หาก “ปาบึก” รุนแรงเทียบเท่า “แฮเรียต” เหตุการณ์แบบแหลมตะลุมพุก อาจซ้ำรอยอีกครั้ง

จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศรับมือพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน หรือ พายุปาบึก ที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562  (อ่านเพิ่มเติม : กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุปาบึก” จ่อเข้าไทย เฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนัก) ทั้งยังมีคาดการณ์ว่าพายุลูกดังกล่าวอาจมีความรุนแรงเทียบเท่าพายุโซนร้อนแฮเรียต ที่เคยสร้างความเสียหายเมื่อเดือนตุลาคม ปีพ.ศ. 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตพัดขึ้นฝั่งที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช

แม้จะยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากพายุลูกนี้จะมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน แต่วันนี้ Amarin TV ขอพาย้อนกลับไปทำความรู้จักกับภัยธรรมชาติในครั้งนั้นกันสักหน่อยดีกว่า ว่าเมื่อครั้งพายุโซนร้อนแฮเรียตพัดเข้าแหลมตะลุมพุกในครั้งนั้น ได้สร้างความเสียหายใดเอาไว้บ้าง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2505 พายุนี้เริ่มก่อตัวขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชั่น 78W ตามลำดับการตั้งชื่อนานาชาติ หรือ 6225 ตามลำดับการตั้งชื่อของ JMA (อุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่น) ในทะเลจีนใต้ตอนล่างนอกชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ และค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเข้ามาในอ่าวไทย และทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนนอกชายฝั่งจังหวัดสงขลา จากนั้นก็เปลี่ยนทิศทางตรงมายังจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศไทยในตอนค่ำของวันที่ 25 ตุลาคม ที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยความเร็วลมสูงสุดวัดที่สถานีตรวจอากาศนครศรีธรรมราชได้ 95 กม.ต่อชม.

หลังจากนั้นพายุก็อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต และพังงา ลงสู่ทะเลอันดามันในวันที่ 26 ตุลาคม ก่อนจะสลายตัวไปในอ่าวเบงกอลใกล้กับบังกลาเทศในวันที่ 30 ตุลาคม พายุโซนร้อนแฮเรียตได้ก่อความเสียหายอย่างรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยในขณะขึ้นฝั่งพายุมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 กิโลเมตร ก่อให้เกิดฝนตกหนัก คลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่ง ลมกระโชกแรง และน้ำท่วมอย่างฉับพลัน

จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ได้บอกเล่าว่า ก่อนพายุเคลื่อนขึ้นฝั่งได้เกิดลมงวงช้างขึ้นหลายสายตั้งแต่ตอน 16.00 น. แรงลมพัดบ้านเรือนจนโยกคลอน และหลังคาหลุดปลิวลอยไปทั่วทั้งเมือง เกิดคลื่นยักษ์พัดเข้าใส่แหลมตะลุมพุกจนหมู่บ้านที่มีอยู่หลายร้อยหลังคาเรือน เหลืออยู่เพียง 5 หลังเท่านั้น จากนั้นฝนก็ตกหนักต่อไปจนถึง 19.00 น. เกิดลมพัดแรงอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วสงบลง แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที ก็เกิดลมพัดแรงอีกระลอก พัดบ้านเรือนพังทลายลงจนหมด และมีคลื่นสูงใหญ่กว่าระลอกแรก โดยคลื่นยักษ์สูงเท่ากับยอดต้นมะพร้าวกวาดบ้านเรือนลงทะเลหายไป และแม่น้ำปากพนังเอ่อล้นเข้าท่วมตัวเมืองภายในเวลาไม่กี่นาที

เหตุการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดในภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงจังหวัดนราธิวาส มีรายงานผู้เสียชีวิต 911 คน สูญหายอีก 142 คน บาดเจ็บสาหัส 252 คน และมีผู้คนไร้ที่อยู่อาศัย 16,170 คน อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งจังหวัดพังทั้งหลัง 22,296 หลัง ชำรุด 50,775 หลัง โรงเรียนพังเสียหาย 435 แห่ง สวนยางสวนผลไม้เสียหายประมาณ 791 ล้านต้น สถานที่ราชการ โรงเรียน วัด การไฟฟ้าและสถานีวิทยุตำรวจเสียหายหนัก ต้นไม้โค่นล้มขวางทางยาวนับสิบกิโลเมตร รถไฟด่วนสายใต้ต้องหยุดเดินรถ เพราะภูเขาดินพังทลายทับรางระหว่างสถานีรถไฟช่องเขากับสถานีรถไฟร่อนพิบูลย์ ประเมินความเสียหายกว่า 377-1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังประเมินกันว่าพายุโซนร้อนแฮเรียตได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุซัดฝั่ง หรือสตอรมเซิร์จขึ้นเป็นบริเวณกว้างโดยเกิดคลื่นสูงใหญ่กว่า 4 เมตร พัดกระหน่ำอีกหลายหมู่บ้านริมฝั่งทะเล

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชานุเคราะห์ผู้ประสบวาตภัยในครั้งนี้หลายๆ ประการ โดยโปรดเกล้าฯ ให้อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ จดทะเบียนตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2506 และพระราชทานเงินจำนวน 3 ล้าน บาท และให้วิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิตกระจายข่าวให้ประชาชนร่วมบริจาคกับพระองค์ ส่วน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กล่าวถึงคนไทยทั้งชาติว่ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง มีนานาประเทศทั้งอังกฤษ, อิตาลี, เวียดนาม, สวีเดน และสหรัฐอเมริกา ยื่นมือให้ความช่วยเหลือและบริจาคให้กับผู้ประสบภัย

ทั้งยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ตะลุมพุก มหาวาตภัยล้างแผ่นดิน นำแสดงโดยฉัตรชัย เปล่งพานิช, ธันญ์ ธนากร, ศศิธร พานิชนก, ม.ร.ว.มงคลชาย ยุคล และพรหมพร ยูวะเวส ออกฉายในปีพ.ศ. 2545

keyboard_arrow_up