พ่อโต้แทน “โฟล์ค” ลวงลูกคนโดดตึกศาล ให้อริแทง – เด็กอุเทนฯ จ่อเดินขบวนจี้ 2 ปีคดีไม่คืบ (คลิป)

จากกรณีนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือน้องเต้ ถูกคนร้ายแทงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา โดยวานนี้(23 ก.ค.) ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้ นายศุภชัย ทัฬหสุนทร ผู้เป็นพ่อเกิดความเครียดและผิดหวัง จนตัดสินใจกระโดดจากชั้น 8 ของศาลอาญา ตกลงมาร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต นอกจากนี้ขณะจัดงานศพนายธนิต ได้เกิดเหตุรุ่นน้องร่วมสถาบันของนายธนิต ถูกยิงขณะมาร่วมงานจนเสียชีวิตด้วยนั้น

นายเบ้ง เพื่อนผู้เสียชีวิต

วันที่ 26 ก.ค. 61 นายเบ้ง เพื่อนผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุเป็นวันสวดอภิธรรมคืนที่ 2 ของเต้ ตนนั่งฟังพระสวดพระอภิธรรมศพแล้วจู่ๆได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด เมื่อวิ่งออกมาตนไม่เห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว โดยมีเพื่อนที่วิ่งมาช่วยเอ็มเล่าว่า เห็นเอ็มวิ่งกลับมาก่อนที่จะล้มลงไปต่อหน้า ส่วนตัวเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการแก้แค้นระหว่างสถาบันและมาเพื่อที่จะเอาคืน แม้พวกตนจะระมัดระวังแล้วก็ยังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะที่เพื่อนร่วมสถาบันของตนถูกยิงจากสถาบันคู่อริ แต่คดีกลับไม่คืบหน้า

นายเบ้ง เล่าต่อว่า ปกติเวลาพวกตนจะเดินทางไปที่ไหนก็มักจะสอดส่องคอยดูคนแปลกหน้าพร้อมกับต้องยืนเป็นกลุ่มเพื่อป้องกันเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น แต่ส่วนตัวคิดว่าการระมัดระวังเช่นนี้ก็ไม่ได้ลำบาก เพราะคิดว่าเป็นแค่ช่วงชีวิตของเด็กช่างเท่านั้น หลังจากที่นายโจ้ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือแทงนายเต้ ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุล้างแค้นขึ้นหรือไม่ แต่ก็จะคอยบอกรุ่นน้องให้ระมัดระวัง หากถามถึงการที่จะไปล้างแค้นอีกฝั่งหรือไม่ ตนคิดว่าขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ หลังจากเกิดเหตุยิงนายเอ็ม ก็ยังคงมีเหตุการณ์ที่สองสถาบันมีการทะเลาะวิวาทอยู่ตลอด แต่คาดว่าเป็นเรื่องปมสถาบันอยู่แล้ว แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยให้ความเป็นธรรมกับสถาบันตัวเองมากนัก เนื่องจาก คดีมักจะเงียบและไม่มีความคืบหน้า แต่ถ้าเป็นอีกสถาบัน หนึ่งถูกสถาบันตนเข้าไปทำร้าย ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม พวกตนคิดว่าจะมีการเดินขบวนเพื่อเรียกร้องขอความยุติธรรมให้กับสถาบันฯ รวมไปถึงเพื่อเป็นการเรียกร้องสำหรับคดีอื่นที่ยังไม่คืบหน้า และอยากจะบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยคลี่คลายคดี บางคดีเกิดเหตุการณ์ที่มีกล้องวงจรปิดคดีกลับไม่คืบ แต่จะให้พวกตนไปตามเปิดกล้องจาก กทม. มีแค่บางครั้งที่ได้รับความร่วมมือ จึงอยากบอกเจ้าหน้าที่ว่า พวกตนเป็นนักเรียนมีหน้าที่เรียน ดังนั้นจึงมีข้อสงสัยว่า หรือพวกตนต้องเป็นนักเรียนควบคู่กับตำรวจด้วยหรือไม่

คุณอุลัยวัลย์ จันทรส แม่นายชาญศักดิ์ จันทรส หรือ เอ็ม

ด้านคุณอุลัยวัลย์ จันทรส แม่นายชาญศักดิ์ จันทรส หรือ เอ็ม ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตในงานศพเต้ โดยก่อนเสียชีวิตเอ็มเรียนอยู่ช้ันปีที่ 2 เผยว่า วันที่ 17 เม.ย.59 ช่วงเที่ยงลูกชายบอกว่าจะออกไปช่วยงานศพเต้ รุ่นพี่ที่เสียชีวิตจากการถูกแทงงานศพจัดที่วัดกุนนทีรุทธาราม ย่านห้วยขวาง ตอนนั้นไม่มีลางบอกเหตุอะไรมาก่อน จนประมาณ 19.00 น. มีเพื่อนของเอ็มโทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายตนถูกยิง ตอนแรกไม่คิดว่าลูกจะถูกยิงจนเสียชีวิต แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาล พบว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว

