เวลาที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือศึกษาข้อมูลในต่างประเทศ หลายท่านอาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งบนท้องถนนนั่นคือ ทิศทางการสัญจรของยานพาหนะ โดยในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก เช่น ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป หรือประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ต่างเลือกใช้งานระบบขับรถชิดขวาและใช้งานรถยนต์พวงมาลัยซ้าย ทว่าสำหรับประเทศไทยกลับใช้งานระบบขับรถชิดซ้ายและใช้รถยนต์พวงมาลัยขวาเหมือนกับประเทศอังกฤษและประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์และการทูตที่น่าสนใจซ่อนอยู่
รากฐานในอดีตตั้งแต่ยุคการเดินทางด้วยม้าและรถม้า
ทิศทางการสัญจรบนท้องถนนมีจุดเริ่มต้นมายาวนานตั้งแต่ยุคโบราณก่อนที่จะมีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องยนต์ขึ้นมาใช้งาน โดยมีเหตุผลทางกายภาพดังต่อไปนี้
- ในยุคอดีตที่ผู้คนยังเดินทางด้วยม้าและการสู้รบ อัศวินและนักรบส่วนใหญ่มีความถนัดขวา จึงมักจะบังคับม้าให้เดินชิดซ้ายของทางเดิน
- การเดินชิดซ้ายช่วยให้มือขวาสามารถชักดาบหรือขยับอาวุธขึ้นมาป้องกันตัวได้อย่างสะดวกหากเผชิญหน้ากับศัตรูที่สวนทางมา
- เมื่อเข้าสู่ยุคของการใช้งานรถม้าในประเทศอังกฤษ รูปแบบการนั่งของคนขับรถม้ายังคงสืบทอดวัฒนธรรมการนั่งทางฝั่งขวาเพื่อใช้มือขวาถือแส้ต้อนม้าได้สะดวก
- การนั่งฝั่งขวาบนรถม้าทำให้คนขับจำเป็นต้องบังคับรถม้าให้วิ่งชิดซ้ายของถนน เพื่อให้สามารถมองเห็นล้อรถม้าของตนเองไม่ให้ไปเฉี่ยวชนกับรถม้าคันที่สวนทางมา
- วัฒนธรรมการเดินรถชิดซ้ายของประเทศอังกฤษได้กลายเป็นแม่แบบสำคัญที่ถูกส่งต่อไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกผ่านการค้าขายและการทูต
ความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับการทูตในสมัยรัชกาลที่ 5
ประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนผ่านระบบคมนาคมเข้าสู่ยุคสากลในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการรับเอาเทคโนโลยีจากตะวันตกเข้ามา
- ในพุทธศักราช 2445 ประเทศไทยได้รับพระราชทานรถยนต์คันแรกและเริ่มมีการตัดถนนหนทางตามรูปแบบสากลเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง
- ในยุคนั้นสยามมีความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าที่ใกล้ชิดกับประเทศอังกฤษอย่างมาก รวมถึงการสั่งซื้อรถยนต์ยุคแรกและการวางระบบวิศวกรรมถนนที่อ้างอิงมาตรฐานอังกฤษ
- นอกเหนือจากรถยนต์แล้ว รถรางไฟฟ้าที่เปิดให้บริการในกรุงเทพมหานครเป็นชาติแรกๆ ในเอเชียก็ถูกออกแบบโครงสร้างให้วิ่งชิดซ้ายตามมาตรฐานทางรถไฟของอังกฤษเช่นกัน
- เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติรถภาพยนตร์และรถยนต์ฉบับแรกๆ ขึ้นในประเทศ จึงได้มีการกำหนดให้ยานพาหนะทุกประเภทต้องสัญจรชิดทางฝั่งซ้ายของถนนตามความเคยชินเดิม
- แม้ในเวลาต่อมาอิทธิพลของรถยนต์จากฝั่งอเมริกาที่ขับชิดขวาจะเพิ่มมากขึ้น แต่โครงสร้างพื้นฐานของถนนในไทยได้ถูกวางระบบสำหรับการชิดซ้ายไปเรียบร้อยแล้ว
ข้อดีและการปรับตัวทางวิศวกรรมจราจรของไทยในปัจจุบัน
การรักษาทิศทางการขับขี่ชิดซ้ายในปัจจุบัน ส่งผลต่อรูปแบบการใช้รถยนต์และการเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ โดยรอบที่ผู้ขับขี่ควรรู้
- รถยนต์ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยจึงต้องเป็นรถยนต์พวงมาลัยขวา เพื่อให้ผู้ขับขี่มีมุมมองทัศนวิสัยที่ปลอดภัยที่สุดในจังหวะการขับแซงรถคันหน้า
- ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีความร่วมมือทางอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยาวนาน ทำให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาที่สำคัญของโลก
- บริเวณจุดผ่านแดนถาวรที่เชื่อมต่อกับประเทศที่ขับชิดขวา เช่น ด่านชายแดนไทยกับลาว หรือไทยกับกัมพูชา จะมีการออกแบบสะพานหรือช่องจราจรพิเศษเพื่อสลับฝั่งรถยนต์โดยเฉพาะ
- การออกแบบสะพานกลับรถและทางแยกต่างระดับในไทย ถูกคำนวณทิศทางการวนรถเพื่อรองรับสัญญะจราจรแบบชิดซ้ายเพื่อความปลอดภัยและลดแรงเหวี่ยง
- การเรียนรู้วิธีการปรับสายตาเมื่อต้องขับรถยนต์ข้ามแดนไปยังประเทศที่ขับชิดขวา เป็นทักษะสำคัญที่คนขับรถทางไกลในยุคปัจจุบันต้องศึกษาเพิ่มเติม
วัฒนธรรมการใช้ถนนร่วมกัน
เหตุผลที่ประเทศไทยขับรถชิดซ้ายจึงเป็นผลลัพธ์ที่หล่อหลอมมาจากประวัติศาสตร์การทูต วัฒนธรรมรถม้าจากอังกฤษ และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมยุคแรกของประเทศ แม้ว่าทิศทางการขับขี่จะแตกต่างจากประเทศส่วนใหญ่ในโลก แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้รถใช้ถนนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะชิดซ้ายหรือชิดขวา ทว่าขึ้นอยู่กับการมีวินัยจราจร การเคารพกฎหมาย และการมีน้ำใจให้แก่ผู้ร่วมทางทุกคน เพื่อช่วยให้การเดินทางทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความปลอดภัยและราบรื่นอย่างยั่งยืน