
รถยนต์หนึ่งคันไม่ใช่แค่พาหนะที่พาเราไปถึงที่หมาย แต่คือทรัพย์สินที่มีมูลค่าและการดูแลรักษาที่ดีเริ่มต้นได้ง่ายๆ จาก "หลังพวงมาลัย" หลายคนอาจโฟกัสแค่การเข้าศูนย์ตามระยะ แต่พฤติกรรมการขับขี่ในแต่ละวันนี่แหละคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะตัดสินว่ารถของคุณจะพังก่อนวัยอันควร หรือจะอยู่รับใช้คุณไปอีกหลายสิบปี การปรับเปลี่ยนนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าซ่อมแซมที่บานปลาย แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่าเคล็ดลับการขับแบบถนอมรถอย่างมืออาชีพมีอะไรบ้าง
การสตาร์ทรถแล้วพุ่งตัวออกไปทันทีในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ จะทำให้เกิดการสึกหรอสูง เนื่องจากน้ำมันเครื่องยังไหลวนขึ้นไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ทั่วถึง
การขับแบบ "กระชาก" คือศัตรูตัวร้ายของระบบส่งกำลัง (เกียร์) และระบบเบรก
สำหรับรถที่เป็นระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ การหักพวงมาลัยจนสุดแล้วกดค้างไว้ตอนเลี้ยวหรือกลับรถ จะทำให้ "ปั๊มพาวเวอร์" ทำงานหนักจนเกิดความร้อนสูงและอาจทำให้ซีลยางต่างๆ รั่วซึมได้
พฤติกรรมการรีบเปลี่ยนเกียร์จาก R (ถอยหลัง) เป็น D (เดินหน้า) ในขณะที่รถยังหยุดไม่สนิท จะทำให้เกียร์เกิดการกระแทกอย่างรุนแรงและพังเร็วขึ้นมาก
การรูดหลุมหรือขึ้นลูกระนาบด้วยความเร็วสูงส่งผลเสียโดยตรงต่อโช้คอัพ ลูกปืนล้อ และช่วงล่างทั้งหมด รวมถึงอาจทำให้ล้อแม็กดุ้งหรือยางบวมได้
การถนอมรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ เพียงแค่เราใช้ความ "ใจเย็น" และ "สังเกต" จังหวะการทำงานของรถให้เป็นนิสัย การขับขี่ที่นุ่มนวลนอกจากจะช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างแล้ว ยังช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย จำไว้ว่า "การป้องกันและรักษาพฤติกรรมที่ดี" ประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่า "การรอซ่อม" เสมอ