
การขับรถยนต์ออกไปเผชิญหน้ากับการจราจรในชีวิตประจำวัน บางครั้งก็ทำให้ผู้ขับขี่หลุดทำพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เป็นไปตามกฎจราจรหรือมารยาทที่ควรจะเป็นอย่างเหมาะสมโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมแฝงเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากความเร่งรีบ ความเคยชิน สภาพจิตใจในขณะนั้น หรือความตึงเครียดจากปัญหาการจราจรติดขัดสะสมบนท้องถนน แม้ว่าเมื่อถูกตั้งคำถาม คนขับรถส่วนใหญ่จะเลือกที่จะปฏิเสธและยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่ที่มีวินัยยอดเยี่ยมอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้วเกือบทุกคนล้วนเคยผ่านประสบการณ์ในการทำนิสัยเสี่ยงๆ หรือน่าหยิกเหล่านี้มาแล้วทั้งสิ้น การกล้าที่จะหันกลับมามองและยอมรับในความจริงข้อนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการช่วยเตือนสติและเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองให้มีความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมทางมากยิ่งขึ้น
ตามกฎหมายจราจรทางบกที่ถูกต้อง สัญญาณไฟสีเหลืองเป็นป้ายเตือนให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วของรถเพื่อเตรียมพร้อมหยุดรถก่อนถึงเส้นแนวหยุดที่ทางร่วมทางแยก แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนขับรถจำนวนมากกลับทำพฤติกรรมตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยเมื่อสายตามองเห็นไฟสัญญาณเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง สมองจะสั่งการให้เท้าขวาเหยียบคันเร่งจมมิดลงไปทันทีเพื่อพยายามพาตัวรถพุ่งผ่านสี่แยกไปให้ทันเวลาก่อนที่ไฟแดงจะขึ้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุชนประสานงากับรถทางตรงของอีกฝั่งที่ออกตัวล่วงหน้าอย่างรุนแรง
พฤติกรรมไร้น้ำใจที่พบเจอได้เป็นประจำคือการจงใจเหยียบคันเร่งเพื่อปิดช่องว่างกะทันหันเมื่อเห็นรถยนต์เลนข้างๆ เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อขอเบี่ยงแทรกเข้ามาในช่องทางเดิม คนขับรถที่ทำพฤติกรรมนี้มักจะอ้างกับตัวเองว่ามองไม่เห็นหรือระยะกระชั้นชิดเกินไป ทั้งที่ในความเป็นจริงตั้งใจที่จะไม่ยอมปล่อยให้รถคันอื่นเข้ามาแทรกหน้าตนเองเพราะกลัวว่าจะทำให้ตนเองเดินทางช้าลงไปอีกเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
นอกจากพฤติกรรมหลักข้างต้นแล้ว ยังมีลักษณะนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ที่คนขับรถมักเผลอทำในห้องโดยสารโดยที่ไม่มีใครรู้เห็น ซึ่งมีข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้
ในจุดที่มีการบีบช่องจราจรจากสามเลนเหลือสองเลน หรือบริเวณเชิงสะพานข้ามแยก มักจะมีกลุ่มรถยนต์ที่ใจร้อนขับวิ่งเลนพิเศษขึ้นไปแทรกตรงบริเวณส่วนปลายสุดของทางร่วมทางแยก พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่าการขับรถปาดหน้าตรงคอขวด ซึ่งผู้ขับขี่หลายคนมักจะเผลอตัวขับรถไหลตามน้ำตามรถคันข้างหน้าไปอย่างเนียนๆ โดยพยายามไม่มองหน้าคนขับรถในเลนปกติที่ตนเองกำลังไปเบียดแทรกเพื่อลดความรู้สึกผิดในใจ
เมื่อรู้สึกไม่พอใจพฤติกรรมการขับขี่ของรถยนต์คันอื่น เช่น การขับรถช้าแช่ขวา หรือการตัดหน้า คนขับรถบางคนเลือกที่จะใช้วิธีตบก้านไฟหน้าเพื่อเปิดไฟสูงกะพริบใส่รัวๆ หลายครั้งติดต่อกันเพื่อระบายอารมณ์และกดดันรถคันหน้า พฤติกรรมนี้ถือเป็นการกระทำที่อันตรายเนื่องจากแสงไฟหน้าที่สว่างจ้าจะสะท้อนเข้ากระจกมองหลังและกระจกมองข้างของรถคันหน้า ส่งผลให้สายตาพร่ามัวชั่วขณะและอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ง่ายดาย
วินัยในการหยุดรถตามทางแยกเป็นสิ่งสำคัญ แต่เรามักจะเห็นรถยนต์จำนวนมากที่เบรกหยุดรถช้าเกินไปจนทำให้ส่วนหน้าของตัวรถหรือล้อหน้าเคลื่อนลอยไปทับเส้นแนวหยุดสีขาว หรือในบางกรณีพุ่งไปจอดนิ่งสนิททับอยู่บนพื้นที่ของทางม้าลายสำหรับคนข้ามถนน ซึ่งพฤติกรรมนี้ทำให้ผู้เดินเท้าต้องเดินอ้อมหลบรถยนต์ออกไปบนพื้นผิวจราจรที่อันตราย โดยคนขับมักจะนึกโทษสภาพระบบเบรกหรือจังหวะไฟจราจรแทนการยอมรับว่าตนเองขับรถมาด้วยความเร็วที่สูงเกินไป
ความซื่อสัตย์ต่อตนเองในการยอมรับพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่เหมาะสมเป็นก้าวแรกในการพัฒนาความปลอดภัยบนท้องถนนร่วมกัน การตระหนักรู้ว่าตนเองก็เคยเผลอทำพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยลดความเกรี้ยวกราดและเพิ่มความเข้าใจเห็นใจเพื่อนร่วมทางคนอื่นได้มากขึ้น การเปลี่ยนนิสัยขับรถให้มีสติ มีวินัย และพร้อมแบ่งปันน้ำใจอยู่เสมอย่อมช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้อย่างยั่งยืน