ไม่รอด! จับต่างด้าวลอบเข้าเมือง เพราะกลิ่นตัวฟ้อง (คลิป)

ที่สถานีตำรวจภูธรสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร พร้อมด้วยตำรวจตรวจคนเข้าเมือ และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร ร่วมประชุมกำหนดประเด็นเกี่ยวกับการคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ ผ่านล่ามในการสอบสวน เพื่อจัดเก็บข้อมูลนำไปสู่การขยายและติดตามขบวนการค้ามนุษย์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ม.2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ทำการตรวจค้นรถโดยสารประจำทาง บริษัท ST ศรีสุเทพทัวร์ (กรุงเทพ-ทุ่งสง-เชียรใหญ่) มีนายสุรศักดิ์ หลียา เป็นคนขับที่ 1 และนายประสิทธิ์ แก้วหยด เป็นคนขับที่ 2 ขับเข้าด่าน ได้มีผู้โดยสารได้เปิดประตูแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านว่า มีผู้โดยสารน่าจะเป็นแรงงานต่างด่านชาวพม่า ที่นั่งมาด้วย นับ 10 คน ได้สร้างความเดือดร้อน เนื่องจากกลิ่นตัวเหม็นไปทั้งรถซึ่งเป็นรถปรับอากาศ

กลิ่นตัว

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบผู้โดยสารเป็นชาวเมียนมา จำนวน 13 คน โดยแยกเป็นชาย 8 คน หญิง 5 คน นั่งปะปนมากับผู้โดยสารคนไทย ตรวจสอบไม่มีเอกสารหลักฐานการเข้าเมืองแสดง สอบสวนคนขับรถทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ได้ขับรถโดยสารออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ กทม. และได้รับการติดต่อจาก นายโอ ไม่ทราบชื่อ-สกุล ให้แวะรับชาวเมียนมา จำนวน 13 คน ที่ จ.สมุทรสาคร ให้ไปส่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้จ้างหัวละ 1,200 บาท จึงแจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถโดยสารทั้ง 2 คน ว่า ร่วมกันนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สลุย เพื่อทำการสอบสวนคัดแยกเหยื่อ

สอบสวนพบว่าจำนวนทั้ง 13 คน เป็นชาวเมียนมา จากรัฐยะไข่ โดยทุกคนมีสามี ภรรยาและญาติ อยู่ในประเทศมาเลเซีย จึงต้องการไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยยอมขายที่ดินและบ้าน เพื่อนำเงินประมาณ 1 แสนบาท(ไทย) จ่ายให้กับนายหน้าเพื่อพาหลบหนีนำพาจากรัฐยะไข่ ข้ามประเทศไทย โดยเข้าแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือ ลัดเลาะเปลี่ยนมากับรถกระบะ ก่อนจุดสุดท้ายขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศ แล้วมาถูกจับกุมดังกล่าว

ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

keyboard_arrow_up