‘ก้อง ห้วยไร่’ แย้มผุดโปรเจกต์คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิต

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่เริ่มต้นชีวิตในวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักร้องและตอนนี้ก็ผันตัวมาเล่นภาพยนตร์ “ก้อง ห้วยไร่” ซึ่งล่าสุดหนุ่มก้องได้โพสต์ข้อความว่า “วันนี้ถือเป็นวันทำงานสุดท้ายของเดือนนี้ สำหรับงานที่เหลือของเดือนนี้ผมขอเลื่อนไปเดือนหน้านะครับ” ไม่รู้ว่างานนี้หนุ่มก้องจะขออำลาวงการอย่างถาวรเลยหรือเปล่า รวมไปถึง นาฬิกาโรเล็กซ์ ที่เจ้าตัวบอกซื้อเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง

ล่าสุดทีมข่าวเจอหนุ่มก้อง จึงขอพูดคุยถึงเรื่องการรับงานของหนุ่มก้อง หลังจากนี้ว่าจะเป็นอย่างไร จะลาวงการอย่างที่ลือๆ กันหรือเปล่า ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

“วันนี้ผมได้โพสต์ไปในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะเป็นการทำงานวันสุดท้ายของเดือนนี้ เพื่อเป็นการพักผ่อนร่างกายของตังเราเอง อีกอย่างคือเพื่อเป็นการถวายความอาลัยครั้งสุดท้ายให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือจะมีการรับงานใดๆ ทั้งสิ้น และให้ทางบริษัทโทรไปขออนุญาตเจ้าภาพงานว่า เดี๋ยวเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมผมจะไปรับใช้ใหม่ เดือนนี้ผมขอพักร่างกายและพักอะไรหลายๆ อย่าง”

พักครั้งนี้จะมีการไปเป็นจิตอาสาในงานราชพิธีหรือเปล่า “ยังครับ ยังไม่มี แต่ที่ตั้งใจคืออยากกลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ กลับไปลองใช้ชีวติที่ผ่านมา 3 ปีเต็มๆ กับการทำงานตรงนี้ที่ก้าวกระโดดจากคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ดีๆ มีเพลงดังมีชื่อเสียงขึ้นมา และกระโดดมาเป็นนักแสดง ตนรู้สึกอิ่มกับสิ่งที่เกิดและอยากกลับไปถามตัวเองที่บ้านเกิดว่าจริงๆ ชอบสิ่งที่ทำตรงนี้คือแค่มาทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัว ก็จะกลับไปบ้านไม่นานมาก เพราะผมมีโปรเจกต์จะทำคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิตกับคอนเซ็ปต์ตามรอยขี้ไง คือภาษาอีสานซึ่งแปลเป็นภาษากลางคือ ฝุ่นละอองของทางที่เป็นลูกรัง ซึ่งมันเป็นแลนมาร์คของคำว่าบ้านนอกอีสาน ผมอยากเอาเพลงเก่าๆ ที่ผมได้แต่งไว้แต่ยังไม่ได้ทำเป็นเพลงเต็ม อยากนำมาทำเป็นเพลงและอยากหื้ทุกคนไปฟังกันเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่สู้งาน เพราะเพลงของผมส่วนมากไม่ค่อยมีเพลงอกหักเลย มีแต่เพลงให้กำลังใจว่าเราห่างบ้านมาเราจะคิดถึงบ้าน คิดถึงอาหารที่บ้าน”

มีการวางแพลนคอนเสิร์ตนี้ไว้อย่างไรบ้าง เจ้าตัวเผยว่า “ตอนนี้เริ่มแล้ว มีการติดต่อทีมงานแล้ว ซึ่งจะมีแขกรับเชิญทั้งหมด 3 ท่าน แต่ผมของอุบไว้ก่อนแต่เป็นคนใกล้ตัวผมมาก จัดใหญ่แน่นอน และจะแสดงประมาณวันที่ 27 พฤศจิกายน แต่ยังไม่แน่ชัดเท่าไหร่ เพราะจะต้องนำเรื่องเหล่านี้ไปคุยกับผู้ใหญ่ก่อนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำฝันของผมให้เป็นจริง เพราะไหนๆ ก็ได้เป็นนักร้องแล้วขอมีคอนเสิร์ตสักครั้งหนึ่งในชีวิต อีกไม่นานจะรีบบอกว่าใครเป็นแขกรับเชิญ สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ถ้าผมไม่ชวนแฟนผมว่าเขาก็จะมาแน่ๆ ไม่ใช่เฉพาะแค่น้องเบลแต่คุณพ่อคุณแม่หรือคนใกล้ตัวก็คงจะมา เพราะผมอยากจะชวนทุกคนที่เข้ามาในชีวิตที่เคยลำบากมาด้วยกัน เราอาจไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณแต่การมาดุคอนเสิร์ตก็ถือเป็นการขอบคุณที่ในช่วงชีวิตผมที่ไม่มีอะไรแต่พวกนายก็ยังอยู่เคียงข้าง”

การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้คือจะทิ้งทวนไปแต่งงานหรือเปล่า เจ้าตัวขอชี้แจงว่า “ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ก็ยังยืนยันว่าผมไม่สามารถการันตีได้ว่าวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ปีหน้าหรือปีต่อไปผมยังจะรักกับน้องเบลอยู่ไหม หรือว่าผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไหมผมยังไม่ทราบ ผมเลยขออนุญาตพูดด้วยความจริวใจกับทุกคนว่าวันนี้ถามว่ารักน้องเบลไหม รักครับ คบกันรักกัน แต่อนาคตข้างหน้าผมตอบไม่ได้เลย อย่ามองว่าผมเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวเพราถ้าผมพูดว่าผมจะรักเขาชั่วฟ้าดินสลาย วันหนึ่งถ้าเราเลิกกันผมเป็นคนเลวเลยครับ กับผู้ใหญ่คือผมเข้าไปพูดคุยแล้วแต่ผมอยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของคนรักกันและผู้ใหญ่รับรู้ ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่บุญวาสนาว่าเราจะอยู่ไปด้วยกันได้นานแค่ไหน ก็เป็นการพูดคุยไม่ถึงการผูกข้อไม้ข้อมือ แค่แสดงความจำนงว่าผมมีความรักชอบคอกับน้องเบล และจะไม่ทำเรื่องที่มันเลวร้าย ทำตัวไม่ดีให้พ่อแม่เสียใจ

ล่าสุดเห็นก้องซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตัวเอง ทำไมถึงตัดสินใจซื้อทั้งรถและนาฬิกา เจ้าตัวเผยว่า “จริงๆ ผมเดินตามแนวของในหลวง อย่ามองว่าความพอเพียงคือการที่เราต้องกลับบ้านไปทำนา ปลูกข้าว เลี้ยงปลา ความพอเพียงคือการบริหารตัวเองยังไงกับเงินที่เราได้มาให้มันเหมาะสม ซึ่งผมแบ่งเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือเงินที่ผมเก็บไว้ใช้ในอนาคต อีกส่วนคือผมเอาไว้ใช้ในสิ่งที่เป็นกำไรชีวิต คือซื้อสิ่งของเหล่านี้ และผมมองสิ่งที่ซื้อไปในอนาคตข้างหน้าด้วย อย่างล่าสุดที่ซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ผมไม่ได้มอบว่ามันเป็นเครื่องประดับ ผมมองว่ามันเป็นทรัพย์สิน ถ้าวันหนึ่งผมมีโอกาสไปร้องเพลงที่ต่างประเทศและวันหนึ่งผมดันตกรถตกเรือไม่มีเงินกลับบ้าน ผมสามารถเอานาฬิกาโรเล็กซ์ไปขายหรือจำนำที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ถามว่าฟุ่มเฟือยไหม ถ้าในการหาเงินแล้ววันหนึ่งผมหาเงินได้วันละ 100 บาท และผมไปซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ นั่นคือผมเป็นคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยมาก”

ขอย้อนไปเรื่องคอนเสิร์ตที่บอกว่าจะเป็นการทิ้งทวนจริงหรือเปล่า เจ้าตัวชี้แจงว่า “ถ้าใครติดตามก้อง ห้วยไร่ก็จะรู้ว่าเพลงไสว่าสิบ่ถิ่มกัน เป็นเพลงแรกที่ทำให้ทุกคนรู้จักก้อง ห้วยไร่ ต้องขอบคุณน้องไข่มุก ต้องขอบคุณพี่โจอี้ ผมมาด้วยความบังเอิญและผมพยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนรู้ว่าจริงๆ แล้วผมไหวไหม ผมยังเป็นนักร้องศิลปินได้ไหม ผมก็ปล่อยซิงเกิ้ลที่สองที่สามมาเรื่อยๆ มันก็พอไปได้ แต่ซิงเกิ้ลหลังจากนี้ไม่สามารถการันตีได้เลยว่ามันจะไปได้ ไม่ทิ้งทวนแต่ผมจะทำเพลงจนกว่าตัวเองจะหมดแรง แต่ไม่ยืนยันว่าจะดังทุกเพลงครับ”

keyboard_arrow_up