ป้าป่วยมะเร็งระยะ 3 หลงเชื่อพลังจิตรักษา อึ้งเท้าแตะหน้าผาก สูญเงินแสนไม่หาย (คลิป)

จากกรณี คุณป้ามาลี หิรัณย์สมบัติกุล​ ร้องเรียนผ่านสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี เนื่องจากตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ตับอ่อน และได้เดินทางไปรักษาที่ ศูนย์แห่งหนึ่ง โดยเป็นผู้ทำการรักษาบอกว่าต้องจ่ายเงิน 100,000 บาท และต้องทำการรักษา 7 ครั้ง จึงจะหายนั้น

วันที่ 22 ม.ค. 62 คุณป้ามาลี หิรัณย์สมบัติกุล ข้าราชการบำนาญ เปิดเผยว่า ตนป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ตับอ่อน ระยะที่ 3 กระทั่งได้ดูโทรทัศน์ และเห็นว่ามี ศูนย์แห่งหนึ่งมี ดร. เป็นเจ้าของและพูดเกี่ยวกับการรักษา ด้วยแพทย์ทางเลือก โดยการใช้พลังจิตในการรักษาจนผู้ป่วยหายมาหลายรายแล้ว ตนเองจึงเข้าไปดูในเฟสบุ๊คของศูนย์ ก็เกิดการอยากที่จะเข้าไปรักษา จึงติดต่อผ่านโทรศัพท์เข้าไปที่ศูนย์ดังกล่าว และเดินทางไปด้วยตนเอง

โดยเมื่อเดินทางไปถึงศูนย์บำบัดดังกล่าว เจ้าหน้าที่บอกกับตนว่า ต้องซื้อคอร์สในการรักษา 1 คอร์ส เป็นเงิน 100,000 บาท เพื่อเข้ารับการบำบัดกับ ดร. 7 ครั้ง รับรองว่าหาย แต่ตอนนั้นคุณป้ามาลีไม่มีเงินสดจึงต้องรูดบัตรเครดิตเข้าบัญชีของ ดร.

การรักษาโรคโดยแพทย์ทางเลือก พลังจักรวาล

เมื่อถามว่าวิธีการรักษาเป็นอย่างไร ป้ามาลีเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ดร. จะเข้าไปอยู่ในห้อง หลังจากนั้นก็จะเรียกลูกศิษย์เข้าไปในห้องพร้อมกัน 2 คน จากนั้น ดร.จะนั่งบนเก้าอี้ และให้ลูกศิษย์ นั่งอยู่ที่พื้น หลังจากนั้นจึงนำผ้ามาวางไว้บนศีรษะ จากนั้นก็จะใช้เท้าของ ดร.วางไว้ที่หน้าผากของผู้ที่เข้ารับการรักษา

กระทั่งตน เข้ารักษาครบกำหนดแล้ว จึงเดินทางไปตรวจค่ามะเร็ง พบว่าค่าเพิ่มสูงขึ้น และไม่หายอย่างที่ ดร. เคยบอกไว้ ตนจึงเดินทางไปพูดคุยกับศูนย์บำบัด เพื่อเรียกร้องเงินค่ารักษาคืน แต่ได้รับการปฏิเสธ พร้อมบอกว่าให้ตนขายที่ ขายบ้านมาทำการรักษาต่ออีก 300,000 บาท

และเมื่อตนกลับมาปรึกษากับครอบครัว กระทั่งลูกต้องเดินทางไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บำบัดด้วยตนเอง แต่ต่อมาพบว่า ดร.คนดังกล่าว บอกกับตนว่า “ลูกชายไม่รักแม่ หวงสมบัติมากกว่าชีวิตของแม่ และการที่จะให้ขายที่ดินนั้น ก็เพื่อจะนำไปถวาย ไว้สำหรับซื้อที่ดินเป็นทิพย์วิมาน ไว้ให้ป้ามาลีอยู่ตอนตาย”

จนสุดท้ายป้ามาลีได้ออกมาจากการรักษา และไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.สุทธิสารเพื่อเป็นหลักฐาน รวมถึงเข้ารับการรักษาโดยการใช้เคมีบำบัด เป็นครั้งที่ 8 ในวันนี้ ที่ รพ.ภูมิพล พบว่าค่ามะเร็งลดลงเหลือเพียง 111 เท่านั้น เป็นที่น่าพอใจทางการแพทย์ ซึ่งหากย้อนเวลากลับไปได้ ตนก็จะไม่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์ดังกล่าวอย่างแน่นอน

keyboard_arrow_up