Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
วิกฤตฝุ่นจิ๋ว!  PM 2.5 ตัวการทำลายทางด่วนสมอง ต้นเหตุเด็กพัฒนาการช้า

วิกฤตฝุ่นจิ๋ว! PM 2.5 ตัวการทำลายทางด่วนสมอง ต้นเหตุเด็กพัฒนาการช้า

28 ม.ค. 69
14:06 น.
แชร์

ไม่ได้น่ากลัวแค่ปอด ฝุ่น PM 2.5 ตัวการทำลายทางด่วนสมองส่วน White Matter ต้นเหตุเด็กพัฒนาการช้า เสี่ยงทำลายโครงสร้างประสาทเด็กถาวร

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 กำลังกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยอีกระลอก สร้างผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของผู้คนถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤตและน่ากังวลอย่างมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดและเสี่ยงได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วยเหตุผลทางกายภาพหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น อัตราการหายใจ เนื่องจากเด็กหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ ทำให้สูดเอาฝุ่นเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากกว่าเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว ระบบภูมิคุ้มกันและปอดของเด็กยังอยู่ในช่วงพัฒนา ฝุ่นสามารถขัดขวางการเจริญเติบโตของปอดได้ถาวร และอีกหนึ่งสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือ ฝุ่นสามารถทำลายสมองเด็กได้ โดยที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท ได้โพสต์ข้อความเตือนภัย พิษ PM 2.5 ส่งผลอันตรายต่อสมองส่วนที่เรียกว่า white matter สามารถทำลายสมองเด็กได้ เอาไว้ดังนี้

PM 2.5 ทำลายสมองเด็ก

ตื่นมาตอนเช้าเห็น PM 2.5 เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจแล้วก็มีความเป็นห่วงเด็กที่มักมักจะไปใช้ชีวิตข้างนอก เด็กที่เป็นอนาคตของชาติ โดยหลายหลายคนไม่รู้ ว่าฝุ่นมันทำลายสมองเด็ก

เมื่อหายใจเข้าฝุ่น PM 2.5 จะผ่านเข้าไปบริเวณของสมองโดยตรงผ่านสมองที่เกี่ยวกับการดมกินทำให้มีผลต่อสมองกลีบต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งความหนาแน่นเซลล์สมองและเกิดการอักเสบ

ทำไม PM 2.5 จึงอันตรายต่อสมองเด็ก

สมองเด็กเป็นอวัยวะที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทและเส้นใยสมอง (white matter) กำลังถูกสร้างและปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง การรบกวนจากสิ่งแวดล้อม PM 2.5 กำลังฆ่าอนาคตชาติ

การศึกษาขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้โครงการ Adolescent Brain and Cognitive Development (ABCD) Study ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัส PM 2.5 เฉลี่ยรายปีจากที่อยู่อาศัย กับโครงสร้างสมองของเด็กอายุ 9–10 ปี จำนวนกว่า 7,600 คน

นักวิจัยใช้เทคนิคถ่ายภาพสมองขั้นสูง (diffusion MRI) เพื่อประเมินสุขภาพของ white matter ซึ่งเป็นเส้นใยสมองที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมองส่วนต่าง ๆ

งานวิจัยพบว่า เด็กที่สัมผัส PM 2.5 ในระดับสูง มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง white matter ในสมองบางเส้นใยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเส้นใยที่เกี่ยวข้องกับ อารมณ์ ความจำ การควบคุมความคิดและพฤติกรรม เช่น cingulum, uncinate fasciculus และ fornix เด็กจะปัญญาด้อยลง อารมณ์แย่ นี่คือ อนาคตของชาติ

นอกจากนี้ เมื่อระดับ PM 2.5 เพิ่มจากประมาณ 8 เป็น 12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดระดับเล็ก ของ white matter เพิ่มขึ้นประมาณ 1–2% ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างในองค์ประกอบภายในเนื้อสมองที่ผิดปกติ

การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าอย่างไร แม้เด็กกลุ่มนี้จะยังไม่แสดงปัญหาทางสติปัญญาอย่างชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงของ white matter อาจเป็น “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ของความเสี่ยงต่อปัญหาด้านการเรียนรู้ อารมณ์ หรือพฤติกรรมในอนาคต

กลไกที่เป็นไปได้ ได้แก่ การอักเสบของสมอง ความเครียดออกซิเดชัน และการรบกวนการทำงานของเซลล์ประสาทจากสารพิษในฝุ่น

