ย้อนฟัง สุทธิชัย หยุ่น อดีตผู้บริหารเนชั่น เปิดใจหลังเห็นคลิปเสียงปลอมออกอากาศ

หลังจากตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อรายการข่าวข้นคนเนชั่น ได้เผยแพร่คลิปเสียงสนทนาของบุคคล 2 คน โดยทางรายการได้ทำกราฟิกเป็นภาพเงาคล้ายอดีตนายกรัฐมนตรี กับหัวหน้าพรรคการเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งต่อมาได้มีกระแสข่าวว่าคลิปดังกล่าวนั้นถูกตัดต่อขึ้นมา ก่อนที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะมีการโฟนอินเข้าไปในรายการข่าวเพื่อชี้แจงและตำหนิการทำหน้าที่สื่อของช่องเนชั่น (อ่านเพิ่มเติม : ธนาธร สอนมวยสื่อ “อย่าเล่นการเมืองแบบเดิม” หลังช่องดังเผยแพร่คลิปดิสเครดิตกลางรายการ)

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่าน ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า สุทธิชัย หยุ่น อดีตผู้บริหารเนชั่น ได้กล่าวถึงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นผ่านรายการ Talk Together โดยในช่วงนาทีที่ 54 สิทธิชัยได้ระบุว่า…

ในฐานะผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนชั่น ถึงเรื่องคลิปเสียงดังกล่าวซึ่งเป็นที่พูดถึงอย่างมากในสังคม และเชื่อว่าทุกวันนี้สังคมได้ตัดสินเรียบร้อยแล้วว่า เหมาะหรือไม่อย่างไร สำหรับเนชั่นที่ผ่านมาจะมี nation way ที่บอกกว้างๆ ว่าสื่อควรกลั่นกรองข่าวก่อนนำเสนอ หากตนเองยังเป็นผู้บริหารอยู่ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะการนำเสนอข้อมูลที่ทำให้ฝ่ายการเมืองเสียหาย จะต้องตรวจสอบให้ดีก่อนนำเสนอ มิเช่นนั้น จะถูกมองว่าไม่เป็นกลาง ดังนั้น หากเรามองว่าสื่อมีหน้าที่เป็นผู้เฝ้าประตู และเป็นกระจกสะท้อนความเป็นจริงของสังคม การนำเสนอข่าวดังกล่าว แน่นอนว่าจะต้องถูกตั้งคำถามว่าเป็นการเสนอข่าวที่มีการกลั่นกรองหรือไม่

ส่วนกรณีที่ผู้บริหารชุดปัจจุบัน ที่ออกมาระบุว่าได้ทำหน้าที่ตามหลักจรรยาบรรณสื่อมวลชนแล้วนั้น ท้ายที่สุด ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าจริงหรือไม่ การที่บอกว่าให้ไปฟ้องศาลนั้น คิดว่าไม่จำเป็น เพราะสำหรับสื่อแล้ว ศาลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดคือศาลประชาชน สำหรับกรณีที่นายธนาธรได้ออกมาระบุว่า สื่อไม่ควรทำอย่างนี้ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ สื่อเองก็ต้องมีหน้าที่อธิบายให้สังคมเข้าใจว่า ทำเช่นนั้นเพราะอะไร สื่อโดยเรื่องดังกล่าว ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของสื่อทุกสื่อว่ามีการทำงานอย่างมีมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่

keyboard_arrow_up