลือเด็กทั้ง 2 เปิดเผยว่า หลังมีพลเมืองดีแจ้งให้เข้าช่วยเหลือเด็ก 2 คน ที่เจอกับปัญหาแม่ไม่พร้อมดูแล จึงได้พาตัวเจ้าพบกับเจ้าหน้าที่ โดยเบื้องต้น จากการสอบถาม เด็กเล่าให้ฟังว่า ถูกแม่ทำร้ายร่างกายมาต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 ปี บังคับให้มีพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่เหมาะสม และครั้งสุดท้ายถูกทำร้ายร่างกายหนัก มีรอยช้ำตามร่างกาย จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เดินเท้าด้วยระยะทางรวมกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อไปหาพ่อ แต่ไม่เจอ

นายรณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ช่วยเหลือเด็กและสตรี

จากนั้นมูลนิธิจึงเป็นตัวกลาง เพื่อประสานเจ้าหน้าที่และใช้กฎหมายคุ้มครองเด็กเข้าไปดูแล ได้มีการแยกเด็กกับแม่ออกจากกันชั่วคราว จนกว่าจะมีการตรวจสอบได้ว่าครอบครัวสามารถดูแลเด็กได้ตามปกติ โดยทั้งพ่อและแม่จะต้องมีการพิสูจน์ว่าสามารถดูแลเด็กได้ หน่วยงานจึงจะปล่อยให้กลับไปอยู่ในการดูแลตามปกติ

เบื้องต้นขณะนี้ พม. เมินแล้วทราบว่าแม่ไม่มีความพร้อมที่จะดูแลเด็ก ๆ มันต้องให้อยู่ในการดูแลคุ้มครองชั่วคราว อาจจะส่งตัวเข้าพักอาศัยที่บ้านเด็ก

นายรณสิทธิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สภาพจิตใจของเด็กทั้ง 2 คน ขณะนี้แข็งแรงดี มีความมุ่งมั่นที่จะไม่กลับไปอยู่กับแม่ แต่ก็ยังมีความกังวลหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูล รวมถึงแสดงอาการร้องไห้เป็นระยะ แต่ย้ำคำเดิมว่าจะไม่กลับไปที่บ้าน  ซึ่งหากมีความพร้อมหน่วยงานทุกหน่วยงานยืนยันว่า เด็กควรต้องอยู่ในการดูแลของครอบครัว เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ในอนาคต

ส่วนกรณีเรื่องของยาเสพติดที่เด็กให้การกับตำรวจนั้น เบื้องต้นมูลนิธิไม่ทราบ แต่จะมีการประสานเจ้าหน้าที่ให้มีการตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 20.25 น. ที่ผ่านมา ภายหลังแม่ของเด็กทราบว่า เด็ก 2 คน ถูกพลเมืองดีส่งตัวมาไว้ที่ดส. ได้เดินทางมาที่ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กฯทันที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการแยกห้อง เพื่อมีการสอบปากคำ ก็ยังไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจอกัน จะมีการประเมินความพร้อมก่อนที่จะคืนเด็กกลับสู่อ้อมกอดแม่

keyboard_arrow_up