นัยสำคัญต่อสังคมและนโยบาย

สิ่งที่น่ากังวลคือ ระดับ PM 2.5 ที่พบผลกระทบในงานวิจัยนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่ยังต่ำกว่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในหลายประเทศ ซึ่งหมายความว่า “ระดับฝุ่นที่ถือว่าปลอดภัย อาจยังไม่ปลอดภัยต่อสมองเด็ก” นี่ยังไม่ต้องพูดถึง ระดับ PM 2.5 ที่สีม่วง ในกทม ตอนนี้ นะ อันนี้ ยิ่งไปกันใหญ่

มือเผา มันมีลูกหรือเปล่าวะ หรือ ตัวมันก็สูกฝุ่นมาแต่เด็กจนสมองโง่ลง

รู้จักสมองส่วนที่เรียกว่า White matter

White matter คือส่วนประกอบหลักของสมองที่อยู่ลึกลงไปใต้เปลือกสมอง (Cerebral Cortex) สาเหตุที่มันมีสีขาว เพราะเต็มไปด้วย Myelin (ไมอีลิน) ซึ่งเป็นไขมันที่หุ้มรอบเส้นใยประสาท (Axons) ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนและช่วยให้กระแสไฟฟ้าวิ่งส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว

White matter สำคัญในเด็กอย่างไร

ในวัยเด็ก White matter เปรียบเสมือนระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่กำลังก่อสร้างอย่างขะมักเขม้น ในช่วงปฐมวัยไปจนถึงวัยรุ่น สมองจะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า Myelination หรือการสร้างไขมันหุ้มเส้นใยประสาท ซึ่งมีความสำคัญต่อพัฒนาการในหลายด้าน ได้แก่

1. การเรียนรู้และภาษา

การที่เด็กคนหนึ่งจะเริ่มพูดเป็นคำๆ จนประกอบเป็นประโยคได้ ต้องอาศัยการเชื่อมต่อระหว่างสมองส่วนที่ทำหน้าที่ฟังกับส่วนที่ประมวลผลภาษา หากเนื้อสีขาวแข็งแรง เด็กจะสามารถซึมซับคำศัพท์และโครงสร้างภาษาได้รวดเร็วขึ้น

2. พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว

ตั้งแต่การพลิกตัว คลาน เดิน ไปจนถึงการหยิบจับของชิ้นเล็กๆ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการส่งสัญญาณที่แม่นยำและรวดเร็ว จากสมองส่วนกลางไปยังกล้ามเนื้อ ซึ่งเนื้อสีขาวคือตัวนำส่งสัญญาณนั้น

3. การควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม

เนื้อสีขาวช่วยเชื่อมต่อสมองส่วนหน้า (การคิดเชิงเหตุผล) กับสมองส่วนอารมณ์ ในเด็กเล็กที่เนื้อสีขาวส่วนนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เราจึงเห็นว่าพวกเขาจะคุมอารมณ์ได้ยาก แต่เมื่อเนื้อสีขาวหนาตัวขึ้นตามอายุ เด็กจะเริ่มมีเหตุผลและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น

หาก White matter ในเด็กเสียหายหรือพัฒนาไม่สมบูรณ์ อาจส่งผลให้เด็กมี

  • มีภาวะพัฒนาการล่าช้า เช่น เดินช้ากว่าเกณฑ์ พูดช้า หรือมีปัญหาด้านการทรงตัว
  • ภาวะสมองพิการ ในกรณีที่มีความเสียหายรุนแรงบริเวณเนื้อสีขาวใกล้โพรงสมอง (PVL) ซึ่งพบบ่อยในทารกที่คลอดก่อนกำหนด จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวโดยตรง
  • ปัญหาด้านการเรียนรู้ เช่น โรคสมาธิสั้น หรือ ออทิสติก ซึ่งงานวิจัยหลายฉบับพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อของเนื้อสีขาวที่ไม่สมบูรณ์ในบางจุด
  • การประมวลผลข้อมูลช้า หรือต้องใช้เวลาประมวลผลคำสั่งนานกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน

ที่มา : สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์

Advertisement

แชร์
วิกฤตฝุ่นจิ๋ว!  PM 2.5 ตัวการทำลายทางด่วนสมอง ต้นเหตุเด็กพัฒนาการช้า