เปิดใจ ‘กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์’ กับการเปลี่ยนผ่านจากเทศกาลดนตรีสัญชาติไทย สู่ ‘เมกะเฟสติวัล’

กว่า 4 ปีแล้ว ที่ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” ได้ปลุกปั้นเทศกาลดนตรีสัญชาติไทยอย่าง  “MAYA  MUSIC FESTIVAL” จากคนที่ชื่นชอบในการเที่ยวเฟสติวัล และออกไปเก็บเกี่ยวข้อมูลจากหลากหลายเทศกาล จนในที่สุดกฤษณ์ ก็มีเฟสติวัลเป็นของตัวเอง และในปีนี้ กฤษณ์ ขอก้าวใหญ่กว่าเดิม กับการสร้าง “เมกะเฟสติวัล” ขนทัพศิลปินเอเชีย แท็กทีมดีเจชื่อดังระดับโลก มากระหน่ำความมันส์ใน ใน MAYA International Music Festival 2018 ซึ่งวันนี้ Amarintv.com จะพาไปล้วงลึกโปรโมเตอร์คนเก่งกับการปลุกปั้นลูกรักและการฝ่าดราม่าสู่โปรเจกต์ยักษ์ที่ตั้งเป้าไว้

การเติบโตของ “MAYA  MUSIC FESTIVAL” ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?

“Maya Festival ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2015 ปรากฏว่าคนเริ่มรู้จัก  พอปี 2016 พัทยา ก็ชวนเราไปทำที่เมืองพัทยา ต้องบอกว่าปีนั้นเป็นปีที่งานเราดังมากๆ แล้วคนก็เริ่มรู้จัก แล้วก็จัดมาเรื่อยเลยจนถึงปี 2017 ย้อนกลับไปในปีแรกมีคนมาเที่ยวงานแค่ 2 พันกว่าคนเอง ถัดมาอีกปี ขยับขึ้นมาเป็น 12,000 คน และปี 2017 พุ่งขึ้นมาเป็น 15,000 คน มันก็มีอะไรที่สนุกมากนะครับ เพราะว่าการทำเฟสติวัลมันคือการทำเรื่องเดียว มันเหมือนดูลูกเราโตอ่ะ เหมือนเราจะใส่เรื่องอะไรให้เขา มันก็จะโตแบบนั้น ถ้าเราให้ลูกเราเก่งดนตรี ลูกเราก็จะเก่งดนตรี เฟสติวัลเหมือนกันเลยครับ เราพัฒนามันตรงไหน เราจะออกมาให้มันเป็นยังไงในอนาคตอีก 10 ปี 20 ปี วันนี้เราจะต้องใส่เรื่องนั้นอ่ะเข้าไป มันก็จะค่อยๆ โต กลุ่มคนที่มาก็จะเป็นกลุ่มคนที่รู้สึกถึงสิ่งที่เราใส่เข้าไป”

เรียกว่าเติบโตแบบก้าวกระโดดเลยมั้ย?

“ใช่ครับ ใช่ เฟสติวัลจะเป็นแบบนี้แหละครับ พอจัดปุ๊ปเริ่มมีคนมา มันก็จะมากขึ้นๆๆ แต่มันต้องอยู่ที่เดิมนะ สถานที่ต้องนิ่งๆ”

แสดงว่าสถานที่เป็นส่วนสำคัญมากๆ ในการจัดงาน?

“ใช่ครับ มันต้องจัดอยู่ที่เดิมๆ ถึงจะประสบความสำเร็จ คือถ้าเปลี่ยนไปเรื่อยมันก็จะงง สมมติปีนี้ เห้ย มายาจัดที่ไหนอ่ะ?  หัวหิน  เห้ย! ปีหน้าเชียงใหม่ (หัวเราะ) มันก็จะงงชีวิต เราต้องอยู่ที่เดียวนิ่งๆ แล้วก็ทำให้ชัดว่าเราจะทำที่นี่ออกมาเป็นอย่างไร เสร็จแล้วก็ให้คนบินมาเที่ยว”

จาก 2 ปีที่ผ่านมา เราตั้งใจให้พัทยาเป็น MAYA SPACE แต่ทำไมปีนี้กลับมาจัดที่กรุงเทพฯ?

“กลับมาที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เพราะว่าเรามีศิลปินที่เป็นไลฟ์ เป็นเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งฐานแฟนคลับก็อยู่ที่นี่ เราอยากจะให้พวกเขารู้จักกับ MAYA ก่อน เสร็จแล้วปีต่อไปจะกลับไปที่พัทยาเหมือนเดิม”

ครั้งล่าสุดสถานที่และบรรยากาศงานได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก ทำให้การเปิดขายบัตรรอบแรกของปีนี้หลายๆ คน พร้อมใจกันกดบัตรเพื่อที่จะได้ไปรับประสบการณ์แบบนั้นอีก แต่กลับเปลี่ยนสถานที่แบบนี้ทำให้หลายๆ คนผิดหวัง และไม่พอใจถึงขั้นขายบัตร เรารู้สึกยังไงกับตรงจุดนี้?

