ก๊วนมือยิงเด็ก 14 ทะลุเบ้าตา ยันไม่เกี่ยวลั่นไก หวังขมาศพ – ผู้ใหญ่บ้านแฉ สุดทนโจ๋ตีกัน (คลิป)

จากกรณีตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ จับกุมนายพิชิต หรือ หมี่ มะณีเติม อายุ 30 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่คู่อริกลางงานทำบุญกระดูกในหมู่บ้านหนองกระทุ่ม อ.ลำปลายมาศ แต่กระสุนกลับพลาดไปถูกศีรษะ ด.ญ.ปาริชาติ หรือ น้องบี น้ำใจดี อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 จนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งญาติได้ฟังจากพยานเห็นเหตุการณ์ ทราบว่าคนก่อเหตุมีทั้งหมด 3 คน แต่เจ้าหน้าที่จับกุมเพียง 1 คน และปล่อยตัว 2 คนไป ขณะเดียวกัน เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ยอมรับว่า ผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบาดหมางระหว่าง 2 ฝ่าย (อ่าน : เพื่อนชายขอโทษต้นเหตุทำเด็กสาว 14 ถูกยิงผิดตัว รับแค่เขม่นเจ้าถิ่น กลับถูกดักฆ่า )

วันที่ 19 ก.พ. 62 นายสัน อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้ร่วมก่อเหตุยิงน้องบี วัย 14 ปี และได้รับการปล่อยตัวมาแล้ว เปิดใจว่า ในวันดังกล่าวตนเองถูกนายพิชิตมาชักชวน อ้างว่าจะพากันไปดื่มเหล้ากันต่อ ตนเองจึงตัดสินใจซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ออกไปพร้อมกับนายนา เพื่อนอีกคนที่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งไม่รู้ว่านายพิชิตจะพาไปไหน

นายสัน หนึ่งในผู้ต้องสงสัย

เมื่อไปถึงสะพานจุดเกิดเหตุ นายพิชิตอ้างว่าจอดรถเพื่อจะดูดบุหรี่เท่านั้น และหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีรถของกลุ่มวัยรุ่นรถผ่านมา และตะโกนกลับมาว่า “ยิงมันเลย” จากนั้นนายพิชัยจึงยิงปืนออกไป 1 นัด จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นยังพูดขึ้นว่าอีก “มันเป็นแค่ปืนไทยประดิษฐ์ มีนัดเดียว เอามันเลย” พร้อมกับลงจากรถ ลักษณะจะวิ่งเข้ามาทำร้ายกลุ่มของตนเอง นายพิชัยจึงได้ตัดสินใจยิงสวนกลับไปนัดที่ 2 จากนั้นก็ต่างคนต่างแยกย้ายกัน ส่วนที่กลุ่มวัยรุ่นพูดว่ายิงมันเลยนั้น ส่วนตัวคิดว่ากลุ่มวัยรุ่นน่าจะมีอาวุธปืน ทำให้นายพิชัยยิงสวนออกไปเพื่อขู่ หลังจากสิ้นเสียงปืนนัดที่ 2 กลุ่มวัยรุ่นก็ยังส่งเสียงเฮฮา ขับขี่ออกไปตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นี้ อยากจะฝากไปถึงฝ่ายญาติของน้องบีว่า ขอแสดงความเสียใจ และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งหากเป็นไปได้ตัวเองก็อยากเข้าไปขอขมาครอบครัวของน้องบีด้วยตนเอง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายร่างกายเพราะความเข้าใจผิด

นายสุรพล แก้วนาพันธ์ ผู้ใหญ่บ้าน

ด้านนายสุรพล แก้วนาพันธ์ อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ปัญหาวัยรุ่นทะเลาะกันนั้น ตนเองทราบมาโดยตลอด แต่ก็ไม่มีใครสามารถควบคุมกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ ก่อนหน้านี้นายพิชิตเป็นคนที่มีนิสัยเกเร จนกระทั่งตนเองได้ดัดนิสัย โดยดึงเข้ามาร่วมเป็นจิตอาสาในหมู่บ้าน ให้ทำหน้าที่เป็น อปพร.หมู่บ้าน ซึ่งยอมรับว่าขณะนั้นนายพิชัยก็เปลี่ยนเป็นคนละคน จนกระทั่งระยะหลังกลับไปมีพฤติกรรมแบบเดิม บางครั้งวัยรุ่นก่อเหตุกันขึ้น มีเจ้าหน้าที่ชรบ.เข้าไประงับเหตุ ถึงขั้นโดนลูกหลง หรือบางรายขู่ทำร้ายเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ทางออกการแก้ไขปัญหาวัยรุ่นทะเลาะกัน จะมีการพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านในตำบล เพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาอย่างยังยืน เพราะไม่เช่นนั้น จะเป็นการแก้แค้นกันไปมาไม่รู้จักจบจักสิ้น

keyboard_arrow_up