สาวเปิดใจ ถูกแก๊งสั่งทำกระยาสารท 2 ตัน เครียดจนอยากตาย สูญ 9 แสน (คลิป)

กรณีชาวบ้านใน จ.นครราชสีมา ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ผลิตกระยาสารทส่งตามออร์เดอร์ จำนวน 2,000 กิโลกรัม เพื่อนำไปจำหน่ายเป็นของฝากส่งตามร้านค้าทั่วประเทศ

ล่าสุดวันที่ 4 มี.ค. 62 ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านของ น.ส.แป้ง อายุ 31 ปี ผู้โพสต์เปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยพบว่าครอบครัวกำลังบรรจุกระยาสารทลงถุงขนาดเล็กเพื่อส่งขาย ตามที่มีผู้ใจบุญได้ติดต่อทางเฟซบุ๊กของ น.ส.แป้ง มาแสดงความจำนงจะขอช่วยเหลือ

ครอบครัวผู้เสียหายกำลังบรรจุกระยาสารทลงถุงขนาดเล็กเพื่อส่งขาย

โดยนางประณีต เรืองชัยศิริวัฒน์ แม่ของน้อง น.ส.แป้ง กล่าวว่า กระยาสารททั้งหมดกว่า 2,000 กิโลกรัม ขณะนี้ได้นำมารวมกันไว้ที่บ้าน เพื่อบรรจุลงถุงขนาดเล็ก กระจายไปจำหน่ายทั่วภาคอีสาน ในราคา 3 ถุง 80 บาท ก่อนหน้านี้รู้สึกท้อแท้หมดหวังอย่างมากที่มาถูกโกงซึ่ง ๆ หน้า แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่มีคนเห็นใจ ติดต่อเข้ามาขอซื้อไปช่วยขาย หรือแจกจ่ายในโรงทาน

นางประณีต เรืองชัยศิริวัฒน์ ผู้เสียหาย

ด้านนายวสุพล เรืองชัยศิริวัฒน์ พ่อของ น.ส.แป้ง ซึ่งเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของบ้าน เริ่มมีอาการป่วยที่กำเริบในขณะที่เร่งทำกระยาสารท ก่อนจะรู้ว่าถูกโกง ซึ่งนายวสุพลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า ตอนนี้อาการดีขึ้นบ้างแล้ว จึงได้มาช่วยครอบครัวนั่งบรรจุถุงกระยาสารทส่งขายตามออร์เดอร์ของผู้ใจบุญ ซึ่งทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจอย่างมาก แต่เมื่อรู้ว่ามีคนมากมายคอยช่วยเหลือ ก็มีกำลังใจที่จะสู้ขึ้นมาอีกครั้ง นอนหลับกินได้ ไม่คิดมากเหมือนช่วงแรก ๆ

นายวสุพล  เรืองชัยศิริวัฒน์  ผู้เสียหาย

ขณะที่ น.ส.ปลา (นามสมมติ) ผู้เสียหายอีกราย  เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับ น.ส.แหม่ม เนื่องจากเคยทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน แต่ไม่ได้สนิทสนมกัน โดยมาทราบข่าว น.ส.แหม่ม ลาออกจากที่ทำงานแล้ว จากนั้นประมาณ 3 มิ.ย. 61 ตนเองได้เจอ น.ส.แหม่มอีกครั้งที่หน้าบริษัท ซึ่งเข้ามาสอบถามตนว่ามีสินค้าอะไรให้ช่วยขายไหม เนื่อวจากคนในบริษัทจะรู้ดีว่าตนชอบรับของมาขาย ขณะนั้นตนทำหมูยอขาย ซึ่งน.ส.แหม่มก็ขอรับไปขาย 2-3 รอบ ตอนนั้นไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่ง น.ส.แหม่มเริ่มชวนตนลงทุนเหมือนการทำธุรกิจ โดยอ้างว่าขายหมูยอได้กำไรน้อย ส่วนตัวที่ตัดสินใจร่วมลงทุน เนื่องจากมีรุ่นพี่ในบริษัทคนหนึ่งมาบอกตนว่า เคยลงทุนกับ น.ส.แหม่มแล้วได้เงินจริง

ต่อมาตนก็เริ่มสนิทกับ น.ส.แหม่มมากขึ้น จนไปมาหาสู่ที่บ้านตน มากินข้าว และเริ่มอธิบายเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจ ซึ่งระบุว่าเป็นการลงทุนระยะสัญญา 6 เดือน และจะได้รับเงินคืน พร้อมกำไรหลังสิ้นสุดสัญญา โดยแบ่งกันคนละ 50% ตนถูกชวนทำธุรกิจ 4 อย่าง คือ กระยาสารท ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง มะขามเปียก รวมความเสียหายทั้งหมด 891,000 บาท ซึ่งตลอด 6 เดือนมีการติดต่อกันตลอด สามารถติดต่อได้ 24 ชม. จนกระทั่งถึงช่วงสิ้นสุดสัญญา มีการนัดชำระเงินคืน ปรากฎว่าเริ่มมีการผลัดจ่ายเงิน โดยเลื่อนนัดมา 2 ครั้ง จนถึง 21 ก.พ. ตนเองได้รับการนัดหมายจะนำเงินมาให้ที่ห้องพัก ซึ่งสุดท้ายไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนตัวจึงทราบว่าถูกหลอก

น.ส.ปลา (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

น.ส.ปลายอมรับว่า เงินที่ตนนำมาลงทุนก็มาจากการกู้ยืมนอกระบบ นำบัตรเครดิตไปรูด ยอมรับว่าเสียความรู้สึก และอยากถามว่าทำได้อย่างไร เนื่องจากคนก่อเหตุเคยมาที่บ้านตน และเขาก็ทราบดีว่าตนมีลูกเล็กและยังมีอาการป่วย

ทั้งนี้ ตนแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.บางพลี อีกทั้งเคยตามไปบ้านพ่อแม่ผู้เสียหาย เขาก็บอกว่าเคยนำชื่อพ่อแม่ไปแอบอ้าง ทำให้ครอบครัวเสียหาย เคยมีคนมาตามแบบตนแล้ว 3 คน ตนอยากถามว่า น.ส.แหม่มคิดได้อย่างไรที่ทำแบบนี้ หากคนที่ตกเป็นผู้เสียหายคิดสั้นฆ่าตัวตาย จะรับผิดชอบอย่างไร ที่ต้องมาทุกข์กับการที่คนอื่นมาด่าว่าโง่ ว่าถูกหลอก ทำไมถึงใจร้ายแบบนี้

 

keyboard_arrow_up