“ถามว่าเสียดายมั้ย ผมเสียดายนะครับ แต่ว่าในภาพใหญ่ผมว่าทุกคนเข้าใจ และในภาพใหญ่ที่เราจะทำเป็นเมกะเฟสติวัลจริงๆเราไม่สามารถเอาใจคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ เวลาทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง มันมักจะมีแรงต้านเสมอ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคุณทำงานเล็กๆ คุณทำคอนเสิร์ต คุณไม่ต้องแคร์อะไร เพราะคุณแคร์แค่คนกลุ่มเดียว แต่ถ้าคุณทำเมกะเฟสติวัลเนี้ย คุณต้องแคร์หลายเรื่อง ซึ่งอันนี้บางคนก็จะไม่เข้าใจ แต่คนที่เข้าใจจริงๆ เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร นะครับ”

นิยามของ “MAYA  MUSIC FESTIVAL” คืออะไร?

” MAYA เนี้ย ผมตั้งใจตั้งแต่วันแรกที่ทำเลยนะครับ ต้องการให้มันเป็น เมกะ เฟสติวัล หมายความว่า เป็นเฟสติวัลขนาดใหญ่ที่รวบรวมหลากหลายไลฟ์สไตล์อยู่ในนั้น แล้วก็คนทั้งโลกมาเที่ยวได้ ไม่ได้จัดแค่เฉพาะในเมืองไทยอย่างเดียว คือคนไทยเขาเที่ยวอยู่แล้ว แต่ว่าต่างชาติต้องบินมาเที่ยวได้ ทุกคนต้องรู้จัก ในโลกนี้จะมีอยู่ไม่กี่งานที่เป็นลักษณะแบบนี้ คือเราไม่ได้จำกัดความว่า MAYA เป็นแค่งานปาร์ตี้นะครับ ในอนาคตเราจะพัฒนาให้มันเป็นเมกะเฟสติวัลจริงๆ ที่คุณไม่กินเหล้าเลยก็มาได้ มาดูอาร์ท คุณมาทานอาหารที่อร่อย คุณมาเสพศิลปะ  หรือคุณมาทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นปาร์ตี้ได้เลย””

ทุกๆ ปี สเตจก็จะมีธีมแต่ที่แตกต่างออกไป แม้งานจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำไมยังคงคอปเซปต์ตัวละครไทย?

“เราชัดเจนเลยว่า เรามีศิลปะไทยเป็นแรงบันดาลใจในงานโปรดักชั่น ก็จะมีทั้ง หนุมาน ทศกัณฐ์ หรือว่าสิ่งต่างๆ ที่มันเกี่ยวข้องกับศิลปะไทย แต่ความยากของมันคือ การทำเฟสติวัลเนี้ย มันจะเหมือนไก่กับไข่ คือจะใหญ่ได้คนต้องเยอะ แต่ตอนแรกคนจะไม่เยอะ แต่ถ้าเราไม่ตั้งใจสร้างมันให้ดี คนจะไม่เยอะ มันต้องค่อยๆ ทำและเรียนรู้ไปพร้อมกัน แล้วมันจะค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ พอโตปุ๊ป คนเริ่มรู้จัก เริ่มมางานเยอะขึ้นๆ เราก็จะพัฒนาเฟสติวัลของเราไปเรื่อยๆ สนุกดี มันส์ดี มันเหมือนการสร้างบ้าน บ้านหลังเดิมแต่เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ตลอดเวลา ฟีลลิ่งมันเป็นอย่างนั้นนะ”

MAYA  MUSIC FESTIVAL 2015
MAYA  MUSIC FESTIVAL 2016
MAYA  MUSIC FESTIVAL 2017
MAYA  MUSIC FESTIVAL 2017 (ปลายปี)

อะไรคือจุดแข็งของ “MAYA  MUSIC FESTIVAL” ?

“ผมว่าหนึ่งเลยก็คือเรื่องของทีม ทีมที่ทำ MAYA เป็นคนที่ชอบเรื่องพวกนี้เหมือนกัน เราไม่ได้จะทำ MAYA เป็นคอนเสิร์ต เราต้องการสร้างมันเป็นเมกะเฟสติวัล จะให้เราไปทำเป็นแบบอื่น ซึ่งเป็นประเภทอื่น เราไม่ทำ เราจะสร้างแบบนี้ นี่คือสิ่งที่เราอยากทำ”

ที่ผ่านมาต้องบอกว่าหลังจบงาน มักจะมีดราม่าเยอะมาก มีการรับมืออย่างไร?

