
วิกฤตหนัก! "บุ๋ม ปนัดดา" เล่าสาเหตุเลือดกำเดาไหลหลังลงพื้นที่เชียงรายเพียง 2 วัน ยอมรับแสบตา-เสมหะเยอะกระทบกล่องเสียง เผยฝุ่นไฟป่าแน่นจนการมองเห็นเป็นสูญ พร้อมแจงดราม่าขึ้นเหนือช่วงฝุ่นเพราะนัดเยี่ยมลูกบุญธรรมคนเล็กที่เดินทางมากรุงเทพฯ ไม่ได้ วอนรัฐจัดการคนเผาป่าขั้นเด็ดขาด
วันที่ 20 เมษายน 2569 ทางทีมข่าว APOP Today ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ”บุ๋ม ปนัดดา“ ถึงประสบการณ์ตรงหลังเดินทางไปจังหวัดเชียงรายในช่วงวิกฤตฝุ่น PM 2.5 โดยเจ้าตัว เล่าว่าสภาพอากาศที่เจอมีฝุ่นหนาแน่นมากจนมองไม่เห็นภูเขาและการมองเห็นกลายเป็นสูญ เนื่องจากมีการเผาป่าในช่วงกลางคืนจนเห็นไฟลุกตลอดแนวเขา ส่งผลให้ตนเองซึ่งเป็นโรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรงอยู่แล้ว เกิดอาการแสบตา มีเสมหะ และจู่ๆ เลือดกำเดาก็ไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เพิ่งลงพื้นที่ได้เพียง 2 วันเท่านั้น จนเกิดความสงสัยว่าชาวบ้านที่ต้องอยู่ตรงนั้นเป็นเดือนจะใช้ชีวิตลำบากขนาดไหน
พร้อมเคลียร์ประเด็นดราม่าในโซเชียลที่ตั้งคำถามว่า "รู้อยู่ว่าฝุ่นเยอะจะไปทำไม" โดยยืนยันว่าตนมีความจำเป็นต้องไป เนื่องจากมีภารกิจนัดรวมตัวลูกบุญธรรมเกือบ 10 คนเพื่อให้พี่น้องได้เจอกัน โดยเฉพาะลูกคนเล็กสุดที่อยู่ทางเหนือและไม่สามารถเดินทางลงมากรุงเทพฯ ได้ ซึ่งทริปนี้มีการจองตั๋วเครื่องบินและเตรียมการล่วงหน้ามาเป็นปีในช่วงปิดเทอมเดือนเมษายน จึงไม่สามารถยกเลิกได้ และผลกระทบครั้งนี้ยังทำให้ลูกบุญธรรมทุกคนที่ไปร่วมทริปมีอาการฟุดฟิดและแสบตาไปตามๆ กัน
สำหรับอาการล่าสุด ณ ตอนนี้ยอมรับว่าเสียงยังมีปัญหาอู้อี้และแหบพร่า ซึ่งกระทบต่อการทำงานพิธีกรอย่างมาก เคยมีเคสที่อ่านสปอตโฆษณาท้ายรายการไม่ได้จนเสียงเป็นเป็ด โดยหลังจากจบรายการวันนี้เจ้าตัวเตรียมเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการอักเสบที่กล่องเสียงอย่างละเอียดต่อไป
นอกจากเรื่องสุขภาพยังสะท้อนเสียงจากคนในพื้นที่ว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาซึ่งภาคเหนือมักเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม แต่ปีนี้การท่องเที่ยวกลับซบเซาอย่างมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวกังวลเรื่องฝุ่น PM 2.5 ประกอบกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้รายได้ที่ควรจะได้ในช่วงเทศกาลหายไปหมด
ในฐานะที่ดูแลองค์กรทำดีปัจจุบันมีตัวแทนคอยประสานกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในหลายจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ลำพูน และลำปาง เพื่อส่งความช่วยเหลือเป็นอาหารแห้งและน้ำดื่มเนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปปฏิบัติงานในป่าลึก พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการจัดการกับผู้ที่เผาป่าอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเคสล่าสุดที่จับได้แล้วอ้างว่าเผาเพราะไม่มีอะไรทำ หรือเผาเพื่อล่าสัตว์ มาตรการต้องหนักและชัดเจน เพราะนี่คือปัญหาใหญ่ระดับประเทศ เด็กควรได้วิ่งเล่นข้างนอก ไม่ใช่เติบโตอยู่แต่ในห้องที่มีเครื่องกรองฝุ่นแบบนี้ค่ะ
Advertisement