
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ พร้อมด้วยนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวชและนายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประกาศเปิดปฏิบัติการศูนย์พระพิรุณอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ พร้อมมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยึดมั่นภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย เดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย รวมถึงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความมั่นคงทางเกษตรและอาหารของประเทศ
นายสรวุฒิ กล่าวว่า ศูนย์พระพิรุณจัดตั้งขึ้นตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเชื่อมโยงข้อมูลและสนธิกำลังร่วมกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ
แม้การปฏิบัติงานจะมีข้อจำกัดด้านกำลังพลและเครื่องมือ แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการสืบสวน การเฝ้าติดตาม และการขยายผล เพื่อให้สามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานจะเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในระยะต่อไป
ทั้งนี้ นอกจากการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรแล้ว ศูนย์พระพิรุณยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามการจำหน่ายสินค้าเกษตรผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งปัจจัยการผลิต สารเคมีอันตราย และสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรและผู้บริโภค
พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยต้องรักษาความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าส่งออกสำคัญอย่างทุเรียน ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้า หากปล่อยให้มีการนำสินค้าต่างประเทศมาสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทย หรือมีสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาด จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยและภาพลักษณ์ของประเทศ
“การทำงานของศูนย์พระพิรุณจะไม่วัดผลจากจำนวนการประชุม หรือจำนวนครั้งของการให้สัมภาษณ์ แต่จะวัดจากผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงาน การจับกุม และการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเป็นรูปธรรม” นายสรวุฒิ กล่าว
นายสรวุฒิยืนยันว่า ศูนย์พระพิรุณจะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติม เพื่อยกระดับการปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าและค้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเครือข่ายขนาดใหญ่ พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และยืนยันว่าจะเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยอย่างเต็มกำลัง
Advertisement