
ก้าวเข้าสู่ปี 2569 อย่างแข็งแกร่งสำหรับ BYD ประเทศไทย และ กลุ่มธุรกิจเรเว่ หลังจากที่สร้างปรากฏการณ์ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในไทยตลอดปี 2568 ล่าสุด BYD ได้บรรลุหมุดหมายสำคัญในฐานะ "ผู้ผลิต" ด้วยการผลิตรถยนต์ชดเชยตามมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ (EV 3.0) ได้ครบถ้วนก่อนกำหนด ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตหลักเพื่อส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) สู่สากล ภายใต้มาตรฐานฝีมือคนไทยที่ทั่วโลกยอมรับ พร้อมประกาศราคาใหม่ของรถยนต์ บีวายดี ตามมาตรการ EV 3.5 ซึ่งพร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว
ความสำเร็จ BYD ประเทศไทย จากผู้นำยอดขาย สู่ฐานการผลิตส่งออกระดับโลก กลุ่มธุรกิจเรเว่ และ BYD ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในต้นปี 2569 โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
BYD ได้พิสูจน์ความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจในไทย โดยดำเนินการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในโรงงานที่จังหวัดระยอง เพื่อชดเชยการนำเข้าตามมาตรการ EV 3.0 ของภาครัฐ
ไม่ใช่แค่ยอดขายรวม แต่ BYD ครองแชมป์ในเกือบทุกเซกเมนต์ของรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด
โรงงาน BYD ในระยองไม่ใช่แค่โรงงานประกอบทั่วไป แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมไทย
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 มาตรการสนับสนุนจากรัฐเปลี่ยนจาก EV 3.0 เป็น EV 3.5 ซึ่งมีการปรับลดเงินอุดหนุนและเปลี่ยนโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ส่งผลให้มีการปรับราคาจำหน่ายเพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง ราคาใหม่ของรถยนต์ บีวายดี ตามมาตรการ EV 3.5 ซึ่งพร้อมให้เป็นเจ้าของ
รุ่นรถยนต์ | รายละเอียดการปรับราคา | ราคาใหม่ (บาท) |
BYD SEAL 5 DM-i | รุ่น Plug-in Hybrid น้องใหม่ ราคาคงเดิมเพื่อรุกตลาด | 699,900 |
BYD SEALION 6 | ตัวยอดนิยม PHEV ยังคงราคาเดิมทั้ง 2 รุ่นย่อย | 899,900 / 999,900 |
BYD SEAL | รถเก๋งไฟฟ้าทรงสปอร์ต ปรับราคาขึ้นตามภาษีใหม่ | 989,900 (รุ่น Dynamic) |
BYD M6 | รถครอบครัว MPV ปรับราคาขึ้นประมาณ 1.6 แสนบาท | 909,900 / 1,009,900 |
BYD SEALION 7 | SUV รุ่นล่าสุด ปรับราคาขึ้นตามเกณฑ์ EV 3.5 | 1,264,900 / 1,364,900 |
ปี 2569 คือปีที่ BYD เปลี่ยนผ่านจากผู้นำเข้า สู่การเป็น "ผู้ผลิตรายใหญ่" อย่างเต็มตัว โดยเน้นการส่งออกรถที่ผลิตจากฝีมือคนไทยไปยัง 8 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าในประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์