ส่วนสภาพที่เห็นคือแผลจากรอยกระสุนบริเวณ หน้าอกด้านซ้าย ใต้ราวนมตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกและไม่ได้สอบถามจากเพื่อนของลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น คิดแต่เพียงว่าทำไมลูกชายทำไมถึงจากไปเร็วเช่นนี้ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบข้อมูล

โดยหลังเกิดเหตุ ได้ไปตามคดีที่ สน.ห้วยขวาง 1 ครั้ง ตำรวจได้เปิดภาพวงจรปิดให้ตนดู เห็นภาพชาย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ใส่หมวกเต็มใบขับรถออกจากที่เกิดเหตุคาดว่าเป็นคนร้าย แต่ไม่มีภาพขณะลงมือ พร้อมกับบอกว่า “ภาพมันมืด หาได้แค่นี้แหละ” ขณะนั้นเมื่อได้ยินตำรวจพูด ก็ไม่รู้จะช่วยเรื่องคดีอย่างไร เพราะตนเป็นคนบ้านนอกคงไม่มีปัญญาที่จะไปหากล้องวงจรปิด ส่วนเอกสารต่างๆก็ได้ไปยื่นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับเงินเยียวยาที่ลูกเสียชีวิตโดยไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิดได้ โดยได้เงินมาจำนวน 100,000 บาท

แม่ของเอ็ม บอกว่า ส่วนตัวลูกไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับใคร รวมถึงไม่เคยทะเลาะวิวาทกับคนอื่น รวมไปถึงเป็นเด็กดี พูดจาครับทุกคำ ไม่เคยเถียงคนในครอบครัว ก่อนหน้าที่ลูกจะเสียชีวิตตนก็มักจะถามลูกเสมอว่า มีปัญหากับเพื่อนที่สถาบันบ้างหรือไม่ ลูกก็บอกว่าไม่มี ส่วนตัวเพื่อนที่สถาบันนี้เป็นคนน่ารัก แต่ตอนที่ลูกบอกว่าได้เรียนที่สถาบันอุเทนก็ช็อก เพราะได้ยินข่าวเรื่องสถาบันนี้มาก

อย่างไรก็ตาม แม่ของเอ็ม บอกว่า อยากให้เจ้าหน้าทีตำรวจช่วยติดตามคดีนี้ให้สามารถจับตัวคนร้ายให้ได้ เพราะไม่อยากให้ลูกตายฟรี ประกอบกับตนไม่มีเงินจ้างทนายมาดูแลคดี แต่เชื่อว่าลูกคงไปสบายแล้ว และทุกวันนี้ก็คิดว่าผู้ที่ลงมือทำร้ายลูกคงได้รับกรรมที่ก่อเอาไว้ สักวันจะได้รับผลเช่นนั้น เนื่องจากจะทำให้ตนสบายใจขึ้น

พ่อของนายโฟล์ค เพื่อนของนายธนิต

ด้าน พ่อของนายโฟล์ค เพื่อนของนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือ เต้ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า โฟล์คเป็นรุ่นน้องของนายเต้ และมีความสนิทสนมกันมาก วันเกิดเหตุโฟล์คก็ไปเล่นสงกรานต์กับนายเต้ แต่ช่วงที่มีเหตุการณ์ชุลมุน นายโฟล์คไม่ได้อยู่ในเห็นเหตุการณ์ จึงไม่เห็นคนก่อเหตุ เนื่องจากอาแหม่ม อาของนายโฟล์คได้เข้าไปดึงนายโฟล์คออกมาก่อน เพื่อไม่ให้ไปเกี่ยวข้อง โดยนายโฟล์คไม่ได้รู้จักกับนายโจ้ และนายเบนซ์มาก่อน แต่เพิ่งไปรู้จักกันในวันเกิดเหตุ เพราะเป็นกลุ่มเพื่อนของเพื่อน ส่วนที่มีข่าวว่าอาแหม่ม เป็นคนเข้าไปดึงนายโจ้ออกมาก่อนที่จะเกิดเหตุนั้น ตนไม่ทราบ เพราะอาแหม่มไม่ได้เล่าให้ฟัง

นายธนิต ทัฬหสุนทร หรือ เต้ ผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ นายโฟล์คเป็นพยานในคดีและให้ความร่วมมือ โดยเข้าไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและในชั้นศาลมาโดยตลอด แต่เหตุผลที่ไม่ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจของนายเต้ ก็เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะระหว่างที่จัดงานศพ ก็มีรุ่นน้องร่วมสถาบันของนายเต้ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งตนก็เป็นห่วงลูก หลังเกิดเหตุก็ให้ลูกลาออกจากสถาบันดังกล่าวแล้ว และไม่สามารถพูดอะไรได้มากเพราะเกรงกลัวอิทธิพล แต่ไม่ขอตอบว่าเป็นอิทธิพลจากใคร นอกจากนี้ยังกลัวเรื่องการล้างแค้นระหว่างสถาบัน ยืนยันว่า อาแหม่มไม่ได้มีอิทธิพลหรือปล่อยเงินกู้ ทำให้ไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลตามที่มีกระแสข่าว

keyboard_arrow_up