ชัด! ผลตรวจข้าวมรณะหวิดตายยกครัว เจอยาฆ่าหญ้า คนให้ปัดทำ วอนจบคดี (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุที่บ้านพักหลังหนึ่ง ใน ต.สระสี่เหลี่ยม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พบนายสว่าง นาพรหม อายุ 68 ปี, นางปุ๋ย  ศรีสมัย อายุ 103 ปี และนางสำเนียง นาพรหม ภรรยาของนายสว่าง มีอาการหายใจติดขัด แน่นหน้าอก และถ่ายท้องไม่หยุด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำอาหารที่ทั้ง 3 คนกินไปตรวจสอบว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษ หรือถูกวางยายกครัว ซึ่งข้าวสารดังกล่าวเป็นของนายสมชาย แนวอินทร์ อายุ 58 ปี หลานของนางปุ๋ย เป็นผู้ที่นำมาให้ ล่าสุด ผลตรวจพบว่าข้าวสารมีการปนเปื้อนสารเคมี

ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์

วันที่ 17 มี.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ หมู่ 7 ต.สระสี่เหลี่ยม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พบว่านางปุ๋ย ศรีสมัย อายุ 103 ปี ที่ถูกวางยาในข้าวสาร มีอาการทรุดหนัก หลังออกจากโรงพยาบาล ร่างกายซูบผอม มือเท้าบวม เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถลุกขึ้นนั่งหรือเดินได้ ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ และนอนหลับตลอดเวลา

นางสำเนียง นาพรหม ผู้ถูกวางยาในข้าวสาร

นางสำเนียง นาพรหม อายุ 66 ปี ผู้ถูกวางยาในข้าวสาร เปิดเผยว่า หลังจากตนได้ทราบผลการตรวจข้าวสารจากตำรวจว่าพบสารพิษ ที่เหมือนยาฆ่าหญ้า ปนเปื้อนอยู่ในข้าวสาร ที่นายสมชายเป็นคนเอามาให้ ตอนนี้ตนและนายสว่าง หายป่วยแล้ว และมีร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่นางปุ๋ย แม่ของตน มีอาการทรุดหนัก กลายเป็นคนเพลียอ่อนแรง ต้องนอนตลอดเวลา ไม่ค่อยพูดจากับใคร กินข้าวไม่ได้จนซูบผอม มือเท้าบวมเหมือนถูกน้ำร้อนลวก ไม่สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้ ต้องสวมผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ตลอดเวลา ซึ่งแตกต่างจากก่อนที่จะถูกวางยา ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งตนคิดว่าอาจเป็นผลข้างเคียงจากการถูกวางยาในข้าวสาร

นางปุ๋ย ศรีสมัย อายุ 103 ปี ผู้ถูกวางยาในข้าวสาร

นางสำเนียง กล่าวต่อว่า หลังผลตรวจข้าวสารพบว่าข้าวสารที่นายสมชายนำมาให้นั้น มีสารพิษชนิดเดียวกับยาฆ่าหญ้าอยู่ ตนก็ไม่ได้ติดใจ เพราะแม้ว่าจะเป็นข้าวที่นายสมชายนำมาให้ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่นำสารพิษใส่ลงไปในข้าวสาร ซึ่งตนก็ไม่อยากกล่าวหา เพราะไม่มีหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดเรื่องนายสมชายก็ไม่เคยเข้ามาขอโทษ ซึ่งตนก็ไม่อยากเอาเรื่อง หรือดำเนินคดีเพราะเป็นญาติพี่น้องกัน ถ้าแม่ของตนยังพูดได้ แม่ก็คงไม่ให้เอาเรื่อง เพราะไม่อยากให้ญาติพี่น้องทะเลาะกัน ซึ่งถ้าใครเป็นคนทำ ก็ต้องแล้วแต่เวรกรรมของเขา ตนไม่อยากผูกเวรผูกกรรม นอกจากนี้ ถ้าทั้งครอบครัวตายก็คงตายฟรี เพราะคงไม่มีญาติคนใดได้รับผลประโยชน์จากการตายของครอบครัวตน ซึ่งทำให้ตนตั้งสมมติฐานว่าไม่มีเหตุผลที่นายสมชายจะวางยาบ้านตน

นายสว่าง นาพรหม สามีของนางสำเนียง ผู้ถูกวางยา

ขณะที่ นายสว่าง นาพรหม อายุ 68 ปี สามีของนางสำเนียง ผู้ถูกวางยา เปิดเผยว่า ผลชันสูตรข้าวสารที่นายสมชายนำมาให้ พบว่ามีสารชนิดเดียวกันกับยาฆ่าหญ้า ตนและครอบครัวไม่ได้ติดใจเอาความ เพราะรอดตายกันมาแล้ว จึงไม่อยากจองเวรจองกรรม อีกทั้งยังไม่อยากดำเนินคดี เพราะต้องไปขึ้นศาล และเรื่องจะยุ่งไปกว่านี้ อีกทั้ง ตนก็ไม่ได้สงสัยใคร เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำยาฆ่าหญ้าใส่ลงไปในข้าวสาร ซึ่งตอนนี้ก็แข็งแรงแล้ว แต่มีเพียงนางปุ๋ย แม่ยายของตน ที่มีอาการทรุด

นายสว่าง กล่าวว่า ตนยอมรับว่ารู้สึกเจ็บใจที่ถูกวางยา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ซึ่งตอนนี้ครอบครัวก็ไม่กล้ารับของกินจากใครอีก สำหรับนายสมชายที่เป็นคนนำข้าวสารมาให้ ตนก็ไม่ได้ติดใจเอาความ เพราะก่อนหน้านี้นายสมชายมักจะนำข้าวสารมาให้เป็นประจำ อีกทั้งตนก็ไม่รู้ว่าใครที่เป็นคนวางยาในข้าวสาร แต่ก็ยังรู้สึกโกรธนายสมชายอยู่ และคิดว่าเวรกรรมมีจริง ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น

นายสมชาย แนวอินทร์ หลานชายของนางปุ๋ย

ด้าน นายสมชาย แนวอินทร์ อายุ 58 ปี หลานชายของนางปุ๋ย เป็นคนที่นำข้าวสารไปให้ เปิดเผยว่า แม้ว่าผลการชันสูตรจะออกมาว่ามีสารพิษในข้าวสาร แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้ใส่ยาฆ่าหญ้าลงไปในข้าวสาร ซึ่งตนก็ไม่รู้เช่นกันว่าใครเป็นคนนำสารพิษมาใส่ เพราะบ้านตนไม่มีกล้องวงจรปิด ตอนนี้ก็ทราบว่านางปุ๋ยอาการดีขึ้นแล้ว แต่เพิ่งมาทราบว่าอีกฝ่ายไม่ติดใจเอาความ ซึ่งตนกับครอบครัวนางสำเนียง ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อีกทั้งนางปุ๋ยเป็นป้าแท้ ๆ ของตน และตนก็รักป้า ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาฆ่าหญ้าในข้าวสารร้อยเปอร์เซ็น และไม่ได้นำข้าวสารไปแจกใครแล้ว เพราะข้าวสารหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดผ่านไปแล้ว ตนก็ไม่อยากจะขุดคุ้ยขึ้นมา เพราะถ้าป้าปุ๋ยไม่เอาความ ก็อยากให้จบแค่นี้ และปล่อยให้เป็นเรื่องกฎแห่งกรรม ใครทำแบบไหนก็ได้แบบนั้น

keyboard_arrow_up