ผู้พันพล ร.2 ยืนยันคนร้ายใส่ชุดทหารอุ้มรีดอาบังย่านรามอินทรา ไม่ใช่ทีมรปภ.หน้าบ้าน “บิ๊กป้อม”

จากกรณี นายรามา ยอดอร์ อายุ 47 ปี สัญชาติอินเดีย ถูกคนร้ายแต่งกายคล้ายทหาร ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ให้พาไปกดเงินประมาณ 3 แสนบาท ที่บริเวณ ซ.รามอินทรา 109 เหตุ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา

คนร้ายแต่งกายคล้ายทหาร ใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์ในซ.รามอินทรา109

 

พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เปิดเผยว่า กรณีนี้ผู้เสียหาย บอกว่า ชายแต่งกายคล้ายทหาร ได้บุกเข้าไปในบ้าน และใช้อาวุธปืนข่มขู่ โดยแจ้งว่า เจ้าของบ้านเป็นคนปล่อยเงินกู้เรียกให้ไปพบ ก่อนพาขึ้นรถจักรยานยนต์ไป

ระหว่างทางได้ค้นตัว นายรามา ผู้เสียหาย และนำเงินสดที่ติดตัวอยู่ประมาณ 11,500 บาท กับบัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องไป พร้อมกับพาตัว นายรามา ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม แล้วพามาปล่อยที่บริเวณถนนพระยาสุเรนทร์ ก่อนขับรถนำบัตรเอทีเอ็มที่ได้ไปกดที่หน้าสะดวกซื้อในซอยรามอินทรา 101 ครั้งแรกกดเงินไป 17,600 บาท ครั้งต่อมาไปกดที่ หมู่บ้านลินดาปาร์คอีก 180,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหา

คนร้ายนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินหน้าร้านสะดวกซื้อ

 

โดย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ปฎิเสธถึงกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ที่มีรายงานว่า คนร้ายเป็นสารวัตรทหารประจำที่หน้าบ้าน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก หน่วยงานที่รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยบริเวณบ้านพักของรองนายกรัฐมนตรี มีเพียงหน่วยเดียว คือ เจ้าหน้าที่ทหารจากกองร้อยต่อสู้รถถัง รักษาพระองค์ (พล.ร.2 ต่อสู้รถถัง) จ.ปราจีนบุรี ไม่ได้จัดกำลังจากสารวัตรทหาร ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

ด้าน พันโทณัฐพล ไกรวาส ผู้ควบคุมกำลังพล พล.ร.2 ยืนยันว่า จากการตรวจสอบภาพคนร้ายที่พบในกล้องวงจรปิด ชายคนดังกล่าวไม่ใช่กำลังพลของ พล.ร.2 อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีภาพหลักฐาน เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นใบหน้าคนร้ายอย่างชัดเจน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นทหารจริงไม่

keyboard_arrow_up