นศ.ดาวคณะ รมควันฆ่าตัวตาย รุ่นพี่เผยไร้พิรุธ รู้กินยารักษาซึมเศร้า เจอกันร่าเริงไม่นึกคิดสั้น (คลิป)

วันที่ 15 ก.พ. 62 ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.เตย (นามสมมติ) อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง นอนเสียชีวิตสภาพสวมใส่ชุดนักศึกษา ใกล้กันพบเตาถ่าน เทียนไข อีกทั้งภายในห้องยังมีผ้าพลาสติกสีดำปิดทับทั่วบริเวณห้อง เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ

เตาที่พบในห้องที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ยังพบกระดาษเอ 4 เขียนข้อความระบุว่า ให้นำร่างออกจากห้อง ก่อนตี 3 (เพราะตี 3 คนน้อยสุด) ไม่อนุญาตให้รถโรงพยาบาล หรือรถกู้ภัยเปิดไซเรนมา ขอความอนุเคราะห์ให้นำร่างออกไปแบบเรียบง่ายที่สุด เป็นการฆ่าตัวตายแบบจงใจและวางแผนมานาน ขอไม่ให้ตำรวจทำการพิสูจน์หลักฐานหรืออะไรที่จะทำให้แตกตื่น ขอโทษ”

กระดาษที่ผู้เสียชีวิตเขียนข้อความ

โดยนายวทัญญู ฉางแก้ว รุ่นพี่ที่สนิทกับ น.ส.เตย เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับ น.ส.เตย มาตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน เนื่องจากเป็นดาวคณะที่เรียนอยู่ ซึ่ง น.ส.เตยเป็นคนสนุกสนาน แต่เมื่อช่วงภาคเรียนที่ผ่านมา เจ้าตัวได้พักการเรียนไป 1 เทอม เมื่อกลับมาเรียนปกติ เจ้าตัวจึงเล่าให้ฟังว่า ที่หยุดเรียนไปเนื่องจากมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยาประจำ และช่วงนี้อาการก็ดีขึ้นแล้ว และบอกว่าเคยคิดทำร้ายตัวเองเวลาอยู่เพียงลำพัง แต่ก็ยังไม่เคยทำ ส่วนตัวก็ได้แต่บอกไปว่าอย่าทำร้ายตัวเอง เพราะชีวิตมีค่ากว่านั้น กระทั่งเมื่อ 2-3 วันก่อนเกิดเรื่อง ตนยังเห็นน้องเดินอยู่ในมหาวิทยาลัย โดยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตนทักแซวเรื่องรองเท้าที่ซื้อใหม่ว่าสวย จึงไม่คาดคิดว่า น.ส.เตยจะคิดสั้นแบบนี้

นายวทัญญู ฉางแก้ว รุ่นพี่ที่สนิทกับ น.ส.เตย

นอกจากนี้ ตนพบว่าในเฟซบุ๊ก น.ส.เตยโพสต์รูปภาพสุดท้าย มีข้อความว่า “Have a goog dream” พร้อมภาพประกอบลักษณะนอนหลับตา ส่วนตัวก็คิดว่าโพสต์เล่น ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นการบอกลา ที่ผ่านมาน้องไม่เคยปรึกษาปัญหาอะไรหนัก ๆ ซึ่งแฟนของ น.ส.เตยก็เคยบอกว่า ความรักตอนนี้ไม่มีปัญหา ยอมรับว่าเห็นข่าวแล้วตกใจ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง หลายคนที่รักเขา ทุกคนเสียใจ และไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

โพสต์เฟซบุ๊กสุดท้ายก่อนพบ น.ส.เตยเสียชีวิต

ขณะที่แม่ของ น.ส.เตยให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ ก่อนหน้านี้เมื่อ 13 ก.พ. ไม่สามารถติดต่อลูกได้ โทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย จึงให้เพื่อนไปดูที่ห้องพัก เมื่อวันที่ 14 ก.พ. เวลา 16.00 น. เพื่อนลูกสาวไปหาที่หอพัก เมื่อเพื่อนไปถึง ลูกสาวก็ไม่ได้เปิดประตูออกมา แต่ยังมีเสียงตอบว่าไม่ได้เป็นอะไร เพียงกินยาโรคซึมเศร้าไปแล้วหลับสนิท กระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกัน ตนโทรศัพท์หาลูกสาว แต่ก็ไม่รับสายอีก ทำให้ตนตัดสินใจเดินทางไปพร้อมแฟนของลูกสาว แล้วพบว่าเจ้าตัวเสียชีวิตอยู่ในห้องพัก

keyboard_arrow_up