“แอฟ ทักษอร” โอดไม่กล้าชวน “สงกรานต์” มางานรร. หวั่นถูกปฏิเสธ (คลิป)

 

ต้องบอกเลยว่า งานฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ปีนี้ จัดจ้านสุด ๆ เพราะนอกจากจะมีการแปลอักษร ล้อเลียนเรื่องการเมืองแล้ว ยังมีเรื่องของวงการบันเทิงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยมีการถือป้ายแซว สาวแมท ภีรนีย์ ด้วยข้อความว่า “จ้า จบแล้วจ้า ไปย้อนดูต้นขบวนจ้า” หลังจบขบวนดังกล่าว ซึ่งสแตนด์เชียร์ฝั่งจุฬาก็แปรอักษร เป็นรูปสาวแอฟ อีกด้วย

ล่าสุด (13 กุมภาพันธ์ 2562) ได้เจอสาวแอฟ ก็เลยต้องถามถึงเรื่องนี้ ว่ารู้สึกยังไงบ้าง รวมไปถึงเรื่องราวน่ารัก ๆ ของน้องปีใหม่ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ที่เพิ่งโชว์บนเวทีในงานโรงเรียนครั้งแรก ปลื้มอกปลื้มใจไหมค๊า แต่เอ๋ งานนี้ดูไร้เงาคุณพ่ออย่างหนุ่มสงกรานต์ เตชะณรงค์นะคะ ได้ชวนมางานไหมอะคะสาวแอฟ

“เป็นความภาคภูมิใจเป็นเกียรติอย่างสูงสุดของแอฟจริง ๆ ค่ะ ในฐานะที่เราเป็นนิสิตจุฬาฯ แต่จะบอกว่าทุก ๆ สถาบันก็ดีหมด แอฟมีเพื่อนรักจากทุกสถาบัน อันนี้ก็เป็นความความภาคภูมิใจในชีวิต ส่วนตัวแอฟก็มีความผูกพันกับจุฬาฯ มาตลอด”

ทราบมาก่อนไหมว่าจะทำ “ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ อธิบายความรู้สึกตอนนั้นไม่ถูกจริง ๆ ค่ะ แต่ไม่ใช่ความรู้สึกที่มีเราเพราะเรามีชื่อเสียงโด่งดัง แต่มันคือการส่งแมสเสจจากคนที่อยู่ในสถาบันเดียวกันกับที่เรารัก แล้วรุ่นน้องรุ่นพี่ยังนึกถึงก็เลยรู้สึกซาบซึ้งใจ”

เหมือนเราเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ “ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในนั้น หนึ่งในรุ่นพี่ที่รุ่นน้องยังคิดถึง เพราะว่าบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม คนดีเด่นในจุฬาฯ มีเยอะมาก เราเป็นแค่เล็ก ๆ ในนั้น”

แบบนี้เราต้องวางตัวยังไงต่อไป “ก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมปกติ แต่ถ้าเกิดใครเห็นว่าแอฟเป็นต้นแบบที่ดีได้แอฟก็ดีใจ”

เหมือนมีการนำประโยคของแมทมาล้อเลียนด้วย “ขออนุญาตไม่แตะเรื่องนั้นเลยดีกว่าค่ะ อย่างที่บอกว่าแอฟมองแค่ส่วนที่เหมือนเป็นการส่งแมสเสจให้กำลังใจส่งพลังให้กับแอฟในฐานะที่เราเป็นนิสิตจุฬาด้วยกัน”

ถามถึงที่เปลี่ยนลุคตัดหน้าม้า “ทีมงานที่รายการทำให้ มันจัดรายการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ก็มีการเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ก็สนุกดีค่ะ ชอบค่ะ ได้เปลี่ยนลุคเรื่อย ๆ อยากทำอยู่รอคนไปทำให้”

ปีใหม่ว่าไงบ้าง “คนนั้นเขาชอบอยู่แล้วค่ะ ชอบให้คุณแม่สวยงาม ให้ทำอะไรใหม่ ๆ”

ถามถึงงานโรงเรียนของน้องปีใหม่บ้าง “เขาก็เต็มที่ตอนแรกก็ยังคิดว่าลูกสาวคุยโวหรือเปล่าว่าเขาซ้อมเต็มที่ กลับมาเขาเล่าทุกวันว่าหนูตั้งใจซ้อมนะคะ ปรากฏว่าคุณครูก็บอกว่าเขาตั้งใจมากจริง ๆ ลูกสาวอาจจะเป็นคนชอบร้องชอบเต้นอยู่แล้ว พอเขาได้โอกาสที่จะได้ขึ้นไปแสดงก็เต็มที่ ถึงแม้ว่าจะเป็นบทบาทเล็ก ๆ คนเป็นแม่ก็ภูมิใจค่ะ”

เขาฉายแววขนาดไหน “มากกว่าความภูมิใจคือได้เห็นเขาทำอะไรแล้วมีความสุข คือวันนั้นเขาตื่นเต้นมาก อารมณ์ดีมาก ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญในการปลุกเลย ที่ตลกไปกว่านั้นคือบอกแม่กับบอกคุณยายว่าอย่าลืมป้ายไฟนะคะ หนูต้องมีป้ายไฟ ก็บอกเขาว่านี้เป็นงานโรงเรียนเราไม่ควรมี เขาก็บอกว่าไม่ได้ไม่งั้นจะไม่รู้ว่าคุณแม่อยู่ตรงไหน วันนั้นก็แอบนิดหนึ่งโดยการเขียนใส่กระดาษถ้าเป็นป้ายไฟก็คงไม่เหมาะสม แต่ก็ทำให้เขาเพื่อหันมาแล้วจะได้ดีใจ พอเห็นชูป้ายเขาก็ดีใจก็เขียนเล่น ๆ บนกระดาษวาดรูป เป็นงานแรกที่แม่เขียนเองเพราะลูกรีเควสท์ เต้นๆอยู่ยังบอกคุณยายชูป้ายกลับด้าน “

จะส่งให้ไปเรียนด้านนี้เลยไหม “ก็คงดูไปให้เหมาะสมตามวัย ณ ตอนนี้ก็มีเรียนบัลเล่ต์ที่เขาขอ”

คุณพ่อได้มาไหม “ไม่ได้มาค่ะ”

ได้ชวนล่วงหน้าไหม “ไม่ค่ะ คือช่วงนี้ไม่ได้ติดต่อกันอยู่แล้ว ถ้าเกิดว่าคุณสงกรานต์สะดวกมีคิวมาวันไหนก็จะติดต่อผ่านคุณปู่คุณย่า”

ปีใหม่ถามถึงไหม “ไม่ค่ะ เราใช้ชีวิตทุกอย่างเป็นปกติ”

สงกรานต์ทราบไหม “ไม่ค่ะ ก็เป็นงานโรงเรียนปกติ คือมันไม่ได้เป็นงานโชว์อะไรขนาดนั้น”

คิดว่าเขาจะได้เห็นหรือยัง “ตอบไม่ได้จริง ๆ เพราะไม่ได้คุยกัน”

ไม่ได้ส่งเชิญล่วงหน้าเหมือนวันเกิดปีใหม่ “ก็อันนั้นเชิญไปแล้วจ๋อยอ่ะ”

เลยเข็ดแล้ว “พูดเล่นค่ะ อันนี้แซวเล่นนะคะ อย่าซีเรียส”

 

 

 

keyboard_arrow_up