Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นิสัยและพฤติกรรมขับรถผิดวิธีที่ ทำให้รถพังไวขึ้น เลิกทำด่วนก่อนจะสาย!

นิสัยและพฤติกรรมขับรถผิดวิธีที่ ทำให้รถพังไวขึ้น เลิกทำด่วนก่อนจะสาย!

14 มี.ค. 69
16:00 น.
แชร์

เชื่อไหมว่าต่อให้เราจะนำรถเข้าศูนย์เช็กระยะตามกำหนดไม่เคยขาด หรือล้างขัดเคลือบเงาจนรถดูใหม่เอี่ยมอยู่เสมอ แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่ารถคันโปรดจะอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหนจริง ๆ แล้วกลับไม่ใช่สภาพลมฟ้าอากาศหรือเลขไมล์ แต่มันคือ "นิสัยการขับขี่" ที่เราทำจนเป็นความเคยชินในทุกวันนั่นเอง

หลายคนมักมองข้ามรายละเอียดเล็กน้อยในการบังคับรถ เพราะคิดว่ารถสมัยใหม่มีความทนทานสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชิ้นส่วนโลหะที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงภายใต้ความร้อนจัดภายในเครื่องยนต์และระบบเกียร์นั้นเปราะบางกว่าที่คิด การใช้งานที่ผิดจังหวะเพียงนิดเดียวอาจส่งผลกระทบสะสมจนกลายเป็นปัญหาบานปลายที่ต้องจ่ายค่าซ่อมมหาศาล วันนี้เราจึงรวบรวม 5 พฤติกรรมยอดฮิตที่ควรเลิกทำตั้งแต่วันนี้ หากไม่อยากให้รถพังก่อนวัยอันควร

1. สตาร์ทแล้วออกตัวกระชากทันทีตอนเครื่องเย็น

ในช่วงเวลาที่รถจอดทิ้งไว้นาน ๆ โดยเฉพาะตอนเช้า น้ำมันเครื่องจะไหลลงไปกองรวมกันที่อ่างน้ำมันด้านล่าง การสตาร์ทเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งออกตัวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ระบบหล่อลื่นยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์จะเสียดสีกันโดยตรงจนเกิดความสึกหรออย่างรุนแรง ทางที่ดีควรสตาร์ททิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องเริ่มไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ก่อนค่อย ๆ เคลื่อนรถออกไปช้า ๆ

2. เหยียบเบรกแช่ยาวขณะลงทางลาดชัน

การขับรถลงเขาหรือทางลาดชันแล้วเหยียบเบรกค้างไว้ตลอดเวลา จะทำให้เกิดความร้อนสะสมที่จานเบรกและผ้าเบรกสูงจัดจนเกิดอาการ "เบรกเฟด" หรือเบรกไม่อยู่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาก วิธีที่ถูกต้องคือการใช้ "Engine Brake" โดยการลดตำแหน่งเกียร์ลงเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยหน่วงความเร็ว และใช้การเหยียบเบรกเป็นจังหวะหนัก ๆ แล้วปล่อย เพื่อระบายความร้อนออกจากระบบเบรกเป็นระยะ

3. ปล่อยให้น้ำมันเชื้อเพลิงเกลี้ยงถังบ่อยเกินไป

นิสัยรอให้ไฟเตือนน้ำมันโชว์ก่อนค่อยเข้าปั๊ม เป็นการทำร้าย "ปั๊มติ๊ก" (ปั๊มส่งน้ำมัน) โดยตรง เพราะปั๊มตัวนี้อาศัยน้ำมันในถังช่วยระบายความร้อนขณะทำงาน เมื่อน้ำมันเหลือน้อย ปั๊มจะร้อนจัดและเสื่อมสภาพไวขึ้น นอกจากนี้ตะกอนที่ตกค้างก้นถังอาจถูกดูดเข้าไปอุดตันระบบเชื้อเพลิงจนทำให้เครื่องยนต์เดินไม่เรียบได้ง่ายขึ้น

4. คิกดาวน์ (Kickdown) พร่ำเพรื่อเพื่อเร่งแซง

สำหรับคนใช้เกียร์อัตโนมัติ การกดคันเร่งจมมิดเพื่อให้เกียร์ลดระดับลงต่ำและสร้างแรงบิดมหาศาลเร่งแซงเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่หากทำบ่อยจนติดเป็นนิสัยจะส่งผลเสียต่อชุดคลัตช์และฟันเฟืองภายในเกียร์ที่ต้องรับแรงกระชากอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้เกียร์เสื่อมสภาพเร็ว เกิดอาการกระตุก หรือเกียร์วืดในอนาคต หากไม่รีบควรกดคันเร่งอย่างสม่ำเสมอให้เกียร์เปลี่ยนตามจังหวะปกติจะดีกว่า

5. จอดรถผิดขั้นตอนบนทางลาดชัน

หลายคนจอดบนทางลาดแล้วผลักเกียร์ไปที่ P ทันทีแล้วค่อยดึงเบรกมือ วิธีนี้จะทำให้น้ำหนักรถทั้งคันไปกดทับอยู่ที่ "สลักล็อกเกียร์" ตัวเล็ก ๆ เพียงตัวเดียว สังเกตได้จากเวลาจะเลื่อนเกียร์ออกจะรู้สึกตึงและมีเสียงดัง ขั้นตอนที่ถูกคือต้องเหยียบเบรกค้างไว้ ดึงเบรกมือให้สุด ปล่อยเท้าจากเบรกให้เบรกมือรับน้ำหนักรถก่อน แล้วค่อยเลื่อนเกียร์ไปที่ P เพื่อเป็นการถนอมสลักเกียร์ให้ใช้งานได้นาน ๆ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยในการขับขี่ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การใช้รถบนท้องถนนมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการถนอมชิ้นส่วนสำคัญอย่างเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และระบบเบรก ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย การทำความเข้าใจธรรมชาติของรถและใช้งานอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เจ้าของรถลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

แชร์
นิสัยและพฤติกรรมขับรถผิดวิธีที่ ทำให้รถพังไวขึ้น เลิกทำด่วนก่อนจะสาย!