“เป็นเรื่องปกติเลยครับ เพราะว่าการทำสิ่งใหม่ทุกประเภท จะต้องมีแรงต้านและความงงอยู่แล้ว อย่างเช่น เวลาเราต่อแถวในเมืองไทย เราต่อแถวไปซัก 15 นาที เราจะหงุดหงิดละ ครึ่งชั่วโมงเราก็จะเริ่มด่าละ เมืองนอกต่อแถวที 3 ชั่วโมงนะครับ ที่พูดถึงนี่คืองานที่จัดมานานกว่า 20 ปีนะ เป็นเรื่องปกติมาก เลิกงานเสร็จปั๊ปรถติด ตัวอย่างเช่น ลาสเวกัส งานจบ 6 โมเช้า ถึงโรงแรมเนี้ย 11 โมง เป็นเมืองไทยถ้าเจอแบบนี้นะ ครั้งแรกนี่ตายเลย กระหน่ำเละ แต่ว่าเมืองนอกนี่ปกติเลยนะครับ ผมกำลังจะบอกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ คือถ้าจัดไปแล้ว มันวนลูปแบบนี้ทุกปีๆ คนก็จะเริ่มเข้าใจ เริ่มชิน เริ่มรู้ว่าจริงๆ แล้ว มันคือประสบการณ์ เมืองนอกเขาถือเป็นเรื่องปกติเลยนะ หมายความว่า เวลาที่คุณรอมันคือประสบการณ์ที่คนเป็นแสนๆ มาอยู่ร่วมกัน เขาก็เอนจอยโมเม้นไป”

ปีนี้ก็มีกระแสดราม่ากระทบกระทั่งกันระหว่าง EDM กับ ติ่งเกาหลีด้วย

“ธรรมดาครับ เมืองนอกนี่ปนกันเลยนะ เวลาเราดูอยู่เวทีหลัก อะคูสติกเล่นอยู่นะครับ แล้วต่อด้วยโชว์ดีเจเลย (หัวเราะ) ต่อด้วยอีดีเอ็มเดี๋ยวนั้นเลยนะ ก็คือคนเขาไปดูศิลปินจริงๆ”

พูดถึงไฮไลท์ของ MAYA International Music Festival 2018 ครั้งนี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง?

“ผมว่าคงจะเป็นทัพศิลปินที่ถล่มทลายมากๆ ในรอบหลายปีเลย ไม่มีงานไหนขนศิลปินมามากขนาดนี้ เรามีเกาหลีแบบ 6-7 วง เรา AKB48 ที่ยังไม่เคยมีมาเล่นแบบฟูลทีมที่บ้านเราเลย เต็มที่คือ 4-5 คน ฝั่งของดีเจเองก็เรียกว่าเบอร์ใหญ่ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Major lazer, Alesso, Showtek เรียกว่าเดือดอย่างแน่นอน”

คาดหวังกับโปรเจกต์ใหญ่ครั้งนี้อย่างไรบ้าง?

“คาดหวังอยู่แล้วครับ แต่ว่าผมอยากให้คนที่ไม่เคยไปงานมิวสิคเฟสติวัลนะครับ อยากให้ลองเปิดใจ ลองไปดูว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง เราอาจจะชินกับคอนเสิร์ตที่เราดู แต่มิวสิคเฟสติวัลจะสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้คุณ แล้วก็มันเป็นแรงบันดาลใจนะครับ บางคนบอกว่า ทำไมเอาศิลปินมาปนกัน จริงๆ แล้วง่ายมากเลย คุณก็ไม่ต้องมาดูเวลานั้นแค่นั้นเอง”

นอกจากนี้ หนุ่มกฤษณ์ ยังฝากทิ้งท้ายให้ทุกคนเตรียมใจ เตรียมพลัง นอนกันให้เต็มที่ เพราะว่าศิลปินเริ่มเล่นตั้งแต่ 4 โมงเย็น ต่อเนื่องยาวไปจนจบเที่ยงคืนเลย และก็มีซุ้มร้านอาหารอร่อยๆ เครื่องดื่มเย็นๆ ที่อยากให้ไปลองกัน และก็อยากให้ลองไปดูวงอื่นดู บัตรราคา 4,000 บาท เข้าได้ทั้ง 2 วัน และเต็มอิ่มไปกับศิลปินกว่า 16 วง!

สำหรับ  MAYA International Music Festival 2018 จะจัดขึ้นในวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ ณ Oasis Arena, พระราม 9,กรุงเทพฯ ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/mayamusicfest/

 

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up