Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
REEV กับ EREV ต่างกันอย่างไร เจาะลึกเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่

REEV กับ EREV ต่างกันอย่างไร เจาะลึกเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่

30 มิ.ย. 69
16:00 น.
แชร์

เทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและสร้างความสับสนให้กับผู้ขับขี่อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะคำย่อของระบบขับเคลื่อนชุดใหม่อย่าง REEV และ EREV ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดรถยนต์เมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อระบบทั้งสองรูปแบบนี้ผ่านหูมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงหลักการทำงานภายในว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันในจุดไหนอย่างไร การทำความเข้าใจโครงสร้างวิศวกรรมของระบบเหล่านี้อย่างทะลุปรุโปร่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถประเมินความคุ้มค่าในการใช้งานได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งช่วยให้เลือกประเภทรถยนต์ที่ตรงกับรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและไม่เกิดความผิดพลาดในการลงทุนระยะยาว

ทำความรู้จักความหมายและนิยามพื้นฐานของระบบทั้งสองรูปแบบ

แม้ว่าคำแปลภาษาไทยของทั้งสองระบบจะดูคล้ายกันมากจนชวนสับสน แต่ในทางวิศวกรรมยานยนต์มีจุดเริ่มต้นและแนวคิดในการออกแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้

  • REEV ย่อมาจาก Range Extended Electric Vehicle คือ รถยนต์ที่มีพื้นฐานมาจากรถปลั๊กอินไฮบริดที่นำมาขยายขนาดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเน้นการวิ่งด้วยไฟฟ้าให้ได้ไกลกว่าไฮบริดทั่วไป
  • EREV ย่อมาจาก Extended Range Electric Vehicle คือ รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ปั่นไฟขนาดเล็กเพิ่มเข้าไปเพื่ออุดจุดอ่อนเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทาง
  • ระบบ REEV พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีรถใช้น้ำมัน ส่วนระบบ EREV พัฒนาเริ่มต้นมาจากเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าล้วน
  • ทั้งสองระบบขับเคลื่อนล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักเหมือนกัน แต่มีสัดส่วนการพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันและไฟฟ้าที่ไม่เท่ากัน

สเปกและลักษณะทางกายภาพที่ใช้จำแนกประเภทรถยนต์

เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างและการทำงานเชิงลึก ช่างเทคนิคและวิศวกรยานยนต์มักจะแยกความแตกต่างของทั้งสองระบบผ่านสเปกและพฤติกรรมการทำงานของชิ้นส่วนหลักดังนี้

  • ขนาดของแบตเตอรี่ในระบบ REEV มักจะมีความจุที่เล็กกว่า ทำให้น้ำหนักตัวรถน้อยกว่า แต่ระยะทางที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนจะสั้นกว่า
  • ขนาดของแบตเตอรี่ในระบบ EREV จะมีความจุที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวได้ระยะทางที่ยาวไกลกว่าอย่างเห็นได้ชัด
  • ถังน้ำมันของระบบ REEV จะมีขนาดใหญ่กว่าเพราะตัวรถยังต้องพึ่งพาการปั่นไฟจากน้ำมันในสัดส่วนที่สูงเมื่อเดินทางไกล
  • ถังน้ำมันของระบบ EREV จะมีขนาดเล็กกว่ามากเนื่องจากเครื่องยนต์น้ำมันถูกวางตัวเป็นแค่ระบบสำรองฉุกเฉินยามหาที่ชาร์จไฟไม่ได้เท่านั้น

หลักการทำงานในห้องเครื่องและความรู้สึกขณะขับขี่จริง

ความแตกต่างที่ส่งผลต่อผู้ขับขี่โดยตรงคือจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ปั่นไฟ ในระบบ REEV นั้น เครื่องยนต์ขนาดเล็กจะถูกตั้งโปรแกรมให้สตาร์ตขึ้นมาทำงานค่อนข้างบ่อย โดยจะคำนวณจากความเร็วของรถยนต์และน้ำหนักในการเหยียบคันเร่งในขณะนั้นด้วย ทำให้ผู้ขับขี่อาจได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นมาทำงานอยู่เป็นระยะแม้ว่าแบตเตอรี่ยังไม่หมด ส่วนในระบบ EREV เครื่องยนต์จะทำงานเสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเคลื่อนที่แบบบริสุทธิ์ โดยเครื่องยนต์จะสตาร์ตทำงานก็ต่อเมื่อระดับพลังงานในแบตเตอรี่หลักลดต่ำลงจนถึงจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น ส่งผลให้ความรู้สึกในการขับขี่ของ EREV มีความเงียบและนุ่มนวลใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าล้วนมากกว่า

ข้อดีและข้อจำกัดในการใช้งานของเทคโนโลยีขยายระยะทาง

ระบบขับเคลื่อนทั้งสองรูปแบบถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทลายข้อจำกัดเรื่องอาการวิตกกังวลของผู้ขับขี่เมื่อแบตเตอรี่หมดกลางทาง โดยจุดเด่นสำคัญคือการผสมผสานข้อดีของรถยนต์น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ผู้ใช้งานสามารถขับขี่รถยนต์ด้วยความนุ่มนวลและแรงบิดที่ทันใจจากมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถแวะเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วไปเพื่อเดินทางต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิวชาร์จไฟเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือรถยนต์ประเภทนี้ยังคงต้องมีการดูแลรักษาเครื่องยนต์สันดาป มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และมีชิ้นส่วนที่ต้องบำรุงรักษามากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าล้วน

หากสรุปตามหลักวิศวกรรมล่าสุดในปัจจุบัน REEV กับ EREV มีความแตกต่างกันที่สายเลือดต้นกำเนิด โดย REEV คือรถไฮบริดที่อัปเกรดให้มีความเป็นรถไฟฟ้ามากขึ้น ส่วน EREV คือรถไฟฟ้าล้วนที่ใส่เครื่องยนต์น้ำมันเข้ามาช่วยสำรองพลังงาน การเลือกใช้งานจึงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ หากเน้นขับใช้งานในเมืองและต้องการชาร์จไฟบ้านเป็นหลักโดยใช้น้ำมันน้อยมาก ระบบ EREV จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากกว่า แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยครั้งและไม่อยากกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ระบบ REEV จะให้ความยืดหยุ่นที่สูงกว่า

แชร์
REEV กับ EREV ต่างกันอย่างไร เจาะลึกเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่