"ก็แดดมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนตากแดดทั้งวัน" ในวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงจนปรอทแทบแตก การต้องใช้ชีวิตท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาเป็นเรื่องที่ทรมานร่างกายอย่างยิ่ง ยิ่งถ้าต้องมาติดแหง็กอยู่บนท้องถนนในรถที่จอดทิ้งไว้กลางแจ้งจนร้อนระอุเหมือนเตาอบเคลื่อนที่ ความหงุดหงิดและความล้าก็ยิ่งทวีคูณ การรู้วิธีจัดการกับความร้อนในรถจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสบาย แต่เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพจิตและกายให้พร้อมลุยต่อในวันฟ้าเปิด
วิธีจัดการความร้อนเมื่อต้องนั่งในรถร้อนๆ
การรับมือกับรถที่ร้อนจัดมีเทคนิคที่ช่วยลดอุณหภูมิได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ดังนี้
- ระบายอากาศร้อนออกโดยด่วน ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่ง ให้ลดกระจกฝั่งผู้โดยสารลงจนสุด จากนั้นเดินมาฝั่งคนขับแล้วทำการเปิด-ปิดประตูแรงๆ ประมาณ 5-10 ครั้ง วิธีนี้จะช่วย "ตบ" ลมร้อนที่สะสมอยู่ภายในให้ออกไปทางหน้าต่างอีกฝั่ง และดึงอากาศใหม่เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว
- เปิดกระจกไล่ความร้อนขณะเริ่มขับ ในช่วง 1-2 นาทีแรกที่เริ่มเคลื่อนตัว ให้ลดกระจกทุกบานลงเพื่อให้ลมพัดผ่านเข้ามาระบายความร้อนที่ค้างอยู่ตามเบาะและคอนโซล พร้อมกับเปิดแอร์โดย ปิดโหมด A/C และเร่งพัดลมให้สุดเพื่อไล่ลมร้อนออกจากท่อแอร์ก่อน
- ใช้ม่านบังแดดและฟิล์มกรองแสงคุณภาพ การป้องกันดีกว่าการแก้ การติดฟิล์มกรองแสงที่มีค่าการกันความร้อน (IR) สูงจะช่วยได้มาก และเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้ ควรใช้ม่านบังแดดแบบสะท้อนแสงวางไว้ที่กระจกหน้าเพื่อลดการสะสมความร้อนที่คอนโซล ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้อากาศในรถร้อนนาน
- หาตัวช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย หากจำเป็นต้องนั่งรอในรถที่ดับเครื่องหรือแอร์ยังไม่เย็น ให้ใช้สเปรย์เย็น (Cooling Spray) ฉีดตามเสื้อผ้า หรือใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามข้อพับและต้นคอ รวมถึงการจิบน้ำเย็นบ่อยๆ เพื่อช่วยประคองอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้สูงจนเกินไป
สุดท้ายแล้ว การรับมือกับความร้อนในรถต้องอาศัยทั้งการระบายอากาศที่ถูกวิธีและการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันที่ดี เพื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่ร้อนระอุให้กลับมาเย็นสบายโดยเร็วที่สุด การดูแลรถให้เย็นอยู่เสมอไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเดินทางอย่างมีความสุข แต่ยังช่วยลดภาระการทำงานของระบบแอร์และประหยัดพลังงานได้อีกด้วย