ชายพิการปล่อยโฮขอทานต่อเพื่อลูก ยุติรับบริจาค – หนุ่มถูกหาว่าฉกเงิน จี้ ไม่ขอโทษจ่อแฉชุดใหญ่ (คลิป)

จากกรณีนายขวัญ เผือกขวัญยืน คนพิการที่เคยเป็นข่าวนั่งขอรับเงินบริจาค มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียนำเรื่องราวมาเผยแพร่ กระทั่งมีคนเห็นใจ และให้ความช่วยเหลือบริจาคเงิน โดยมียอดบริจาคสูงถึง 110,000 บาท หลังจากนั้นเจ้าตัวตรวจสอบเงินในบัญชี พบว่ามีเงินหายไปเหลือเพียง 69 บาท โดยถูกทยอยโอนจากบัญชีไปตั้งแต่เดือน พ.ย. 61

ซึ่งเจ้าตัวสงสัยว่านายอิม คนสนิท อาจเป็นผู้นำเงินในบัญชีออกไปหรือไม่ เนื่องจากนายอิมอาจจะได้ยินเลขรหัสบัตรเอทีเอ็มที่เจ้าตัวได้บอกเจ้าหน้าที่ไป ขณะที่นายอิมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมนำหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว (อ่าน : ชายขอทานพลิกลิ้น รับกดเงินบริจาคมาใช้ หลังอ้างถูกฉก คนยังสงสารแห่ช่วยปลดหนี้)

นายขวัญ เผือกขวัญยืน ขอทานผู้พิการ

วันที่ 8 ม.ค. 62 นายขวัญ เผือกขวัญยืน ขอทานผู้พิการ เปิดเผยว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้น ตนคงห้ามความคิดใครไม่ได้ เพียงแต่เรื่องที่เงินหาย ตนเพียงตั้งข้อสงสัยไปที่นายอิม เนื่องจากอีกฝ่ายอยู่กับตนตลอด และเรื่องเงินก็มีอิมคนเดียวที่รู้ ตนคาดว่าอิมก็คงรู้ตัวเองดี ตนไม่โกรธอีกฝ่าย เพราะรู้จักกันมานาน ตนขอมองที่ความดีของอิม มากกว่า หากพลาดไปแล้วก็ถือว่าพลาด เพราะคนเราไม่ได้สมบูรณ์แบบ

สุดท้ายนี้ นายขวัญ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนฝากบอกสังคมว่า ขอบคุณทุกคนที่บริจาคให้ และให้โอกาสตน และขอบคุณคนที่โจมตีตนด้วย ตนไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นต้องการอะไรจากตน แต่ตนขอร้องอย่าให้กระทบกับลูก อยากด่าตน ตนไม่ว่า แต่อย่าด่าลูกตน เนื่องจากทุกวันนี้ลูกก็บอกตนว่า “พ่อ หนูไม่เอาแล้วเงินบริจาค หนูไม่อยากให้พ่อโดนด่า” ซึ่งลูกตน 7 ขวบ และรู้เรื่องแล้ว

ตนเคยถามลูกว่า “พ่อพาหนูมาขอเงิน หนูอายไหม” ลูกบอกว่า “หนูไม่อาย เพราะทุกวันนี้หนูมีกินก็เพราะพวกเขา” และที่ตนอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะลูกเป็นกำลังใจ และขอบคุณทุกคนที่บริจาคให้จริง ๆ ซึ่งตนคงต้องยุติรับบริจาคเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

นายอิม ผู้ถูกกล่าวหา

ด้าน นายอิม ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยอีกว่า หลังจากไปให้ปากคำกับตำรวจครั้งแรก ขณะก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมา และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญเข้าไปให้ปากคำสอบสวน ตนก็พร้อมทุกเมื่อ เพราะตนมั่นใจมากว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินของนายขวัญที่หายไป และยินดีให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารได้

ทั้งนี้ หากจะให้ตนกลับไปคุยดีกับนายขวัญ คงเป็นเรื่องยาก เพราะความรู้สึกไม่เหมือนเดิมแล้ว และถ้าตนไม่ได้เป็นคนผิด นายขวัญก็ควรจะต้องมาขอโทษตน และตนจะไม่ติดต่อกับนายขวัญอีกทุกช่องทาง

สุดท้ายนี้ นายอิม กล่าวว่า ฝากบอกสังคมว่า หากตนไม่ได้เอาเงินไป นายขวัญต้องมาขอโทษตน เพราะตนเสียชื่อเสียงแล้ว อีกทั้งสังคมภายนอกก็มองตนไม่ดี ตนรับไม่ได้กับสิ่งที่อีกฝ่ายพาดพิงตน ซึ่งหากนายขวัญไม่หยุดพาดพิงถึงตน ตนก็อาจจำเป็นต้องเปิดเผยเรื่องบางอย่าง

keyboard_arrow_up