ล่าเก๋งหัวร้อนชักปืนขู่กลางถนน เหยื่อชี้ของจริง แจ้งจับให้เข็ด (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปขณะขับรถตามหลังรถฮอนด้าซีวิค สีดำ และถูกรถคันดังกล่าวขับปาดหน้า อีกทั้งยังเปิดกระจกข้าง พร้อมชักปืนมาถือโชว์

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายเอ็ม (นามสมมติ) ผู้โพสต์

นายเอ็ม (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ตนคือผู้โพสต์คลิปดังกล่าว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 16.05 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถไปทำงาน อยู่บนถนนรัชดาภิเษก บริเวณเชิงสะพานข้ามแยกรัชวิภา ขณะนั้นตนขับรถอยู่เลนกลางและจะกำลังขับรถเบี่ยงเข้าเลนขวา แต่สังเกตเห็นรถซีวิคคันสีดำขับเทียบมาจากทางซ้าย เปิดกระจก ซึ่งตนก็หันไปมองและเห็นแล้วว่าผู้ชายในรถถือปืน และเหมือนกำลังโวยวายอะไรบางอย่าง ซึ่งตนก็พยายามไม่สนใจเพราะไม่อยากยุ่งด้วย ก่อนที่รถคันกล่าวจะขับแซงไป และมีท่าทีจะปาดเข้าเลนขวา ตนจึงพยายามชะลอความเร็วเพื่อดูท่าทีของรถคันดังกล่าว ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน รถคันดังกล่าวก็ขับมาปาดหน้าตน และพยายามเบรกกะทันหันซ้ำ ๆ ตนก็รักษาระยะห่างเอาไว้ ก่อนที่คนขับรถซีวิคจะชักปืนออกมาถือโชว์ทำทีเหมือนเป็นการข่มขู่ ซึ่งตนก็ตกใจ แต่พยายามนิ่งเฉยเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ก่อนที่รถคันกล่าวจะขับออกเลนซ้ายแล้วหนีไป ตนคิดว่าที่รถคันดังกล่าวขับหนีไปนั้น อาจจะไหวตัวว่ารถของตนมีกล้อง หรือกลัวการถูกถ่ายคลิป จึงรีบหนีไปก่อน

เหตุการณ์ขณะที่ผู้ขับรถยนต์นำอาวุธลักษณะคล้ายปืนออกมานอกรถ

นายเอ็ม บอกอีกว่า จากการสังเกตปืนของผู้ก่อเหตุ ตนค่อนข้างมั่นใจถึง 80 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นปืนจริง เพราะตนก็เป็นคนเคยเล่นปืนที่ผู้ก่อเหตุใช้ และรู้จักปืนรุ่นนี้ คือปืน COLT 1911 หรือเรียกว่าปืน 11 มม. อีกทั้งตนมั่นใจว่าไม่ใช่ปืนบีบีกันแน่นอน เพราะจากการสังเกตบริเวณท้ายปืนและประกอบกับปืนไม่มีรูอัดแก๊สแบบบีบีกัน และตนมั่นใจว่าไม่ใช่ปืนไฟแช็กเพราะจากที่สังเกตพบว่า ปืนดังกล่าวมีการขึ้นลำกล้องพร้อมยิง ซึ่งถ้าเป็นปืนไฟแช็กจะขึ้นลำกล้องไม่ได้

เบื้องต้นตนได้แจ้งความไว้ที่ สน.ประชาชื่นและได้มอบภาพหลักฐานให้กับตำรวจแล้ว ทราบชื่อผู้ครอบครองรถแล้วแต่ผู้ครอบครองรถชื่อเป็นผู้หญิงซึ่งไม่ตรงกับคนขับที่ตนพบ เพราะคนขับเป็นผู้ชาย ด้านตำรวจ สน.ประชาชื่น ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ทราบชื่อของผู้ครอบครองรถแล้ว และกำลังออกเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ

ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวจะต้องสืบทราบก่อนว่าเป็นปืนจริงหรือไม่ ส่วนการกระทำของคนขับรถซีวิคก็เข้าข่ายความผิดฐานทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ตามมาตรา 392 มีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีนำปืนออกมาโชว์ก็ผิดฐานพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ตามมาตรา 371 มีโทษปรับ 1,000 บาท และศาลสามารถยึดปืนกระบอกดังกล่าวได้ทันที

ส่วนผู้โพสต์คลิป ถือว่ากระทำการเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อเป็นการเตือนประชาชนให้ระวังหากพบเจอรถคันกล่าว และเป็นประโยชน์ต่อการจับกุมของตำรวจ แม้การโพสต์คลิปจะมีความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ก็สามารถยกเว้นโทษเนื่องจากไม่มีเจตนาประจาน เพียงแต่เป็นการเตือนภัยและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

keyboard_arrow_up